ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิว HDD : WD My Cloud Mirror

ระบบเก็บข้อมูลส่วนตัวแบบ Cloud ที่ใช้งานง่าย พร้อมระบบสำรองข้อมูลในตัว

 

WD-My-Cloud-Mirror
WD-My-Cloud-Mirror

เชื่อว่าตากล้องหลายๆท่าน น่าจะมีปัญหาลักษณะเดียวกับผม คือ พอเราถ่ายภาพไปเยอะๆแล้ว เริ่มมีการเก็บภาพไว้ใน Harddisk หลายๆตัว แล้วพอจะถึงเวลาที่ต้องการจะหาภาพ ที่ต้องการสักภาพนึง ปัญหาที่เจอก็คือว่า มันอยู่ใน Harddisk ตัวไหน และที่หนักกว่านั้นคือ Harddisk ตัวที่ต้องการใช้งานนั้น เก็บไว้อีกบ้าน หรือเก็บไว้ที่คอนโด หรือ เก็บไว้ที่สำนักงาน ไม่ได้เอาติดตัวกลับมาที่บ้าน ก็เป็นอันว่าจบกัน หรือถ้าต้องรีบใช้งานจริงๆ ก็ต้องบึ่งรถกลับไปที่บ้าน หรือกลับไปที่ทำงาน เพื่อเพียงแค่หยิบเอา Harddisk ลูกที่มีภาพที่เราต้องการใช้งานแค่นั้นเอง

นั้นคือสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกับผมล่าสุด ที่ต้องการนำภาพบางภาพ มาใช้งาน แต่ปรากฏว่า ภาพนั้นอยู่ใน Harddisk ลูกเก่าที่อยู่อีกที่นึง แต่ผมก็ขี้เกียจเกินไปที่จะกลับไปเอา Harddisk ลูกนั้น จนต้องรออีกวัน ถึงจะไปเอา Harddisk ลูกนั้น เพื่อที่จะได้ภาพที่ต้องการ จึงเกิดความคิดว่า ทำไมเราไม่ ON Harddisk ไว้ตลอดเวลา จริงๆ ผมก็มี NAS Harddisk ที่ต่อกับ network อยู่แล้วนะ แค่เปิด ON เอาไว้ แล้วก็เปิด net เอาไว้ด้วย ก็สามารถเชื่อมเข้าไปเอาไฟล์ภาพที่ต้องการได้ แต่ปัญหาที่ผมเจอตอนนี้ คือ ผมลืมวิธีใช้ ในการต่อเชื่อมเข้าไปดูข้อมูลใน NAS Harddisk ของผมแล้ว เพราะไม่ได้เชื่อมต่อจากข้างนอกนานแล้ว เป็นความผิดของผมเองแหละ แต่ก็ส่วนนึงเป็นเพราะว่า การเชื่อมต่อ NAS Harddisk จากภายนอก พูดตรงๆว่า ยังมีความซับซ้อนอยู่พอสมควร ที่อย่างเช่นตัวผมเองนี่แหละ ที่ลืมวิธีเข้าไปแล้ว ว่าทำอย่างไร

ก็พอดีอีกเหมือนกัน ที่ไปเดินเล่นในงาน Commart ครั้งล่าสุดมา ผมก็ไปเดินเล่นๆแหละ ไม่คิดว่าจะต้องเสียเงินซื้ออะไร แบบที่หลายๆคน ก็เป็นแบบนี้ คือ ไปแบบไม่อยากเสียเงิน แต่ก็เสียเงินกลับมาทุกที ^ ^ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมกะไปเดินดูของเรื่อยเปื่อย แต่ดันมาเจอคนขาย Cloud Harddisk ก็ดันคันปาก ไปถามเขาด้วยว่า มันต่างกับเจ้า NAS Harddisk ที่ผมใช้งานอยู่อย่างไร และก็บอกปัญหาที่ผมเจอ ให้เขาฟังว่า ผมลืมวิธีเข้า NAS Harddisk จากภายนอกไปแล้ว ผมเปิดโอกาสในการขาย ให้เขาซะเต็มเปาขนาดนี้ มีหรือนักขายมือทองจะพลาดโอกาส เขาเลยอธิบายมาเลยว่า ปัญหาพี่จะหมดไป ถ้าพี่ใช้งาน Cloud Harddisk แทน !

WD-My-Cloud-Mirror

ไม่รอช้า น้องเขารุกต่อทันทีว่า พี่เคยใช้บริการที่เก็บข้อมูลบนเน็ต อย่างเช่น Google Drive , OneDrive , DropBox อะไรพวกนี้มั้ยพี่ นั่นละครับคือ Cloud Storage แต่อันนั้นเป็นบริการของ ผู้ให้บริการรายใหญ่ๆ อย่าง Google หรือ Microsoft แต่พี่สามารถมี บริการที่เก็บข้อมูลลักษณะเดียวกันนี้ได้ เป็นของตัวพี่เอง หรือที่เรียกว่า Personal Cloud Storage ซึ่งเจ้าสิ่งนั้น ก็วางอยู่ตรงหน้าพี่แล้วตรงนี้ครับ (น้องเซลคนเก่ง ก็หันไปหยิบเจ้ากล่องสีฟ้าๆ ที่เขียนข้างๆว่า My Cloud พร้อมกับโลโก้ WD อยู่ด้านบนมาให้ผมทันที) ผมก็พอเข้าใจนะ แต่ผมก็รีบบอกไปว่า แล้วมันจะไม่ซ้ำซ้อนกับเครื่อง NAS ที่ผมมีหรือ น้องเขาก็บอกว่า อันนี้มันใช้ง่ายกว่าเยอะครับพี่ ใช้ username ลักษณะเดียวกันกับที่พี่ login เข้าไปใช้ Google Drive หรือ DropBox พวกนั้นแหละครับ เพียงแค่อันนี้เป็นที่เก็บส่วนตัวของพี่เอง แค่พี่เปิดเครื่องเอาไว้ และเปิดเน็ตของพี่ค้างไว้แค่นั้นเองครับ ระบบมันจะจัดการให้พี่เองทั้งหมด หรือ ถ้าพี่จะต่อเชื่อมผ่านมือถือ ก็แค่โหลด App ใส่มือถือเท่านั้น ก็เข้ามายังเครื่อง My Cloud ของพี่ได้เลย จากใน App เหมือนเวลาพี่ใช้ Google Drive หรือ DropBox เลยครับ

WD-My-Cloud-Mirror

เอาแล้วไง ต่อมประมวลผมเริ่มทำงานทันที ถ้ามันใช้ง่ายอย่างที่น้องเขาว่ามา ก็น่าลองดูสักตั้ง ส่วนเครื่อง NAS ผมก็ว่าจะเอาไว้เก็บภาพงานสำคัญๆ ส่วนเจ้า My Cloud นี้ก็จะเอาไว้เก็บรูปส่วนตัว ซึ่งผมมีปัญหาอีกอย่างนึงว่า โดนค่อนขอด จากคนใกล้ตัวตลอดว่า ไม่เคยเห็นรูปที่ถ่ายไปเลย เป็นปี เป็นหลายๆปี ก็ไม่เคยเห็น เพราะผมเป็นคนไม่ชอบโพสต์รูปส่วนตัวอวดชาวโลกโซเชี่ยลสักเท่าไหร่ เพราะผมเกิดมาในยุคที่รูปส่วนตัว ก็คือรูปส่วนตัว ที่ไม่ได้อยากให้ชาวโลกมาดู แต่ก็เลยกลายเป็นส่วนตัวชนิดที่ คนรอบๆตัว ก็ไม่เคยมีใครได้ดู ^ ^ ผมก็กะว่า จะเอาน้อง My Cloud นี่แหละ มาใส่ภาพส่วนตัว แล้วก็ส่ง link ไปให้กับคนในครอบครัว หรือเพื่อนฝูงที่ต้องการให้เห็นภาพ เข้ามาดูจากใน My Cloud นี่เองเลย ผมก็เลยถามน้องเขาต่อไปอีกว่า แล้วถ้าพี่จะส่ง link หรือ ให้เพื่อน login เข้ามาดูภาพ เฉพาะบาง folder ใน My Cloud ของพี่นี่จะได้มั้ย ? น้องเขาบอกว่า ได้ครับ พี่ก็แค่ Create username ให้กับเพื่อน หรือญาติคนที่ต้องการให้เข้ามาดู และก็กำหนดสิทธิ์การเข้าดูของแต่ละ username ได้ครับว่าให้ดูได้แค่ไหน ทำอะไรได้บ้าง บางคนดูได้อย่างเดียว แก้ไขไม่ได้ บางคนก็เขามาแก้ไข มาใส่รูปเพิ่มได้ อันนี้แล้วแต่พี่ได้เลยครับ

WD-My-Cloud-Mirror

ผมก็ถามน้องเขาต่อว่า แล้วถ้าเกิดรูปที่เก็บอยู่ใน My Cloud ของพี่ แล้วตัว Harddisk มันเสียขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร เพราะเคยมีประสบการณ์ จากเพื่อนที่เคย Harddisk พังแล้วรูปหายหมด ตัวนี้มันมีการทำ backup พวก RAID 1 ให้ด้วยหรือเปล่า (ผมมองไปที่ตัว My Cloud ในมือน้องแล้วเห็นมันเล็กๆ คิดว่าไม่น่าจะทำ RAID 1 คือ สำรองข้อมูลให้) น้องเขาก็บอกว่า ตัวนี้ไม่มีครับ แต่ถ้าพี่จะเอาแบบที่มี RAID 1 คือ สำรองข้อมูล หรือ mirror ข้อมูลให้ทันทีที่บันทึกข้อมูล ต้องใช้อีกรุ่นครับ (ว่าแล้วน้องก็มุดลงไปใต้โต๊ะ ใต้กองสิ่งของสักพัก ก็หยิบกล่องอันนี้ออกมาให้ผมดู) นี่ครับ ถ้าพี่ต้องการใช้งานลักษณะ Mirror พี่ก็ต้องใช้ตัวนี้ My Cloud Mirror (เออ น้องคนนี้ก็พูดถูก ถ้าอยากได้ Mirror ก็ต้องซื้อรุ่น Mirror ทำไมมันช่างตรงอะไรขนาดนี้ 555)

ถ้าข้อมูลของพี่สำคัญนะครับ ก็ควรใช้รุ่นที่ทำ Mirror ให้ด้วยเลย หรือ RAID 1 แต่ราคามันสูงกว่าปกติครับ ผมเลยไม่ได้โชว์ ที่วางโชว์ส่วนใหญ่จะเป็นรุ่น My Cloud รุ่นธรรมดา ที่ไม่ได้ Mirror คือ ถ้าเป็นคนทั่วๆไป ที่เขาเก็บข้อมูลส่วนตัว หรือ ไม่ได้ซีเรียสมาก ส่วนใหญ่เขาก็เลือกตัวธรรมดากันครับ พี่นี่คนแรกๆ เลยนะที่ถามเรื่องนี้ (แล้วน้องก็หัวเราะ - หมายความว่าไงเนี่ย - ตูเคยเห็นอาการคนหัวใจสลายเพราะรูปหายมาทั้ง Harddisk มานักต่อนักแล้วน้องเลยถาม) เอางี้ละกัน ผมให้ราคาพิเศษพี่เลยครับ ถ้าพี่เอาตัวนี้ คิดไปเลยที่ xx,xxx บาท (น้องเขารีบปิดการขายทันที คงเห็นสีหน้าผมเริ่มเปลี่ยนจากการหัวเราะเมื่อสักครู่) สรุป ก็มึนๆ รูดปิ๊ดๆ หิ้วกลับบ้านมาแบบมึนๆเหมือนกัน แต่ก็คิดว่า เอาน่า ลองมาใช้เทียบกับตัว NAS Harddisk ปกติที่ใช้กันดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

และนี่คือผลจากการใช้งานมาได้สักพัก

1. การใช้โดยรวมง่ายครับ ยิ่งถ้าคุณใช้งานพวก Cloud Storage บนเน็ตอยู่แล้ว อย่าง Google Drive หรือ DropBox ก็ทำงานแบบเดียวกันเลย เพียงแค่ตอนนี้ตัวกล่องเก็บ Cloud มันวางอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณเองเลย

WD-My-Cloud-Mirror
WD-My-Cloud-Mirror
WD-My-Cloud-Mirror

2. การ Setup ง่ายมาก (กว่าที่คิดไว้ตอนแรกเสียอีก) แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เสียบสาย power ไปด้านหลัง เสียบสาย LAN เข้าไปตรงช่อง สาย LAN อีกด้าน ก็ต่อไปยังด้านหลังของตัว modem router internet ของคุณ แล้วเปิดเครื่้อง เปิดคอมเอาไว้ เปิด modem router internet เอาไว้ รอจนกระทั่งสัญญานไฟหยุดกระพริบ และเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นก็เข้าไปกำหนด username อะไรอีกนิดหน่อย ทางหน้าเว็บไซต์ http://mycloud.com/setup ส่วนใหญ่ก็แค่ ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรา account ของเรา เหมือนตอนสมัครบริการ ทั่วๆไปสักไม่กี่ข้อ จากนั้น ก็ให้ระบบจัดการทุกอย่างที่เหลือให้ แค่นี้จริงๆผมใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ก็ทำการ setup ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ง่ายกว่าที่คิดไว้ตอนแรกเสียอีก

3. สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือ ความเร็วของระบบ LAN ในบ้าน หรือในสถานที่ใช้งานของคุณ ที่ต่อกับ My Cloud ควรจะเป็นความเร็วระดับ Gigabit หรือที่เรียกอีกอย่างว่า 10/100/1000 เท่านั้น อย่างกรณีของผม อาจจะซับซ้อนเล็กน้อย เพราะตัว modem router internet ของผมเป็นระบบเก่า มีความเร็วแบบเก่า วิ่งอยู่แค่ 10/100 LAN เท่านั้น การใช้งาน Network Storage พวกนี้ ควรจะใช้งานกับ LAN ที่เป็น Gigabit LAN หรือ 10/100/1000 LAN เท่านั้น ถึงจะทำงานได้โดยไม่หงุดหงิดครับ แต่ถ้าท่านมี modem router internet เป็น 10/100 LAN อยู่แบบผม ก็ไม่ยากครับ แค่ไปหา Gigabit switch LAN หรือ 10/100/1000 switch LAN มาใช้เท่านั้นเอง ของผมซื้อตัวถูกๆ ของ 5-port ตัวนึงไม่กี่ร้อยก็ใช้ได้แล้ว คือ ต่อสาย LAN ออกมาจาก LAN port เส้นใดก็ได้ของ modem router internet มาเข้ายัง port หลักของ 5-port Gigabit switch ของผม จากนั้นก็ ต่อสาย LAN จาก port ที่เหลือ port ไหนก็ได้ ไปเข้าด้านหลังของตัว My Cloud Mirror ได้เลย ง่ายๆไม่ยากครับ แล้ว port อื่นๆ ก็ต่อไปยังเครื่องคอมที่คุณต้องการได้เลย อ่อ .. แต่เครื่องคอมคุณ ก็ต้องรองรับ Gigabit LAN ด้วยนะครับ ซึ่งถ้าเป็น notebook ใหม่ๆ ก็รองรับหมดแล้ว

4. กรณีที่ต้องการเป็น WiFi แทน LAN ก็ทำคล้ายๆกัน เพียงแค่ต้องเพิ่มตัว Accesspoint ที่รองรับความเร็วสูงๆด้วยละกัน เช็คดูเรื่องความเร็วดีๆครับ ไม่อย่างนั้น การเข้าใช้งานพวก Network Storage พวกนี้จะช้า จนคุณคิดว่ามันไม่ดี แต่จริงๆ เป็นเพราะระบบ Network คุณมันช้าต่างหาก ต้องใช้ที่เป็น Gigabit ครับ หรือถ้าเป็นไปได้ ก็เปลี่ยนตัว modem router internet เป็นตัวที่รองรับ Gigabit LAN เลยแต่แรกครับ จะง่ายเลย ไม่ต้องวุ่นวายแบบผม

5. ความเร็วของ Internet ก็สำคัญ สำหรับการเข้าถึงข้อมูลจากนอกบ้าน หรือ นอกสำนักงาน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของ Internet เป็นสำคัญครับ แต่เท่าที่ลองใช้งาน Internet เดี๋ยวนี้ก็เร็วขึ้นเยอะ ใช้งานได้สบายๆครับ ถ้าไม่ได้โหลดภาพกันเยอะแยะมากมาย (จากภายนอก) ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่การโหลดภาพภายในวง LAN กันเอง ระหว่างเครื่องในบ้านเดียวกัน หรือใน สำนักงานเดียวกัน ไม่มีปัญหา เพราะความเร็วถ้าเป็นระดับ Gigabit หรือ 10/100/1000 ก็เร็วปรู้ดปร๊าดทันใจอยู่

WD-My-Cloud-Mirror

6. การใช้งานหลังจากนี้ ก็แค่ให้เข้าไปที่ http://www.mycloud.com/ แล้ว login โดยใช้ username กับ password ให้ตรงกับตอนที่เราติดตั้งเครื่อง เพียงเท่านี้ทุกอย่าง ก็จะใช้งานได้ทันทีแล้วครับ จากอุปกรณ์ตัวไหนก็ได้ และถ้าให้สะดวก ถ้าใช้งานบนมือถือ ก็แค่โหลด App ที่ชื่อ WD My Cloud มาติดตั้งบนมือถือของเรา และก็ทำการกำหนด username กับ password ไว้ให้เรียบร้อย แค่นี้ก็จิ้มเข้าไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลของเราได้อย่างง่ายๆทันที ผ่าน app บนมือถือ

WD-My-Cloud-Mirror
WD-My-Cloud-Mirror

7. คุณสมบัติอีกอย่าง ที่ผมชอบมากที่สุดสำหรับ My Cloud Mirror นี้ก็คือ ผมสามารถตั้งให้ My Cloud Mirror ทำการ Sync ข้อมูล กับเครื่องคอม หรือ มือถือ หรือ tablet ของผมได้ โดยอัตโนมัติ แค่กำหนดว่า ให้โฟลเดอร์ไหนบ้าง ที่ต้องการ Sync อย่างของผมจะ sync โฟลเดอร์งานเอาไว้ พอผมทำการ update งานของผมที่เครื่องผม เครื่องหลักเสร็จ ก็จะ Sync เข้าไปอยู่ใน My Cloud Mirror ให้โดยอัตโนมัติ และไม่เท่านั้น ยัง Sync เข้าไปยังมือถือ หรือ tablet ให้โดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน รวมถึงเครื่องคอมเครื่องอื่นๆ ของผมด้วย ก็เช่นเดียวกัน ทำให้ไฟล์งาน ที่ผม update ที่เครื่องเดียว ก็ไปอยู่บนทุกๆเครื่อง พร้อมใช้งานที่ไหนก็ได้ โดยทันที ตรงนี้ผมว่ามีประโยชน์สำหรับผมมากๆ จากเดิมที่ต้องคอยวิ่งมาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงเพื่อเอาไฟล์แค่บางไฟล์ คราวนี้ไม่ต้องแล้ว เปิดเมื่อไหร่ ก็เจอไฟล์ที่ update ได้ทันที ทุกที่ ทุกสถานที่ แค่เชื่อมต่อเข้าเน็ตเท่านั้น

8. หาก Harddisk ในเครื่อง My Cloud Mirror เต็ม ยังมีทางออกที่ผมมองเผื่อไว้ในอนาคตคือ ทางด้านหลังของเครื่อง My Cloud Mirror จะมีช่องเสียบ USB อยู่อีก 2 ช่อง เอาไว้ต่อกับ External Harddisk เพิ่มเติมได้ ในกรณีที่ Harddisk ภายในเต็มความจุแล้ว ก็แค่เอา External Harddisk มาเสียบที่ช่อง USB ด้านหลังนี้ เพื่อเพิ่มความจุได้อีกในอนาคต จริงๆ เพราะอันนี้ด้วยแหละ ที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อ เพราะสามารถเพิ่มความจุได้นี่เอง

WD-My-Cloud-Mirror
โดยสรุปแล้ว ถ้าคุณกำลังมองหา ที่เก็บข้อมูลแบบ ตัวเดียวจบ ติดตั้งง่าย อยากเก็บไฟล์งานทุกอย่างไว้ที่เดียว แต่ก็ sync หากันได้ กับอุปกรณ์ทุกๆอุปกรณ์ ที่สำคัญ มีการ backup หรือ Mirror ข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ กันปัญหา Harddisk พัง เพราะข้อมูลถูกสำรองอยู่ตลอดเวลา 100% WD My Cloud Mirror ก็เป็นทางเลือกที่ดี ที่ลองพิจารณากันดูนะครับ นอกเหนือจากระบบ NAS Harddisk ที่เต็มรูปแบบ ซึ่งใช้ Harddisk ระดับเทพกว่า จึงทำให้แพงกว่า แต่ก็ติดตั้งและใช้งานยากกว่าระบบ Personal Cloud Storage ด้วย ถ้างานคุณไม่ได้ซีเรียสและไม่อยากปวดหัว กับการใช้งานที่ยุ่งยาก ระบบ Personal Cloud Storage พวกนี้เป็นทางเลือกที่ดี ในวิถีชีวิตยุคดิจิตอลทุกวันนี้ครับ

^ ^

Webmaster
taKLONG.com






แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS 77D
  • SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art
  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง