ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิว HDD : WD My Passport Wireless Pro

อุปกรณ์คู่ใจตากล้อง ยามออกทริป ที่เป็นได้ทั้ง Harddisk แบบไร้สาย และ เป็น power bank ชาร์จมือถือ หรือกล้องได้ในตัว !

 

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD
WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD

การออกทริปของตากล้องนั้น โดยปกติแล้วมีสิ่งสำคัญติดตัวไปด้วย แน่นอนว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพ ทั้ง กล้อง เลนส์ ขาตั้งกล้อง ฯลฯ เป็นสิ่งที่ ตากล้องต้องพกติดตัวไปอยู่แล้วเพื่อการถ่ายภาพ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า สำหรับตากล้องในยุค สื่อออนไลน์ มีความสำคัญ ทั้งในแง่ของการ update รูปจากทริป update สถานที่ check in ที่ไปเที่ยว แชร์ภาพเข้าโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ก็มีความสำคัญ ไม่แพ้กับการตั้งหน้าตั้งตาถ่ายภาพเลยทีเดียว

ดังนั้น สิ่งคู่ใจสำหรับตากล้องยุค สื่อไร้พรมแดนแบบนี้ ต้องมีติดตัวไปอีก 2 สิ่ง เวลาออกทริป ก็คือ 1. โทรศัพท์มือถือ smartphone ไว้คอย update ข่าวคราว รูปภาพจากสถานที่ ที่เราไปออกทริป 2. powerbank ซึ่งก็แน่นอนว่า เป็นของคู่กันกับโทรศัพท์มือถือ ที่ on-line ตลอดเวลา ก็ต้องพกพา powerbank ติดตัวไปด้วย

แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าหาก powerbank ของคุณนั้น ทำหน้าที่อื่นๆได้ด้วย นอกเหนือจากแค่ ชาร์จไฟให้กับมือถือเพียงอย่างเดียว อุตส่าห์แบกไปทั้งทีแล้ว ถ้าเจ้า powerbank ของคุณ สามารถทำหน้าที่อย่างอื่นได้อีก เช่น มี harddisk ในตัว เพื่อเก็บสำรองรูปภาพที่คุณถ่ายในระหว่างทริป กันเหนียวไว้ก่อนเผื่อมีปัญหา กับเม็มโมรี่การ์ดที่ใช้ถ่ายภาพ ภาพในเม็มโมรี่การ์ดหายไป อย่างน้อยคุณยังมีภาพ ที่สำรองเอาไว้ใน harddisk ที่อยู่ภายในตัว powerbank ข้างกายคุณ ฟังดูก็น่าจะดีใช่มั้ยครับ ? ถ้าจะมีอุปกรณ์ powerbank ที่ไว้เก็บภาพได้ด้วย ! ก็ขอบอกเลยว่า คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ ! ด้วย WD MyPassport Wireless Pro ที่ผมกำลังนำเสนอให้ทุกๆท่านดู อยู่ ณ ตอนนี้

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD


WD MyPassport Wireless Pro ตัวนี้ หน้าที่หลักๆ ของเขาก็ ทำหน้าที่เป็น Harddisk ไว้เก็บสำรองภาพนอกสถานที่ เพราะมีแบตเตอรี่อยู่ภายในตัว และมีความจุของกระแสไฟมากพอสมควรเลยทีเดียว ผมลองใช้งานตลอดทริป 3 วัน ได้ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียวจากเมืองไทย ด้วยเหตุนี้ ทาง WD น่าจะเห็นประโยชน์จากความจุที่มาก ของแบตเตอรี่ภายในตัว WD MyPassport Wireless Pro นี้ จึงได้ เพิ่มเติม port USB สำหรับเอาไว้เสียบ ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ นอกสถานที่ได้ ส่วนใหญ่ก็คงเอาไว้ชาร์จ โทรศัพท์มือถือ นั่นแหละครับ จึงทำให้ WD MyPassport Wireless Pro ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับ powerbank ได้

และเนื่องจาก กล้องถ่ายภาพในปัจจุบัน โดยเฉพาะกล้องรุ่นใหม่ๆ หลายๆรุ่น ก็ใช้สายชาร์จที่เป็นแบบ USB กันมากขึ้น ก็เข้าทางบรรดาตากล้องเลยสิครับแบบนี้ เพราะเราสามารถเอาสาย USB เสียบจาก WD MyPassport Wireless Pro ต่อตรงไปเพื่อชาร์จกับ กล้องถ่ายภาพของเราได้เลย โดย ผมได้นำ WD MyPassport Wireless Pro ติดตัวไปทริป ที่หลวงพระบาง มาด้วย และได้เสียบชาร์จ กล้อง Canon PowerShot G7XII ที่ใช้ในทริป เนื่องจากเป็นกล้องตัวเล็ก ปกติแล้ว แบตเตอรี่ในกล้องพวกนี้ จะใช้ได้ไม่ตลอดวัน ซึ่งถ้าเป็นกรณีอื่นๆ ผมต้องพกแบตเตอรี่สำรองของกล้องตัวนั้นๆ ติดสำรองไปด้วยเสมอ เพื่อให้ใช้งานได้ตลอดวัน แต่ทริปหลวงพระบางเที่ยวนี้ ผมไม่ต้องทำแบบนั้น ไม่ต้องเสียเงินซื้อแบตเตอรี่สำรองแต่อย่างใด เพราะผมสามารถเสียบ WD MyPassport Wireless Pro เข้ากับกล้อง Canon PowerShot G7XII ด้วยสาย USB ที่มากับกล้อง ทำการชาร์จกล้องไป บนรถ ในระหว่างที่เดินทางไปที่เที่ยวต่างๆ ทำให้สามารถใช้งานกล้องได้ตลอดวัน กลับมาถึงที่พัก จึงค่อยเสียบกล้องกับปลั๊กไฟ เพื่อชาร์จให้เต็มอีกทีนึง



และในระหว่างที่ชาร์จกล้องอยู่ในที่พักแต่ละคืน ผมก็จะทำการสำรองข้อมูล โดย ถอดเอา SD card จากกล้อง มาเสียบเข้ากับ SD card reader ที่ข้างๆตัว WD MyPassport Wireless Pro ได้เลยโดยตรง ไม่ต้องใช้ SD card reader แยกต่างหาก ไม่ต้องพกไปเลยด้วยซ้ำในทริปนี้ เพราะผมสามารถ เสียบ SD card เข้าที่ตัว WD MyPassport Wireless Pro เพื่อให้ คัดลอกภาพ จาก SD card ไปเก็บไว้ในตัว WD MyPassport Wireless Pro ได้ทันที ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็เสร็จ แถมยังมี ไฟ LED เล็กๆ 4 ดวง เพื่อแสดง เป็นสัญญานให้เห็น ให้เข้าใจลำดับการคัดลอกได้อย่างง่ายดาย ตรงนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ผมว่า มีประโยชน์ในทางปฏิบัติมาก เพราะเมื่อเทียบกับ WD MyPassport Wireless รุ่นก่อนหน้านี้ ที่ไม่ใช่รุ่น Pro ที่มีไฟ LED แค่ดวงเดียว เวลาคัดลอกข้อมูล จะใช้การกระพริบของไฟ LED ดวงนั้น เพื่อเป็นสัญญานการคัดลอกข้อมูล การมีไฟดวงเดียว เราจะไม่ทราบว่า มันคัดลอกไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ ต้องรออีกนานมั้ย เพราะไฟสถานะไม่ได้บอกเรื่องนี้เอาไว้ เพราะมีไฟแค่ดวงเดียว แต่พอมาเป็น WD MyPassport Wireless Pro ที่มีไฟ LED จำนวน 4 ดวง ทำให้ทราบได้คร่าวๆ ว่าตอนนี้ คัดลอกไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ ก็คณิตศาสตร์ง่ายๆ ใครๆ ก็เข้าใจได้ 1 ดวง คือ 25% สองดวงคือ 50% สามดวงคือ 75% สี่ดวงคือ 100% ง่ายๆแค่นี้ เด็ก ป.2 ก็เข้าใจได้ นอกจากนี้ ในเวลาที่เราไม่ได้ทำการ คัดลอกไฟล์จาก SD card ไฟสัญญาน 4 ดวงนี้ ก็จะทำหน้าที่ในการแสดง สถานะแบตเตอรี่ในตัว WD MyPassport Wireless Pro ได้เช่นกัน ก็หลักการเดียวกัน 1 ดวง คือเหลือ 25% สองดวงคือเหลือ 50% สามดวงคือเหลือ 75% สี่ดวงคือ 100%

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD
WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD


ในส่วนของความเร็วในการอ่านข้อมูลจากตัว SD card พบว่าขึ้นอยู่กับ ความเร็วของตัวการ์ด SD นั้นๆเองมากที่สุด ผมลองทดสอบด้วยการ์ด 16GB ของ Sandisk และจับเวลาดู ปรากฏว่าใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการโหลดข้อมูลทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าปกติ เหมือนๆกับการโหลดเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ที่ชอบ ก็คืออย่างที่บอกไปแล้วว่า มันมีไฟ LED เล็กๆ 4 ดวง บอกสถานะ ไม่ต้องมานั่งเฝ้าตลอด 5 นาที เดินไปทำอย่างอื่นได้ในระหว่างรอโหลด แค่ชำเลืองตามามองจากระยะไกล ก็รู้ว่า กำลังโหลดไปถึงไหนแล้ว กี่เปอร์เซนต์แล้ว

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD
WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD


แต่ในขณะเดียวกัน WD My Passport Wireless Pro HDD มีระบบ WiFi ในตัว ตรงนี้ก็เลยสามารถใช้งานร่วมกับ อุปกรณ์ WiFi ในยุค ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้ง PC , notebook , tablet , มือถือ ก็สามารถเชื่อมต่อ กับ WD My Passport Wireless Pro HDD ได้อย่างง่ายๆ ผ่านทางระบบ WiFi (แต่ต้องโหลด App ที่ชื่อว่า WD My Cloud App มาติดตั้งในตัวเครื่อง tablet หรือ บนมือถือเสียก่อน) จึงจะต่อกับ WD My Passport Wireless Pro HDD ได้ สำหรับเครื่อง PC สามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงผ่านทาง browser โดยเปิด browser ขึ้นมา พิมพ์ url นี้ลงไป เหมือนเรากำลังเข้าเว็บตามปกติ http://mypassport แค่นี้ ก็จะเข้าสู่หน้า Admin ของตัว WD My Passport Wireless Pro HDD ได้แล้ว อ่อ แต่ว่าต้องต่อเชื่อม WiFi กับ WD My Passport Wireless Pro HDD ก่อนนะครับ ซึ่งจริงๆ วิธีการต่อ WiFi เข้ากับ WD My Passport Wireless Pro HDD นั้นก็เป็นแบบเดียวกับ ที่คุณต่อ WiFi ของที่บ้าน หรือของที่ทำงาน คือ เปิดเลือกชื่อ WiFi network ที่ต้องการจะต่อ ในกรณีนี้ คือ เชื่อ WiFi network ที่ชื่อว่า MyPassport (ค่าเริ่มต้นของ WD My Passport Wireless Pro HDD จะใช้ชื่อนี้ แต่คุณสามารถเปลี่ยนชื่อเป็นชื่ออะไรก็ได้ตามต้องการ เหมือนแบบเดียวกับที่ ตั้งค่า rounter WiFi ที่บ้านนั่นแหละ)

ดังนั้น เราสามารถใช้มือถือ smartphone ของเรา ต่อ WiFi เข้าไปดูภาพใน WD My Passport Wireless Pro ได้ เพื่อคัดเลือกเฉพาะรูปที่เราสนใจจริงๆ ถึงค่อย โหลดเข้าไปเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือ ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพื้นที่ ในตัวโทรศัพท์ไปได้มาก แทนที่จะต้องโหลดภาพทุกๆภาพ ไปเก็บไว้บนมือถือทั้งหมด เราก็แค่โหลดภาพทั้งหมดไปเก็บไว้ใน WD My Passport Wireless Pro ก่อน แล้วค่อยใช้มือถือต่อเข้าไปดึงเฉพาะภาพที่ต้องการมาเท่านั้น แค่นี้เองง่ายๆ

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD
WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD
WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD


ผมลองใช้ smartphone (android) เข้าไปโหลด app ชื่อ My Cloud (ของ Western Digital นะครับ อย่าไปเอา Cloud ของคนอื่นมา) หน้าตาประมาณในภาพด้านบน ขนาดไฟล์ของ app ประมาณ 20 กว่า MB เท่านั้นเอง พอโหลดมาแล้ว ก็เข้าไปตั้งค่าเพื่อใช้งานครั้งแรกกัน หรือถ้าใครมี account ของ My Cloud อยู่แล้ว ก็ใช้ account เดิมนั้นได้เลย สำหรับการเชื่อมต่อกับ WD MyPassport Wireless Pro นั้นก็ให้เราเปิดตัวเครื่อง WD MyPassport Wireless Pro เอาไว้ก่อนสักพัก รอให้เครื่องปล่อยสัญญาน WiFi ออกมา เราก็แค่ใช้มือถือ เข้าไปดูสัญญาน WiFi ที่เครื่องส่งออกมา จะมีชื่อว่า My Passport อยู่สองชื่อ ไม่ต้องตกใจ มันมาจากเครื่องเดียวกัน แต่มีให้เลือก 2 ย่านความถี่ คือ 2.4GHz กับ 5GHz นั่นเอง คุณก็เลือกเอาอันเร็วไว้ก่อน จะได้ส่งข้อมูลได้ไวๆ แต่ถ้ามือถือของคุณขึ้นมาแค่อันเดียว ก็แสดงว่ามือถือของคุณไม่รองรับการทำงานที่ 5GHz นะครับ เข้าใจตามนี้ การเชื่อมต่อ ก็แค่คลิ๊กไปที่สัญญาน WiFi อันที่คุณอยากจะเชื่อมต่อ คล้ายๆ กับตอนที่เราเชื่อม WiFi ที่บ้าน หรือที่ทำงาน ทั่วๆไป คือ ต้องกรอกรหัสผ่านก่อน ก็ให้ดูตัวอักษรกับตัวเลขรหัสผ่าน ที่สติ๊กเกอร์บนตัวเครื่อง WD MyPassport Wireless Pro ได้เลย (ตำแหน่งที่ผมเบลอๆตัวเลขเอาไว้ในภาพนั่นแหละครับ)

WD-MyPassport-Wireless-Pro-HDD


อีกอย่างนึง ที่ชอบสำหรับ WD My Passport Wireless Pro ตัวนี้ ก็คือ การออกแบบตัวเครื่อง ที่มีรูปทรงเพรียวบาง และดูผ่านๆ เหมือนจะไม่ทราบว่าเป็น Harddisk เสียด้วยซ้ำไป การออกแบบที่บางแบบนี้ ช่วยได้มากเวลาใช้งานจริงๆ ผมสามารถใส่ไว้ใน ช่องด้านหน้า ของกระเป๋ากล้อง ได้อย่างแนบเนียน ความแบนราบของมัน ไม่ทำให้ช่องด้านหน้าของกระเป๋ากล้องผม ตุงเป่งออกมาแต่อย่างใด อย่างที่ทราบๆกันว่า ถ้าเราใส่ของไว้ด้านหน้ากระเป๋ามากๆ มันจะดันออกมาน่าเกลียดมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ มันจะดันตัวไปด้านในกระเป๋า และถ้าเป็นของแข็งๆ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อ อุปกรณ์ถ่ายภาพที่อยู่ทางฝั่งด้านในเป็นแน่ แต่สำหรับ WD My Passport Wireless Pro ผมเอาใส่ไว้ที่ช่องด้านหน้ากระเป๋ากล้องตลอดทริป โดยไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันแต่อย่างใดครับ นอกจากน้ำหนักที่เพิ่มมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรมากไปกว่า การพก powerbank ธรรมดาๆ ตัวนึงเท่านั้นเอง

โดยสรุปแล้ว แนะนำเลยว่า ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ต้องพก สิ่งเหล่านี้ไปด้วยในทริปถ่ายภาพของคุณ คือ 1. แบตเตอรี่สำรองสำหรับกล้องถ่ายภาพของคุณ 2. powerbank สำหรับโทรศัพท์มือถือของคุณ 3. SD card reader ที่อ่านการ์ดแบบพกพา 4. สายต่อเพื่อต่อ SD card reader เข้ากับโทรศัพท์มือถือ เพื่อโหลดรูปเข้ามือถือ (หรือ tablet) 5. Harddisk สำหรับการสำรองข้อมูล ผมก็แนะนำเลยครับว่า คุณเปลี่ยนมาใช้ WD My Passport Wireless Pro เพียงตัวเดียว อุปกรณ์ทั้ง 5 อย่างนั้น จะรวมอยู่ในตัว WD My Passport Wireless Pro นี้เพียงตัวเดียว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม บางเบา พกพาสะดวก ในราคาที่ถูกกว่ากล้องกับเลนส์คุณเยอะ ผมว่าคุ้มมากครับ ยิ่งเวลาไปออกทริปหลายๆวัน ยิ่งคุ้มมากจริงๆ

^ ^

Webmaster
taKLONG.com






แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2016. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง