ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Sony Alpha A6000

กล้อง Mirrorless สำหรับผู้ที่จริงจังกับคุณภาพ

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Sony Alpha A6000
กล้อง Sony A6000 อาจเรียกได้ว่า เป็นการจับเอาเทคโนโลยีของกล้อง ประสิทธิภาพสูงอย่าง Sony A7 ที่เป็นกล้องระดับ High-end ที่มีเซ็นเซอร์แบบ Full Frame จับเอามาย่อส่วน แล้วใส่ลงไปใน บอดี้ของกล้อง Sony Nex 6 กล้องตระกูล Nex รุ่นเก่าของ Sony นั่นเอง เรียกได้ว่า เป็นตัวตายตัวแทน ของกล้อง Sony Nex 6 ที่เป็นกล้อง ที่เน้นสำหรับ กลุ่มนักถ่ายภาพที่จริงจังกับการถ่ายภาพ แต่ไม่อยากใช้งานกล้องตัวใหญ่ๆ แบบ DSLR
    คุณสมบัติเด่น
    กล้องแบบ Mirrorless ที่โฟกัสเร็วมาก เทียบเท่า(หรือดีกว่า) กล้องแบบ DSLR
    ระบบโฟกัสภาพแบบ Hybrid AF system ที่ทำงานร่วมกัน ระหว่าง Phase-detection จำนวน 179 จุด และแบบ Contrast-detection อีก 25 จุด
    ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Exmor APS-C ขนาดเท่ากล้อง DSLR
    ระบบประมวลผล Bionz X (ตัวเดียวกับ Sony Alpha A7 และ A7R)
    ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสุดที่ 11 fps.
    มีช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ (OLED EVF viewfinder) ในตัว ความละเอียด 1.44 ล้านพิกเซล
    จอภาพ LED ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 921,600 จุด แบบปรับองศาก้มเงยได้
    มีระบบ WiFi และ NFC ในตัวกล้อง สามารถต่อเชื่อมกับ SmartPhone ได้ง่ายๆ
    มีแฟลช Built-in ในตัว พร้อมช่องเสียบแฟลชภายนอก (และอุปกรณ์อื่นๆ)
    ปุ่มควบคุมหลัก 2 ปุ่ม ให้การควบคุมได้ดังใจ เหมือนกล้องมืออาชีพ
    ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD
    Diffraction correction technology ลดปัญหาภาพเบลอจากการใช้รูรับแสงเล็กๆ
    PlayMemories Camera Apps แอปส์ สำหรับตกแต่งภาพเท่ห์ๆ ง่ายแค่โหลด Apps นี้ใส่เข้าไปในกล้อง (โหลดฟรี)
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.sony.co.th/product/ilce-6000l
Sony Alpha A6000
เพื่อความง่าย ต่อการเข้าใจ สำหรับท่านที่พอๆ คุ้นๆ กับกล้อง Sony NEX มาก่อน สมัยที่ยังเป็น Sony NEX จะมีกล้องอยู่ 2 รุ่น คือ NEX 7 กับ NEX 6 สองตัวนี้ ก็แปรสภาพ กลายมาเป็นกล้อง Alpha A7 กับ Alpha A6000 ในปัจจุบันนี้นั่นเอง แถมบอดี้ ยังแทบจะถอดแบบ NEX 6 มายังกะแกะ ยกเว้นส่วนปุ่มปรับโหมด กับปุ่ม main dial ที่จัดวางตำแหน่งใหม่

Sony Alpha A6000 display ปรับก้มเงยได้
โดย Sony A6000 ปรับเปลี่ยน ตำแหน่งปุ่ม Main dial ด้านบน ที่ดีไซน์ฝัง กลมกลืนไปกับ ตัวบอดี้กล้อง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่หมุนปรับค่าต่างๆได้ง่าย ด้วยนิ้วหัวแม่มือขวา แทนที่จะเป็นวงแหวนซ้อนกับปุ่มปรับโหมด อย่างที่ทำใน NEX-6 แต่ทาง Sony ยังคง ปุ่ม C1 ไว้ข้างๆ ปุ่มลั่นชัตเตอร์ ลักษณะเดียวกันกับ ปุ่ม Fn ของ NEX-6 อย่างไรก็ตาม Sony A6000 นั้นสามารถ ปรับตั้งปุ่มต่างๆ แทบทุกปุ่ม ให้ทำงาน เฉพาะตามที่เราต้องการได้เองเลย ไม่จำเป็นต้องใช้งานตามที่โรงงาน กำหนดไว้เท่านั้น อยากเปลี่ยนให้ ปุ่มนี้ทำหน้าที่นี้ เปลี่ยนปุ่มนั้นทำหน้าที่อีกอย่าง ก็เลือกเอาเองได้เลย แต่เมื่อปรับเปลี่ยนแล้ว เราต้องจำให้ได้ก็แล้วกัน ว่าปุ่มไหนทำอะไร ตรงนี้ถ้าเราใช้งานกล้องไปจนคุ้นแล้ว ก็นับว่าสะดวกมากๆ โดยปุ่มต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะปุ่ม Main dial ที่ทำงานร่วมกับ ปุ่มวงแหวนด้านหลังกล้อง รวมเป็น 2 ปุ่มหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ ตากล้องที่ใช้งานจริงๆจังๆ จำเป็นต้องปรับตั้งค่าต่างๆ อย่างน้อย 2 ค่าอยู่เสมอๆ ในแทบจะทุกๆภาพที่ถ่าย คุณสมบัติพื้นฐาน ที่มีปุ่ม dial 2 ปุ่มนี้ เป็นสิ่งสำคัญ มากสำหรับการจับกลุ่ม ผู้ใช้ที่จริงจัง เหล่านี้

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 3200 : 1/60 sec. F 5.6


Sony Alpha A6000 display ปรับก้มเงยได้
จอภาพของ Sony A6000 สามารถปรับก้มเงยได้ เพื่อให้สามารถถ่ายภาพ ในมุมแปลกๆได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องย่อตัวลงไปต่ำๆ เพื่อถ่ายภาพใกล้ๆพื้นดิน หรือเขย่งเท้าถ่ายภาพมุมสูงๆ อีกต่อไป โดยส่วนตัวแล้ว จอภาพที่ปรับองศาการถ่ายภาพได้นี้ คือ คุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญ ที่กล้อง mirrorless ทุกตัวควรจะมี เพราะกล้องน้ำหนักเบาเหล่านี้ สามารถถ่ายภาพ เหมาะสำหรับการพกพาไป ถ่ายภาพแนวสตรีท หรือ แนวท่องเที่ยวได้ดี โดยหากสามารถถ่ายภาพได้จากระดับเอว ก็จะเป็นประโยชน์มาก กับการถ่ายภาพแนวนี้ โดยในหลายๆกรณี หากเราทิ้งให้กล้องห้อยไปจนสุดสายคล้องคอ ก็จะอยู่ประมาณระดับเอว แล้วเพียงบิดจอมาเล็กน้อย คุณก็สามารถถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย และนิ่งมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในจังหวะที่ คุณใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆ จอภาพแบบนี้ และเทคนิค ที่ผมเล่าให้ฟังนี้ จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้นิ่งมากยิ่งขึ้น อย่างง่ายๆ
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 100 : 1/160 sec. F 9

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 1000 : 1/160 sec. F 5.6

Sony Alpha A6000 WiFi and NFC
Sony A6000 มาพร้อมกับระบบ Wi-Fi และ NFC ซึ่งแน่นอนว่าโลกยุค โซเชี่ยลมีเดียแบบสมัยนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อเชื่อมต่อกับ มือถือสมาร์ทโฟน และแน่นอน เพื่อเชื่อมต่อกับโลกอินเตอร์เน็ต ไร้สาย ก็นับเป็นข่าวดีครับ สำหรับสาวก FB , IG และ G+ ทั้งหลาย


Sony Alpha A6000 Bionz X



ดูเหมือนว่า Sony เริ่มจะมีการปรับทิศทาง การทำตลาดกล้องดิจิตอล กันอย่างขนานใหญ่ โดยเน้นไปที่กลุ่ม ผู้ใช้ที่จริงจังมากขึ้น จากเดิมที่เน้นไปที่ตลาด consumer ทั่วๆไปเป็นหลัก ที่ผมพูดแบบนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ การคาดเดาแบบสุ่มๆ แต่ผมวิเคราะห์ดูจากการดำเนินการของทาง Sony เอง ที่ยกเลิก สายการผลิต สินค้า ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ NEX ออกไปจากตลาด แล้วปรับเปลี่ยนมาเป็นชื่อ Alpha ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กล้องในตระกูล NEX แต่เดิมนั้น เน้นทำตลาด สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป หรือ consumer แบบบ้านๆ มากกว่าที่จะเน้นไปที่กลุ่มที่จริงจังกับการถ่ายภาพ (Serious photographer) ดังนั้นการที่ Sony เปลี่ยนมาใช้ชื่อ Alpha ทั้งหมด ในกล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกล้องแบบ Mirrorless หรือ DSLT หรือ DSLR โดยใช้ชื่อเดียวกันว่า Alpha ทั้งหมด (แต่เม้าท์เลนส์มีสองแบบนะ มีแบบ E-mount และ A-mount อย่าซื้อเลนส์ผิดเม้าท์ล่ะ เดี๋ยวจะใส่กับกล้องคุณไม่ได้) ประกอบกับ การเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ๆ ที่เอาอกเอาใจ บรรดาโปรๆทั้งหลาย ก็แสดงว่า Sony หันมาทำตลาดบน กับกลุ่มนี้มากขึ้นอย่างแน่นอน

และเมื่อเร็วๆนี้ Sony ก็ออกสินค้าตัวใหม่มา ให้บรรดาตากล้อง ที่จริงจังกับการถ่ายภาพ ได้น้ำลายหกกันทั่วหน้าอีกครั้ง กับ Sony Alpha A6000 ตัวนี้ โดยคาดว่าออกมาเพื่อเอาใจ คนจริงจังการถ่ายภาพ แต่อาจจะมีงบ ไปไม่ถึงดวงดาว อย่างรุ่น Top เช่น Sony A7 ก็ขยับมา สอยดวงเดือนอย่าง Sony A6000 ไว้ใช้งาน แทนก็พอได้ ด้วยงบที่ย่อมเยากว่ามาก แต่ก็ได้ Feel แบบเดียวกับ Sony A7 อยู่ ผมว่างานนี้ ยังไงๆ Sony ก็น่าจะ ตั้งใจมาล้วงเงินในกระเป๋าของ คอ High-end กันโดยเฉพาะ เปลี่ยนแนวจาก เดิมที่เน้น consumer ในกล้องตระกูล NEX ก็คงเป็นการปรับทิศทาง การทำธุรกิจ ที่ผมว่า Sony มาถูกทางแล้วครับ

ผมก็ไม่ได้เป็นหมอดูอะไรหรอกครับ ที่กล้ายืนยันอย่างนั้น แต่เป็นเพราะ กระแสเสียงการต้อนรับ จากการเปิดตัวสินค้า กล้องระดับ High-end Fullframe อย่าง Sony A7 และ A7R ที่เรียกได้ว่า สั่นสะท้านวงการถ่ายภาพทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะเป็น Fullframe บน E-mount ครั้งแรก ไม่ใช่ A-mount อีกต่อไป และเป็นการเปิดศักราชใหม่ ของเทคโนโลยีหลายๆอย่าง สำหรับกล้องแบบ Mirrorless และก็โชคดี ที่เทคโนโลยีหลายๆอย่าง ที่มีใน Sony A7 ก็นำมาบรรจุอยู่ในกล้อง Sony A6000 ตัวนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือ ระบบออโต้โฟกัส แบบ Phase Detection ที่มีจุดโฟกันมากมายมหาศาล ถึง 179 จุด ครับคุณไม่ได้อ่านผิด มันมีจุดโฟกัสแบบ Phase Detection มากถึง 179 จุด เล่นเอา กล้อง DSLR โดยทั่วๆไป ได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะสิบกว่าจุด ยี่สิบจุดนี่ก็นับว่าหรูมากแล้ว แต่พี่ Sony เล่นใส่มาให้ซะ 179 จุด เรียกว่าสำลักจุดโฟกัสกันได้เลยทีเดียว ถ้าคุณมีกล้องที่มีจุดโฟกัสมากมายขนาดนี้ แล้วยังกลัวว่า จะโฟกัสไม่ทัน ก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงแล้วล่ะ รวมไปถึง ระบบการโฟกัสภาพที่ดวงตาด้วย ที่บรรดาตากล้องแนว portrait น่าจะชื่นชอบกัน คุณสมบัตินี้ก็เอามาจาก Sony A7 ด้วยนั่นเอง จึงน่าจะเรียกได้ว่า Sony A6000 คือ การจับเอา A7 มาย่อส่วนให้ได้ใช้กัน

ถัดมาก็เป็น ตัวเซ็นเซอร์ที่ให้ภาพขนาด 24.3 ล้านพิกเซล เหมือนกับ Sony A7 แต่ช้าก่อน ต้องไม่ลืมว่า A7 นั้นเป็นกล้องแบบ Fullframe ดังนั้นแม้ จำนวนพิกเซลจะเท่ากัน คือ 24 ล้านเท่าๆกัน แต่ต้องไม่ลืมเรื่องขนาดของตัวเซ็นเซอร์ด้วยนะครับ Sony A7 เป็น Fullframe ในขณะที่ Sony A6000 เป็นกล้องที่มี ขนาดเซ็นเซอร์แบบ APS-C (มีตัวคูณ) แต่ที่น่ากล่าวถึงมากกว่า คือ เรื่องเทคโนโลยี พิกเซลไร้ขอบ(Gapless) หมายถึง เทคโนโลยีการผลิต ตัวเซ็นเซอร์ ให้แต่ละพิกเซลบนเซ็นเซอร์ อยู่ชิดติดกัน ในแบบแทบจะไร้ขอบ ไร้ที่ว่าง ระหว่างพิกเซล เพื่อให้สามารถรับแสงเข้าไปในแต่ละพิกเซลได้มากยิ่งขึ้น กว่าระบบปกติ ที่มักจะมีขอบ หรือ ระยะห่าง ระหว่างแต่ละพิกเซล บนตัวเซ็นเซอร์ ทำให้เสียแสงไปบางส่วน กับพื้นที่ขอบตรงนี้ เทคโนโลยีนี้ ช่วยทำให้ Sony สามารถเพิ่มจำนวนพิกเซลขึ้นไปได้มากๆ ถึง 24.3 ล้านพิกเซล ได้บน พื้นที่ APS-C ที่เล็กกว่า Fullframe แต่ได้คุณภาพที่ดี จึงเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี ที่ Sony บรรจง ถอดแบบมาจาก Sony A7 มาใส่ไว้ใน Sony A6000

ประเด็นถัดมาที่ Sony A6000 ได้รับมรดกตกทอดมาจาก Sony A7 ก็คือ ตัวประมวลผลภาพ Bionz X ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ตัวประมวลผลภาพนั้น เป็นเหมือนกับ "สมอง" ของกล้องดิจิตอล ที่เป็นตัวสร้างให้เกิดภาพ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ การจัดการภาพให้ เนี๊ยบ เนียน คมชัด ไร้สิ่งรบกวน โดยเฉพาะ เรื่องของการจัดการ สัญญาณรบกวนในภาพถ่าย หรือ noise ในภาพ ด้วยตัวประมวลผลภาพตัวใหม่อย่าง Bionz X ตัวเดียวกับใน Sony A7 โดยทาง Sony มั่นใจว่า ตัวประมวลผลภาพ ตัวใหม่นี้ จะทำงานได้เร็วกว่าตัวเดิมๆ ถึง 3 เท่า และแน่นอนว่า ตัวประมวลผลภาพตัวใหม่ ก็จัดการสัญญาณรบกวน หรือ noise ได้ดีกว่าด้วย จนทำให้สามารถ ถ่ายภาพที่ สูงๆ ได้ถึง ISO 25600 บางคนก็บอกว่า ใครๆ ก็ทำได้ที่ ISO 25600 ครับใช่ ถูกต้อง ใครๆ ก็ทำได้ แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นกล้องตัวคูณ ที่มีความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซลนะครับ ถ้าไม่แน่จริง ไม่กล้าใส่ ISO 25600 มาให้แน่ๆ เขาต้องมีดี มีมั่นใจแหละ ถึงใส่มาให้สุดๆแบบนี้ ก็ต้องลองดูกันเอาเองครับ ว่า Bionz X เขาจะแน่แค่ไหน ในเรื่องการจัดการ noise แต่ในเรื่องการ ควบคุมระบบออโต้โฟกัส ผมว่า Bionz X กินขาด เรียบร้อยโรงเรียน Sony ไปแล้ว แน่นอน

แต่สิ่งที่ได้มาพร้อมกับตัว Bionz X อีกอย่าง ก็คือ ระบบการคำนวณผลภาพ ที่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องจาก ธรรมชาติของการถ่ายภาพ ด้วยขนาดรูรับแสงขนาดเล็กๆ ที่จะให้ภาพซอฟท์ๆ เล็กน้อย หรือที่เรียกว่า อาการ diffraction ของรูรับแสงเล็กๆนั่นเอง อันนี้เป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ของเลนส์ทุกตัว รูรับแสงเล็กๆ เมื่อไหร่ ได้เรื่องเมื่อนั้น ทาง Sony เลยได้หาวิธีการ คำนวณด้วยสมองกล Bionz X เพื่อหักล้างความซอฟท์ เนื่องจากอาการ diffraction นี้ออกไปจากภาพได้ ด้วย Diffraction correction technology ที่มาพร้อมกับ ตัวประมวลผลภาพรุ่นใหม่ อย่าง Bionz X ตรงนี้ อาจเป็นเรื่องทางเทคนิค แต่ผมว่าคุณได้ประโยชน์เต็มๆ จากเทคโนโลยีนี้ โดยที่ตัวคุณเองไม่ต้องทำอะไรเลย เป็นอีกจุดหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงในที่นี่



Sony Alpha A6000 lens

เลนส์คิต power zoom ยืดได้ หดได้ พกพาสะดวก

เลนส์คิตตัว ที่มากับกล้อง Sony A6000 ก็คือ เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS เป็นเลนส์แบบ power zoom คือ การซูมแบบไฟฟ้า ตรงนี้นักถ่ายภาพวิดีโอ น่าจะชอบ เพราะสามารถซูมภาพขณะถ่ายวิดีโอได้อย่างนุ่มนวล และเงียบเชียบ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับตากล้องภาพนิ่งด้วยเช่นกัน คือ เลนส์จะหดตัวเก็บเข้าไป เมื่อเวลาที่เราไม่ใช้งาน โดยอัตโนมัติ ทำให้ขนาดของกล้องโดยรวม เล็กกะทัดรัดมากขึ้น เมื่อเวลาที่เรายังไม่ใช้งานกล้อง อย่างไรก็ตาม เลนส์ตัวนี้ไม่ใช่ตัวใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นเลนส์ตัวเดียวกันกับ ที่ใช้กับกล้อง NEX-6 นั่นเอง


ระบบโฟกัสที่เร็วที่สุดในโลก

เมื่อก่อนมักจะมีคำพูดอยู่เสมอๆว่า กล้อง Mirrorless ไม่สามารถทดแทนการทำงานของกล้อง DSLR ได้ จุดหนึ่งที่สำคัญ ที่ตากล้องมักจะยกขึ้นมากล่าวอ้างอยู่เสมอๆ ว่ากล้อง Mirrorless สู้กล้อง DSLR ไม่ได้ ก็ในเรื่องของการโฟกัสภาพที่ช้ากว่ากล้อง DSLR ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนสักปีสองปี ก็คงเป็นคำพูดที่เป็นความจริง เพราะกล้องแบบ Mirrorless ยังไม่สามารถโฟกัสได้ รวดเร็ว แม่นยำ ได้เหมือนกับที่กล้อง DSLR ที่โฟกัสได้รวดเร็ว และแม่นยำกว่า

แต่ถ้าคุณเอาประโยคดังกล่าวมาพูด ในปีพ.ศ.นี้แล้วละก็ เกรงว่าคุณอาจจะหน้าแตก คุณหมอไม่รับเย็บเลยก็เป็นได้ เนื่องจากว่า เทคโนโลยี การโฟกัสภาพของกล้อง ในตระกูล Mirrorless นั้นพัฒนาขึ้นไป อย่างมากมาย โดยเฉพาะการที่ นำเอาเทคโนโลยี เดียวกันกับ ระบบโฟกัสภาพของกล้อง DSLR ที่ภูมิใจกันมาก ก็คือ ระบบโฟกัสภาพแบบ Phase Detection อันเป็นระบบที่ ทำให้การโฟกัสมีความรวดเร็วและแม่นยำมาก มาใส่เข้าไปใน กล้องแบบ Mirrorless สารพัดรุ่น ที่ออกมากันในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา และก็พัฒนาเพิ่มเติม กันเรื่อยๆมา จนกระทั่งถึง จุดนี้ ที่กล้อง Sony A6000 กล้าที่จะประกาศดังๆว่า บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่กล้อง Mirrorless จะสามารถเอาชนะ เรื่องการโฟกัสได้ แม้แต่กับกล้อง DSLR ก็ตาม โดย Sony ประกาศดังๆ ไปตรงๆ เลยว่า ระบบโฟกัสภาพของ Sony A6000 นั้นเร็วที่สุดในโลก โดยวัดกับกล้อง ที่เปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งหมด ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ APS-C หรือกล้องตัวคูณ 1.5x, 1.6x แบบที่เราๆใช้กันนี่แหละ ซึ่งนั้นหมายรวมไปถึง กล้องแบบ DSLR ด้วย (เฉพาะที่ใช้เซ็นเซอร์ APS-C นะ) คำประกาศนี้ ช่างเป็นคำประกาศที่มีนัยสำคัญมากเลยทีเดียว เพราะมันจะเป็นจุดจบ ของข้อความ ประโยคด้านบน ที่ผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า คุณไม่สามารถพูดประโยคเดิมๆได้อีกต่อไปแล้ว


( credit : http://www.youtube.com/user/verybiglobo )

Sony Alpha A6000 top view ระบบโฟกัสภาพของ Sony Alpha A6000 ใช้เทคโนโลยี ลักษณะเดียวกับกล้องตระกูล DSLR คือ ระบบ Phase detection จึงทำให้สามารถโฟกัสได้รวดเร็ว และแม่นยำ แต่จะเหนือกว่า เพราะ Sony ใส่มาให้มากมายถึง 179 จุด ผังการวางจุดโฟกัสที่กระจายออกไปทั่วๆภาพ ก็ช่วยให้ถ่ายภาพได้สะดวกมายิ่งขึ้น เวลาถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมากๆ ประกอบกับระบบติดตามวัตถุ ที่มีคุณภาพสูง ผลพลอยได้อย่างสำคัญ ที่มาพร้อมกับ หน่วยประมวลผลที่เร็วขึ้น อย่าง Bionz X นั่นเอง


นอกจากเร็วแล้ว ความแม่นยำ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับเทคโนโลยี การโฟกัสภาพ ซึ่ง Sony ได้นำเอา การโฟักัสที่ดวงตา มาจากกล้อง Sony A7 ใส่ไว้ให้ใน Sony A6000 ด้วย ตากล้องที่ชอบถ่ายสาวๆ น่าจะชื่นชอบ คุณสมบัติข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะปัญหาหนึ่งที่สำคัญ เวลาถ่ายภาพบุคคล โดยเฉพาะภาพสาวๆ ก็คือ ระบบโฟกัสภาพทั่วๆไป อาจจะเน้นจับโฟกัสได้เร็วจริง เข้าเป้าได้ก็จริง แต่ปัญหาของภาพบุคคลคือ ภาพใบหน้าคน ส่วนที่ควรจะต้องคมชัดเสมอ ก็คือ บริเวณดวงตา ซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่หลายๆครั้ง กล้องโดยทั่วๆไป จะไปจับโฟกัสที่บริเวณ ส่วนอื่นของแบบได้ เช่น หมวก จมูก ขอบหน้า หรือแม้แต่ แว่นตา ที่คาดศีรษะนางแบบอยู่ ก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ ทาง Sony จึงได้พัฒนาระบบโฟกัส ที่จะเน้นโฟกัสไปที่ ดวงตาให้เลยโดยไม่สนใจ สิ่งอื่นใด นอกจากดวงตาของแบบเท่านั้น นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนา จากเดิมที่เป็นเพียงแค่ ระบบ Face detection ตอนนี้ เป็น Eye detection แทนไปแล้ว โดยส่วนตัว ชอบกับคุณสมบัตินี้ ของกล้อง Sony A6000 มากๆ เพราะเป็นการยาก มากทีเดียว ที่จะมองภาพขณะถ่ายว่า ตกลงตาของแบบชัดหรือเปล่า เวลาถ่ายรูป แต่ถ้ากล้องขึ้นกรอบมาให้ที่ดวงตา แล้วละก็ ความมั่นใจในการกดชัตเตอร์ ก็มากขึ้นด้วย
... © Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 160 : 1/60 sec. F 4.5
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 100 : 1/160 sec. F 11


ในด้านของคุณภาพของภาพที่ได้

ไหนๆ เขาก็บอกว่าตัวนี้ จัดการภาพได้ดีแล้ว ผมเลยลองถ่าย portrait ด้วยการตั้ง ISO สูงๆ ลองกันดูเลยว่าเป็นยังไงกันบ้าง หลายภาพ ถ่ายกันใต้ผนังถ้ำจำลอง ของสระว่ายน้ำ ที่ค่อนข้างมืด จึงต้องดัน ISO ขึ้นไปสูงๆ ก็ถ่ายภาพบุคคลได้ดี ไม่มีปัญหา โดยเฉพาะสีสัน ยังจัดเต็มอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าภาพอาจจะไม่แจ่มเท่ากับการถ่ายภาพ ด้วย ISO ต่ำๆ ก็ตาม แต่ก็ต้องถือว่า ถ้าเป็นสถานการณ์จริง ที่จำเป็นต้องดัน ISO เยอะๆ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก อยากดัน ISO ก็ดันได้เลยครับ ลุย !


หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 1000 : 1/80 sec. F 5.6
   © Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 1250 : 1/160 sec. F 5.6
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 160 : 1/80 sec. F 5.6
   © Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 5000 : 1/60 sec. F 5.6
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 640 : 1/30 sec. F 3.5
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Sony Alpha A6000 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Sony Alpha A6000 :
เลนส์ E 16-50 mm. F3.5-5.6 PZ OSS :
ISO 250 : 1/6 sec. F 6.3


โดยสรุปแล้ว กล้อง Sony Alpha A6000 เป็นกล้องที่ "ทลายข้อจำกัด ด้านการโฟกัสภาพ" ที่เป็นข้ออ้าง ของใครหลายๆ คนมาโดยตลอดว่า กล้อง Mirrorless ยังไงก็โฟกัสสู้กล้อง DSLR ไม่ได้ คำนี้คงใช้ไม่ได้กับปัจจุบันแล้ว แต่จุดที่น่าสนใจจริงๆ ของกล้องตัวนี้ ผมว่าเป็นเรื่องของ ขนาดภาพที่ 24 ล้านพิกเซล ที่ใหญ่จุใจ พร้อมคุณภาพของภาพที่ได้ จากการประมวลผลของ หน่วยประมวลผลภาพตัวใหม่ อย่าง Bionz X ที่ทำให้ ภาพที่ ISO สูงๆ ด้วยขนาดพิกเซล มากๆ แบบนี้ ยังคงแจ่มอยู่มาก แถมมีเทคโนโลยีใหม่ Diffraction correction technology ลดปัญหาภาพเบลอจากการใช้รูรับแสงเล็กๆ ที่เป็นปัญหาเชิงเทคนิค ที่เราไม่ต้องปวดหัวอะไร Bionz X จัดการให้เอง ภาพจะดีขึ้นมากๆ เวลาถ่ายภาพทิวทัศน์ ที่ใช้รูรับแสงเล็กๆ บ่อยๆ และที่สำคัญ ด้วยราคาที่ซื้อหามาใช้งานได้ ไม่ถึงกับกระเป๋าฉีก กล้อง Sony Alpha A6000 เป็นตัวเลือกอีกตัวหนึ่ง สำหรับตากล้อง ที่จริงจังกับการถ่ายภาพ หรือคนที่เคยเล่นกล้องระดับ DSLR มาก่อน แต่ไม่อยากแบก กล้องตัวใหญ่ๆ หรือ ใช้เป็นกล้องตัวที่ 2 ก็เลือกหามาใช้ได้เลยครับ คุณได้สิทธินั้น เดี๋ยวนี้แล้ว


^ ^

Webmaster
taKLONG.com





แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง