ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิว : WD My Passport Wireless SSD

Wireless SSD สำรองข้อมูลนอกสถานที่ ที่วางใจได้ พร้อมใช้เป็น Powerbank ในตัว

 

WD-MyPassport-Wireless-SSD

กล่องดวงใจของช่างภาพทุกๆคน เวลาถ่ายภาพนอกสถานที่ ก็คือ ตัวการ์ดบันทึกภาพ ที่บันทึกภาพแล้ว ในนั้นมีภาพสำคัญๆ อยู่มากมาย เป็นพันๆภาพ หากเกิดปัญหากับตัวการ์ด ทำให้ภาพสูญหาย หรือ ที่พบเจอพอๆกันก็คือ การ์ดหาย ! ไม่ว่าจะเป็นกรณีภาพหาย หรือ การ์ดหาย รับรองว่า งานงอกแน่นอน ถ้าเป็นภาพถ่ายเล่นๆ ก็อาจจะแค่เสียใจ แต่ถ้าเกิดเป็นภาพงานสำคัญ อาจจะถึงขั้นเสียงาน !

การสำรองข้อมูล กับ การถ่ายภาพของช่างภาพนั้น เป็นสำคัญ พอๆกันกับการถ่ายภาพเลยทีเดียว แต่โดยส่วนใหญ่ เรามักจะรอให้จบทริปถ่ายภาพ หรือ จบงานก่อน ค่อยมาโหลดภาพเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์กัน ซึ่งถ้าหากมีเหตุไม่คาดฝัน เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นล่ะ จะทำอย่างไร ?

คำตอบก็คือ เราควรจะสำรองภาพถ่ายที่สำคัญของเรา ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ อาจจะช่วงพักระหว่างการทำงาน หรือ ในระหว่างทานอาหาร ไม่ต้องรอให้หมดวัน หรือจบทริป ก็ควรจะเริ่มต้นสำรองข้อมูลกันได้แล้ว แต่เราก็คงจะไม่อยากแบกเครื่องคอมพิวเตอร์ไปกับเราตลอดทริป เพียงเพื่อจะสำรองข้อมูลกันหรอก จริงมั้ยครับ ดังนั้นอุปกรณ์สำรองข้อมูลแบบพกพา จึงเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิต ให้กับช่างภาพได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำ เครื่องสำรองภาพถ่าย นวัตกรรมใหม่ล่าสุดให้ท่านได้รู้จักกัน ก็คือ WD My Passport Wireless SSD ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมเคยรีวิว รุ่นพี่ของเจ้าอุปกรณ์นี้มาก่อนแล้ว แต่ตัวรุ่นพี่นั้น เป็น version ที่ใช้ Harddisk ในการเก็บข้อมูล แต่ในขณะที่ตัว WD My Passport Wireless SSD ใหม่นี้ ใช้ SSD หรือ Solid Stat Drive ในการเก็บข้อมูล ซึ่งมีข้อดีหลายๆอย่าง ที่ดีกว่า Harddisk โดยเฉพาะการนำมาใช้งานนอกสถานที่นั้น ถือว่าเหมาะมาก

WD-MyPassport-Wireless-SSD

ข้อดีของ SSD ที่ดีกว่า Harddisk กับการใช้งานนอกสถานที่

น้ำหนักที่เบากว่ามาก จึงทำให้น้ำหนักของเครื่องโดยรวมเบา พกพาสะดวก

การประหยัดพลังงาน ทำให้ใช้งานได้ยาวนานกว่า โดยเฉพาะการนำมาใช้งานนอกสถานที่ ที่ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น หรือ ไม่จำเป็นต้องใช้ความจุแบตเตอรี่มากนัก ก็ใช้งานได้ยาวนาน เมื่อใช้แบตเตอรี่เล็กลง ก็หมายถึง น้ำหนักโดยรวมของอุปกรณ์ ก็เบาขึ้นกว่าเดิม

ความทนทานต่อแรงกระแทก เนื่องจากไม่มีส่วนที่หมุนแบบ Harddisk ทุกอย่างทำงานเป็นแบบอิเลคทรอนิกส์ทั้งหมด จึงไม่มีส่วนทีเคลื่อนที่ ซึ่งเรื่องแรงกระแทกจากการตกหล่น นี่เป็นปัญหาหลักที่สำคัญ ของการใช้งาน Harddisk นอกสถานที่ พอเปลี่ยนมาเป็น SSD แล้วก็แทบจะหมดปัญหาตรงนี้ไป

ความเร็วในการเขียน/อ่านข้อมูล เนื่องจากไม่มีส่วนที่หมุนแบบ Harddisk ทุกอย่างทำงานเป็นแบบอิเลคทรอนิกส์ทั้งหมด จึงทำให้ไม่ต้องรอจนหมุนเพื่ออ่านข้อมูลอีกต่อไป ข้อมูลสามารถวิ่่งไปมาได้อย่างสะดวกแบบเดียวกับในเม็มโมรี่ ซึ่งจะเร็วกว่ามาก

SSD สามารถทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับการใช้งานนอกสถานที่ กลางแจ้ง กลางแดด ได้ดีกว่า Harddisk

ไม่มีเสียงครางหึ่งๆ ในขณะทำงาน เนื่องจากไม่มีส่วนที่เป็นจานหมุนแบบ Harddisk ในขณะทำงาน จึงไม่มีเสียงรบกวนใดๆ ในขณะใช้งาน เหมาะสำหรับใช้ในสถานที่ ที่ต้องการความเงียบ เช่น ในห้องประชุม

เริ่มต้นใช้งานได้เร็วกว่า Harddisk มาก หรือพูดง่ายๆว่า ไม่ต้องรอรอบ เพราะการที่ไม่มีส่วนที่เป็นจานหมุน ในขณะทำงานน จึงแทบจะเปิดปุ๊บติดปั๊บ

อย่างไรก็ตาม SSD ก็มีข้อด้อยกว่า Harddisk อยู่บ้างเช่นกัน

ราคาสูงกว่า แต่ก็มีแนวโน้มที่ราคา SSD จะถูกลงเรื่อยๆ เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ความจุยังมีให้เลือกไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับ Harddisk แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ซึ่งถ้าดูจากข้อดี ข้อเสีย ของ SSD เทียบกับ Harddisk แล้วจะเห็นว่า WD My Passport Wireless SSD นี้ จะใช้งานนอกสถานที่ ได้ดีกว่า WD My Passport Wireless HDD รุ่นพี่ อย่างแน่นอน ยกเว้นเพียง 2 เรื่องที่ยังสู้ HDD รุ่นพี่ไม่ได้ ก็คือ เรื่องราคา กับ ความจุ แค่นั้น ที่ยังเป็นรอง แต่ถ้าหากมองในด้านความคุ้มค่าด้าน เวลาที่ประหยัดได้จากการทำงานถ่ายภาพนอกสถานที่ การโหลดภาพจำนวนเยอะๆ ถ้าทำได้เร็วกว่า ไวกว่า ก็ย่อมหมายถึง เราสามารถนำการ์ดตัวดังกล่าว ไปใช้งานต่อได้เร็วกกว่า ซึ่งบางทีเรื่องเวลาที่ประหยัดได้ แค่ไม่กี่นาที ก็มีคุณค่ามากๆ สำหรับงานบางอย่าง ที่ต้องแข่งกับเวลา การเลือกใช้ WD My Passport Wireless SSD ที่ทำงานได้เร็วกว่า ก็ย่อมได้เปรียบ

WD-MyPassport-Wireless-SSD

จากที่ผมทดสอบโหลดข้อมูลภาพถ่ายจริงๆ ที่ไปถ่ายมาตอนไปเที่ยววันหยุด ปริมาณข้อมูลภาพทั้งหมดที่ผมทดสอบ อยู่ที่ประมาณ 20 GB ใช้ SD การ์ดความเร็วสูง มาใช้ในการทดสอบ ลองโหลดภาพทั้งหมด ลงบนอุปกรณ์ WD My Passport Wireless SSD ดู โดยการเสียบการ์ด SD เข้ากับช่องอ่านการ์ดในตัวเครื่อง WD My Passport Wireless SSD จากนั้นก็กดปุ่ม copy บนตัวเครื่อง พร้อมๆกับกดนาฬิกาจับเวลา พบกว่าใช้เวลา 4.39 นาที (ไม่ได้ต่อปลั๊ก ใช้พลังงานจากแบตเตอร์ในตัวเครื่อง ให้เหมือนกับการใช้งานนอกสถานที่จริงๆ

หลังจากนั้น ก็นำ SD การ์ดตัวเดียวกัน ข้อมูลจำนวน 20 GB เหมือนกัน ไปลองโหลดเข้ากับเครื่องรุ่นพี่ WD My Passport Wireless HDD ปรากฏว่า ช้ากว่าตัว SSD แต่ก็ไม่มาก อยู่ที่ 5.22 นาที (แต่ก็แอบคิดไว้ตอนแรกว่า มันน่าจะต่างกันเยอะกว่านี้นะ) อย่างไรก็ตาม ผมก็มานึกๆดูแล้ว จริงๆความเร็ว อาจจะขึ้นกับปัจจัยด้านอื่นด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ ความแตกต่างระหว่าง Harddisk กับ SSD เท่านั้น แต่เอาเป็นว่า เวลาที่ประหยัดได้ 1 นาที ที่ประหยัดได้ จะมีค่ามากน้อยแค่ไหน ก็สุดแล้วแต่ตัวท่านผู้ใช้งานก็ละกันครับ ผมยากที่จะฟันธงว่า มันคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

WD-MyPassport-Wireless-SSD

แต่สิ่งที่คุณจะได้แน่ๆ จากการใช้งาน WD My Passport Wireless SSD นอกสถานที่ ก็คือ น้ำหนักที่เขากว่า และ ความทนทาน ที่เหนือกว่ารุ่นพี่ ที่เป็น harddisk มากแน่นอน นอกจากนี้ เขายังทำยางกันกระแทก ที่เห็นเป็นสีส้มๆ ในภาพนั่นแหละครับ ติดมาให้ด้วยเลยกับตัวเครื่อง ช่วยกันกระแทก กันริ้วรอยจากการใช้งานนอกสถานที่ได้เป็นอย่างดี และโดยส่วนตัว ผมว่าเขาดีไซน์ออกมาได้ดีทีเดียว ดูดีมาก และส่วนตัวพบกว่า ประโยชน์ทางอ้อมที่ได้จากการมียางหุ้มนี้ ก็คือ เวลาเอาไปวางที่ไหน ก็จะหนึดไม่ลื่น ไม่หล่นง่ายๆครับ ผมลองเทสแบบไม่ตั้งใจมาแล้ว คือ วางไว้บนโต๊ะแล้วมือไปปัดโดน ปรากฏว่า WD My Passport Wireless SSD ไม่ขยับเขยื่อนแม้แต่น้อย หนืดหนึบอยู่กับโต๊ะเลย ถ้าเป็น external harddisk ธรรมดาๆ คงกระเด็นตกโต๊ะไปแล้วแน่นอน

ในส่วนของการใช้งานโดยรวม เนื่องจากตัวผมเอง เคยใช้งานรุ่นพี่ WD My Passport Wireless HDD ที่เป็น Harddisk มาก่อนเป็นปีๆแล้ว (ท่านสามารถดู รีวิว WD My Passport Wireless HDD ของผมได้ตามลิงค์ WD MyPassport Wireless Pro HDD ) พอมาใช้งานเจ้า WD My Passport Wireless SSD ตัวใหม่นี้ บอกได้เลยว่า สบายมาก เพราะมันใช้งานเหมือนกันทุกประการ ต่างกันแค่ คราวนี้มันไม่มีเสียงครางหึ่งๆ ให้ได้ยินอีกต่อไปตอนใช้งาน กับน้ำหนักตัวที่เบากว่ามาก ทำให้ผมแบก WD My Passport Wireless SSD ติดกระเป๋ากล้องไปถ่ายภาพได้ อย่างสบายใจมากกว่าเดิม รวมทั้งควาที่เป็น SSD ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นหาก มีการกระทบกระแทก ในระหว่างการเดินทาง อุ่นใจกว่าเวลาพก Harddisk เยอะมากๆครับ อุปกรณ์พัง ไม่เสียดายเท่ารูปหายหรอกครับ ช่างภาพทุกๆคน คงทราบดี

WD-MyPassport-Wireless-SSD

การต่อเชื่อมกับมือถือ ผ่าน WiFi ก็ทำได้ง่ายๆ ผ่าน app ชื่อ My Cloud (ของ Western Digital) ซึ่งข้อดีของ WD My Passport Wireless SSD (เช่นเดียวกับตัวพี่ที่เป็น Harddisk) ก็คือ ความเร็วของ WiFi มีให้เลือก 2 ย่านความถี่ คือ 2.4GHz กับ 5GHzซึ่งที่ 5GHz นั้นจะรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่ามาก หากมือถือคุณรองรับ ก็สามารถเชื่อมที่ 5GHz ได้เลยครับ การเชื่อมต่อนะเหรอ ก็ง่ายๆครับ แบบเดียวกับ ที่คุณเชื่อม WiFi ที่บ้านนั่นแหละ คือ เปิด WiFi บนมือถือขึ้นมา แล้วเลือกไปที่ชื่ออุปกรณ์ กรณีนี้ก็คือ My Passport (5GHz) จากนั้น ก็จะมีหน้าจอให้เรากรอกรหัสผ่าน ก็ให้ดูที่ตัวเครื่อง WD My Passport Wireless SSD ได้เลย จะมีสติ๊กเกอร์เขียนรหัสผ่านไว้อยู่แล้ว ก็กรอกไปตามที่เห็น (แต่ละเครื่องจะมีรหัสไม่เหมือนกัน) เมื่อเชื่อมต่อได้แล้ว มันจะมีข้อความเตือนว่า "ไม่ได้เชื่อมอินเตอร์เน็ต" ก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะเราแค่เชื่อมกับตัวเครื่อง WD My Passport Wireless SSD เท่านั้น ไม่ได้ต่อออกอินเตอร์เน็ตแบบเวลาเราใช้งานเน็ตที่บ้านนะครับ ก็ตัวเครื่อง WD My Passport Wireless SSD เขาไม่ได้ต่อกับเน็ตนะครับ เราต่อเชื่อมกับ WD My Passport Wireless SSD เพื่อถ่ายโอนข้อมูลกันเท่านั้นครับ ไม่ใช่ต่อเพื่อเล่นเน็ต

WD-MyPassport-Wireless-SSD

จากนั้นให้เปิด app My Cloud ขึ้นมา ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะเห็นหน้าจอระบุชื่อ MyPassport อยู่ในช่อง Available devices ก็เป็นอันว่าเราต่อเชื่อมได้สำเร็จ

ก็ลองคลิ๊กเข้าไปดูข้อมูลในอุปกรณ์ MyPassport นี้กันเลย ก็จะเห็นภาพ วิดีโอ และไฟล์ต่างๆ ได้หมด จากนั้นแนะนำให้ลองเข้าไปดูที่ Settings เลือก SD card import จะมีหน้าจอให้เรากดปุ่ม Import ภาพก็ได้ ก่อนจะกด Import ก็ให้เสียบการ์ด SD เข้าที่เครื่อง WD My Passport Wireless SSD ก่อนก็แล้วกัน จึงค่อยกดปุ่มนี้ (หรือจริงๆ เราสามารถกดที่ปุ่ม SD บนเครื่อง WD My Passport Wireless SSD โดยตรงเพื่อทำการคัดลอกข้อมูลจากการ์ด SD ลงบนอุปกรณ์ก็ได้ ) ส่วนหัวข้อที่ระบุว่า Automatic Import ถ้าเลือกเป็น ON หมายความว่า เครื่องจะทำการ คัดลอกข้อมูลจากการ์ด SD ลงบนอุปกรณ์ โดยอัตโนมัติทันที่ ทุกครั้งที่เราเสียบการ์ด SD เข้าไปที่เครื่อง WD My Passport Wireless SSD โดยไม่ต้องรอให้เรากดปุ่มใดๆ ก็จะสะดวกสำหรับคนที่มีการ โหมดภาพบ่อยๆ เสียบ SD ปุ๊บ โหลดปั๊บอะไรแบบนั้น ตรงนี้จะเลือกให้เป็น Automatic Import ไว้ก็ได้ ถ้าชอบความสะดวก (แต่ส่วนตัวผมชอบปิดไว้ แล้วไปกดปุ่มเอาเองมากกว่า)

WD-MyPassport-Wireless-SSD

ส่วนที่เขียนว่า Copy new items only ถ้า ON ไว้ ก็หมายถึงว่า เครื่อง WD My Passport Wireless SSD จะทำการคัดลอกภาพ "เฉพาะ" ภาพใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยโหลดมากก่อน แต่ถ้า OFF ไว้ มันจะคัดลอกภาพ "ทั้งหมด" ที่มีในตัวการ์ด SD ตรงนี้ ถ้าเราใช้การ์ดตัวเดิม ถ่ายภาพตลอด แล้วบางจังหวะแค่เอาภาพมา backup ใส่ WD My Passport Wireless SSD ก็แนะนำให้เปิดระบบ Copy new item only นี้ไว้เป็น ON เสมอครับ จะได้ไม่เสียเวลา เพราะมันจะคัดลอกเฉพาะภาพใหม่ๆเท่านั้น ภาพที่เคยดึงไปแล้ว จากการ์ด SD ตัวนั้น มันจะไม่ดึงซ้ำลงไปอีก

นอกจากนี้ สิ่งที่ใช้งาน WD My Passport Wireless SSD เป็น powerbank ได้ก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เราก็แค่เอาสาย USB ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ มาเสียบกับช่อง USB ที่ตัว WD My Passport Wireless SSD นี้ได้เลย มันก็จะกลายเป็น powerbank ให้กับมือถือของคุณได้อย่างสบายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

โดยสรุปแล้ว ผมชอบ WD My Passport Wireless SSD ตัวนี้มากครับ แม้ว่าจะใช้งาน WD My Passport Wireless ที่เป็น Harddisk ก็ยังชอบ WD My Passport Wireless SSD มากกว่า ก็แน่นอนว่า นำหนักมันเบากว่าพอสมควร เวลาใส่ไปพร้อมกับกระเป๋ากล้องแล้ว ทำให้ลดภาระในการแบกของไปได้อีกพอสมควร นอกจากนี้ ยังอุ่นใจว่า ภาพที่เราเก็บสำรองไว้ใน WD My Passport Wireless SSD ตัวนี้จะไม่หายไปไหน แม้อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทำหล่น หรือ วางทิ้งไว้กลางแดด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สิ่งเดียวที่ชั่งใจให้มากๆ เวลาซื้อหามาใช้ ก็คือ จำนวนเงินในกระเป๋าที่ต้องแลกออกไปเท่านั้นเอง แต่กลัวอะไรครับ เดี๋ยวนี้คำว่า 0% xx เดือน ช่วยคุณได้มากเลยครับ ^ ^


Webmaster
taKLONG.com




แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2018. taKLONG.com




รีวิว ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS M50
  • BenQ SW271 จอตกแต่งภาพ
  • WD My Passport Wireless SSD
  • NAS : Synology DiskStation DS218j
  • SIGMA 16mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Canon EOS 77D
  • Panasonic LUMIX GH5
  • SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art
  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • SIGMA 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • SIGMA 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • SIGMA 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • SIGMA Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • SIGMA 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • SIGMA DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • SIGMA 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • SIGMA 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง