ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิว HDD : Seagate IRONWOLF Pro

Harddisk สำหรับเครื่อง NAS ที่คุณอุ่นใจได้ เพราะมาพร้อมบริการกู้ข้อมูลให้ถึงฟรี 2 ปี และการรับประกันตัว Harddisk 5 ปี

 

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD

วันนี้ขอมาเขียนถึง ตัว Harddisk สำหรับเครื่อง NAS กันบ้างนะครับ พอดีเครื่อง NAS (เครื่องเก็บสำรองข้อมูลผ่าน Network ซึ่งภายในสามารถบรรจุ Harddisk ได้หลายๆลูก) ที่ผมใช้งานมาได้ราวๆ 2 ปี เริ่มที่จะเต็ม เลยต้องมีการ upgrade Harddisk ข้างในกันใหม่ จึงได้เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตัว Harddisk สำหรับเครื่อง NAS ที่ใช้งานได้ดี และที่สำคัญ มีบริการ "กู้ข้อมูล" ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน กับตัว Harddisk เพราะผมเคยเจอประสบการณ์ สูญเสียภาพอันมีค่าไปแล้ว กับน้ำท่วมใหญ่กทม.ปี 2554 ภาพอันมีค่ามหาศาล ได้สลายตัวไปกับสายน้ำด้วยเช่นกัน เลยไม่อยากให้ภาพอันมีค่า ที่เหลืออยู่ในชีวิต ต้องมลายหายไปอีกครั้ง เพราะถ้า Harddisk ที่เราใช้ มีบริการ กู้ข้อมูล แถมมาให้ด้วย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับตัว Harddisk เรายังมั่นใจได้ว่าข้อมูลใน Harddisk ยังสามารถกลับมาหาเราได้ ซึ่งเรื่อง Harddisk พัง แล้วข้อมูลหาย นี่เป็นเรื่องสยองขวัญมากๆ สำหรับบรรดาตากล้อง ที่ก็ล้วนแต่ต้องเก็บภาพถ่าย อันมีค่าของเราไว้ใน Harddisk กันทั้งนั้น เผลอๆ หลายๆคน เคยเจอปัญหา ภาพใน Harddisk หายไปจนหมดเกลี้ยงมาแล้ว คงรู้ซึ้งดี ถึงคำว่า "สายเกินไป" แต่สำหรับท่านที่ยังไม่สายเกินไป ผมแนะนำเลยครับว่า "การสำรองข้อมูล" หรือที่เรียกกันว่า backup นั้น มีความสำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆ ต่อการเก็บภาพถ่ายของพวกเราชาวตากล้องนะครับ

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD


การ backup ที่ง่ายที่สุด ที่ท่านๆมักจะทำกัน ก็คือ การเอา External Harddisk มาสักตัวนึง แล้วก็ ถ่ายโอนข้อมูล จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ออกไปเก็บไว้ใน External Harddisk ตัวนั้นๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องเบื้องต้น ที่ท่านควรจะทำกันอยู่แล้ว (หากใครไม่ทำแบบนี้ รีบไปทำเลยนะครับ อย่าเก็บภาพไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงตัวเดียวเด็ดขาด เพราะถ้ามันพัง หรือมีปัญหาขึ้นมา ท่านจะน้ำตานองหน้าแน่นอนครับ)

แต่การทำการ backup ในลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะไม่เพียงพอ สำหรับงานที่มีความสำคัญมากๆ เช่น งานที่ตากล้องไปถ่ายภาพ ให้กับลูกค้า และยังไม่ได้ส่งมอบให้ลูกค้า (และยังไม่ได้รับเงินจากลูกค้า) ลองนึกดูนะครับว่า ถ้าหากภาพถ่ายทั้งหมดของคุณ ที่ไปถ่ายให้ลูกค้ามาแล้ว เก็บไว้ในเครื่องคอมแล้ว เก็บไว้ใน External Harddisk แล้วก็จริงๆ .. แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น เครื่องคอมโดยไวรัส และ External Harddisk ตกหล่นจากกระเป๋า กระแทกพื้นพังไป ภาพของลูกค้าก็มีอันเป็นไป ก่อนเวลาอันควรอย่างนี้ คุณจะเอาอะไรไปส่งให้ลูกค้า (และที่สำคัญ คุณจะเก็บเงินลูกค้าได้อย่างไร)

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD
Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD


ทางออกที่ดีกว่า สำหรับการทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายที่สำคัญๆ โดยเฉพาะ ถ้าหากคุณทำงานกับภาพที่มีความสำคัญมากๆ ไม่สามารถยอมรับความสูญเสียของภาพนั้นๆได้ คุณควรที่จะเลือกหนทางในการเก็บรักษา (และทำงานกับภาพนั้นๆ) ผ่านระบบที่มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการสำรองข้อมูลอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในขณะที่คุณกำลังทำงานอยู่ รวมทั้งสามารถส่งไฟล์ไปมาระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องหยิบ External Harddisk จากเครื่องนี้ ไปเสียบกับเครื่องนั้น เสียบกันไปสลับไป สลับมา เดี๋ยวก็พลาดก็พังแน่นอน แต่ถ้าคุณเอาภาพเหล่านี้ ไปเก็บไว้ในเครื่อง NAS หรือ เครื่องเก็บข้อมูลที่ ด้านในมีการใส่ Harddisk ได้หลายๆลูก เพื่อทำการ backup ข้อมูล ใส่ไว้ใน Harddisk หลายลูกพร้อมๆกัน ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีการบันทึกข้อมูล ก็จะทำสำเนาเก็บไว้ใน Harddisk 2 ลูกพร้อมๆกัน แบบนี้ หาก Harddisk ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา คุณยังมีข้อมูลเก็บไว้ใน Harddisk อีกตัวไว้ใช้งานได้ และการต่อเชื่อมเพื่อเข้าไปดูข้อมูล หรือบันทึกข้อมูล ก็สามารถทำได้ผ่านระบบ Network คุณจึงสามารถวางเจ้าอุปกรณ์นี้ไว้ในที่ที่ปลอดภัย และก็ไม่ต้องไปเคลื่อนย้ายมัน แต่จะดึงข้อมูลผ่าน Network แทน ซึ่งจะทำให้ Harddisk ไม่มีการขยับไปไหน ก็จะสามารถทำงานได้เต็มที่มากขึ้น มีความเสี่ยงการการตกหล่น ตกกระแทกน้อยลง หรือแทบจะไม่มีเลย เพราะมันวางนิ่งๆอยู่กับที่ เราไม่ต้องหยิบมันเดินไปมา เหมือนกับ External Harddisk

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD
(ภาพประกอบ และข้อมูลจาก Facebook : seagateTH)

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน NAS ซึ่งนับว่าปลอดภัยมากๆแล้ว แต่ก็มีความเป็นไปได้ ที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง NAS เอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับ Harddisk ที่อยู่ด้านทั้งหมดพร้อมๆ กันก็เป็นได้ อาทิเช่น ตัวเครื่อง NAS เองหล่นลงมาจากชั้นวาง เพราะมีคนไปเดินชน หรือ แม้แต่โต๊ะที่วางเครื่อง NAS อยู่พังลงมา หรือ อาจจะเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ที่ก็อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง NAS ได้ (ซึ่งก็อาจจะทำให้ Harddisk ที่อยู่ด้านในเสียหายไปพร้อมๆกันได้มากกว่า 1 ตัว ก็เป็นได้) ซึ่งถ้ามาถึงจุดนี้ ทางเลือกสุดท้ายที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ก็คือ การใช้บริการ "กู้ข้อมูล" จาก Harddisk ที่เสียหาย แต่การกู้ข้อมูลนี้ มีการใช้เทคนิคขั้นสูง จึงทำให้บริการกู้ข้อมูลเหล่านี้ มีราคาที่ค่อนข้างสูง ใครที่เคยใช้บริการมาแล้ว จะทราบดีว่ามันแพงขนาดไหน และระดับของหน่วยงานที่ทำการกู้ข้อมูลนั้น ก็ใช่ว่าจะมีระดับเดียวกันทั้งหมด ถ้าระดับที่ไม่ชำนาญก็อาจจะมีระดับความสำเร็จ ของการกู้ข้อมูลเพียงไม่กี่ % เท่านั้น คือ กู้ไม่สำเร็จเสียส่วนใหญ่ กู้สำเร็จเพียงส่วนน้อยอะไรแบบนี้ ก็มีอยู่เยอะเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็กู้ข้อมูลกันได้ง่ายๆ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า มันต้องใช้เทคนิคขั้นสูงในการกู้ข้อมูล แต่ถ้าหน่วยงานที่มีอัตราความสำเร็จสูงๆ มี % การกู้ได้สูงๆ ค่าบริการก็มักจะแพงตามเป็นเงาด้วยเช่นกัน

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD
(ภาพประกอบ และข้อมูลจาก Facebook : seagateTH)

ก็เกริ่นมาเยอะหน่อยนะครับ เพื่อปูพื้นให้กับบางท่าน ที่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า NAS คืออะไร Harddisk ในเครื่อง NAS มีวัตถุประสงค์การใช้งาน ต่างกับที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เราอย่างไร และความสำคัญของการสำรองข้อมูล เพื่อให้ท่านที่อาจจะยังไม่เคยใช้งานเครื่อง NAS ได้เห็นภาพและความสำคัญของมันนะครับ

แต่หัวใจของเรื่องในวันนี้ จริงๆ อยู่ที่ตัว Harddisk ที่อยู่ภายในเครื่อง NAS นี่แหละที่ผมอยากจะพูดถึง แต่ก็อย่างว่านะครับ Harddisk มันอยู่ในตัวเครื่อง บางทีเราก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามันสักเท่าไหร่ เลยทำให้หลายๆคน อาจจะคิดว่า มันก็คือเหมือนๆกันไปหมด จริงๆแล้ว การเลือกใช้ Harddisk ให้เหมาะสมกับ ประเภทการใช้งานของท่านนั้น มีความสำคัญมากๆ เนื่องจากการใช้งานแต่ละประเภทนั้น ต้องการคุณสมบัติของ Harddisk ที่แตกต่างกัน เช่น ตัว Harddisk ในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็ต้องการการตอบสนองแบบหนึ่ง เพราะปกติเราไม่ได้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ตลอด 24 ชม. Harddisk ของเราไม่ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่ทำงานแบบครั้งคราว เดี๋ยวทำงาน เดี๋ยวหยุด สลับกันไปแบบนี้ แต่ในขณะที่ทำงานอยู่ต้องทำงานได้ไว เต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองได้ดี งานแบบนี้ ก็ต้องการ Harddisk ในลักษณะหนึ่ง ซึ่งจะผิดกับ Harddisk ที่ใส่ไว้ในเครื่องทีวีวงจรปิด ซึ่งจะเปิดให้ทำงานตลอด 24 ชม. ตัว Harddisk ก็ต้องทำงานตลอด 24 ชม. ตามไปด้วย เพียงแต่ว่า การบันทึกข้อมูลของกล้องวงจรปิดนั้น ก็ไม่ได้หวือหวาโลดโผนอะไรมากนั้น เน้นความสม่ำเสมอมากกว่า แต่ถ้าท่านเป็นเล่นเกมส์เป็นประจำ คุณก็ต้องการ Harddisk อีกรูปแบบหนึ่ง คือ ต้องตอบสนองข้อมูลได้ระดับมหาศาล ของเกมส์ 3D ได้อย่างดีรวดเร็ว เน้นความเร็วเป็นหลัก แบบนี้ก็ต้องการ Harddisk อีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่ Harddisk แบบปกติ

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD
(ภาพประกอบ และข้อมูลจาก Facebook : seagateTH)

เช่นเดียวกันกับ การเลือกใช้งาน Harddisk สำหรับ เครื่อง NAS คุณก็ต้องเลือก Harddisk ที่ออกแบบมา เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมของระบบ NAS เป็นหลัก หลักๆ เลยสำหรับ Harddisk ของเครื่อง NAS ที่ควรจะให้ความสำคัญ ก็คือเรื่องของ Reliability หรือ ความน่าเชื่อถือ ของการทำงาน และการเก็บรักษาข้อมูล หัวใจสำคัญของเครื่อง NAS โดยเฉพาะ เครื่อง NAS ที่ตากล้องเอามาเก็บภาพ เราเน้นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล เป็นหัวใจสำคัญ ของเรื่องทั้งหมด Harddisk ที่นำมาใช้กับเครื่อง NAS ต้องเป็น Harddisk ที่เชื่อถือได้ ว่าข้อมูลที่ถูกบันทึกไปแล้ว จะไม่สูญหายไปไหน และสภาพแวดล้อมอีกประการที่เป็นลักษณะเฉพาะ สำหรับ Harddisk ที่ใช้กับเครื่อง NAS ที่ไม่เหมือนกับ Harddisk ที่ใช้กับระบบอื่นๆ ก็คือ การใช้งาน Harddisk ในเครื่อง NAS นั้น ตัว Harddisk จะถูกนำไปวางไว้ ติดๆ กันกับ Harddisk ลูกอื่นๆ อีกหลายๆลูก ภายในโครงสร้างเดียวกัน สิ่งนี้ จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน จากการทำงานของ Harddisk ลูกหนึ่ง ส่งผ่านไปยัง Harddisk ลูกอื่นๆ ที่อยู่ในโครงสร้างเดียวกันได้ แม้ว่าแรงสั่นสะเทือนนี้ จะไม่มากก็ตาม แต่ใครที่เรียนวิศวะโครงสร้าง จะทราบดีว่า แรงสั่นสะเทือนเล็กๆ นี่แหละ คือตัวร้ายเลย ถ้าหากว่า มันดันเกิดมาสั่นที่ "ความถี่ธรรมชาติ" ของวัตถุ และเกิด "การสั่นพ้อง" (Resonance) กับตัวโครงสร้าง จะทำให้แรงสั่นสะเทือนทวีตัวขึ้นมาได้เป็นร้อยๆเท่าได้เลยทีเดียว ถ้าไม่ระวังให้ดี จะเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ ดังที่เคยเกิดเหตุ สะพานแขวนทั้งสะพานพังมาแล้ว เพียงแค่มีลมพัดให้สะพานแกว่งตัว ในความถี่ที่ทำให้เกิดการสั่นพ้อง (Resonance) จนสะพานชื่อ Tocoma Narrows Bridge ที่อเมริกาพังครืนลงมา ทำนองเดียวกัน ถ้าหาก Harddisk หลายๆลูก เกิดสั่นจนทำให้เกิดการสั่นพ้องขึ้นมา ก็อาจจะมีปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD


แต่ก็ยังพอจะโชคดีอยู่บ้าง ที่ Harddisk รุ่นใหม่ๆ อย่างเช่น Harddisk ตัวที่ผมเอามาใส่ในเครื่อง NAS ล่าสุดนี้ คือ รุ่น IRONWOLF ซึ่งมีระบบ Rotational Vibration Sensor ที่จะคอยจับการสั่นจากการหมุนตัวของ Harddisk เพื่อระวัง แรงสั่นนี้ รวมทั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่จะช่วยทำให้การใช้งาน Harddisk ในสภาพแวดล้อมของเครื่อง NAS ที่ต้องมี Harddisk หลายๆตัว ทำงานพร้อมๆกัน ในโครงสร้างเดียวกัน ได้อย่างไม่มีปัญหา ก็เพราะเหตุนี้แหละ ที่ทำให้ Seagate ตั้งชื่อ Harddisk ตัวนี้ว่า IRONWOLF คำว่า Iron ก็คือ "เหล็ก" ส่วน Wolf ก็คือ "หมาป่า" เพราะหมาป่า เวลาล่าสัตว์ มันจะทำงานเป็นทีม เป็นฝูง เรียกว่า Wolf Pack ทำให้ล่าเหยื่อได้ดีขึ้น เช่นเดียวกัน Harddisk IRONWOLF ก็เหมือนกับ หมาป่าเหล็ก ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมนั่นเอง ผมว่าจินตนาการของทีมงาน Seagate นี่เขาก็ใช้ได้นะ ในการตั้งชื่อสินค้าของเขา อันนี้นับถือด้วยใจจริงๆครับ ส่วนตัวอื่นๆ เขาก็จะมีชื่อของสัตว์ ตัวอื่นๆ เป็นตัวแทน เช่น ปลาบาราคูด้า (Barracuda) ก็คือปลาที่ว่ายน้ำอยู่ ก็คือ เน้นความลื่นไหล ทำงานได้อย่างราบรื่น เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์ กับ harddisk สำหรับใช้กับระบบกล้องวงจรปิด ก็ Seagate ก็ตั้งชื่อซะเก๋ไก๋ว่า SkyHawk หรือ "เหยี่ยวเวหา" ก็เหมือนเป็นดวงตาที่คอยสอดส่องอยู่ตลอด 24 ชม. อะไรแบบนั้น ส่วน Harddisk ที่ไว้ใส่ในเครื่องที่เป็นคอเกมส์ ก็ใช้ชื่อว่า Firecuda คงล้อกับชื่อรุ่น บาราคูด้านั่นเอง แต่เป็นปลาไฟที่ร้อนแรง เพื่อเน้นเรื่องความเร็วเป็นหลัก

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD
(ภาพประกอบ และข้อมูลจาก Facebook : seagateTH)

สำหรับ Harddisk ของค่าย Seagate นี้เขายังแบ่งไว้ 2 แบบ คือ แบบปกติ กับแบบ Pro สิ่งที่ต่างที่สำคัญๆ ก็คือ รุ่น Pro จะเพิ่มการรับประกันเป็น 5 ปี จากรุ่นปกติที่รับประกัน 3 ปี แต่ที่พิเศษกว่าหน่อย คือ ถ้าเป็นรุ่น IRONWOLF Pro ตัวนี้ จะเพิ่มเติมในส่วนของ บริการกู้ข้อมูลฟรี 2 ปี แถมมาให้ด้วย เรียกว่าคุ้มค่ามากๆ หากมีปัญหาภายใน 2 ปี ก็ส่งตัว Harddisk ไปให้เขากู้ข้อมูลได้ฟรีๆ เลย หรือถ้าหากคิดว่า 2 ปี ไม่เพียงพอ ยังสามารถซื้อบริการตัวนี้เพิ่มเติมต่อไปได้อีก ในปีที่ 3-5 ก็ได้ด้วย แต่ประกันสำหรับปีที่ 3-5 นี้ท่านต้องจ่ายเงินเพิ่มเองนะครับ เป็นภาคสมัครใจ แต่ต้องตัดสินใจซื้อเพิ่มในปีที่ 3 เท่านั้น จะกระโดดไปซื้อในปีที่ 4 หรือ 5 โดยข้ามปีที่ 3 ไปแบบนั้นไม่ได้ครับ คือ มันต้องต่อเนื่องไปจากปีที่ 2 ด้วย ก็เหมือนกับการซื้อประกันนั่นแหละ คือ ห้ามขาดตอนครับ อันนี้ฝากไว้นิดนึง เพราะโทรไปสอบถามกับทาง Seagate มาแล้ว เรื่องการรับประกันนี้ เพราะสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ซื้อเพิ่มต่อได้หรือเปล่า ส่วนการสั่งซื้อ ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แค่เข้าไปสั่งซื้อที่เว็บไซต์ของ Seagate เขาได้โดยตรงครับ หากต้องการซื้อประกันเพิ่ม

นอกจากนี้ ผมยังสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นน้ำท่วมอีกว่า ครอบคลุมด้วยหรือเปล่า จะซ้ำรอยตอนน้ำท่วมใหญ่หรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่า การกู้ข้อมูลนั้น ครอบคลุมทั้งในส่วนของ น้ำท่วม (Harddisk เสียหายจากน้ำ) หรือ โดยไฟไหม้ หรือ ตกจากที่สูง อันนี้กู้ข้อมูลให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หากยังอยู่ในระยะประกันการกู้ข้อมูล 2 ปี โดยให้นำ Harddisk ที่มีปัญหา ไปส่งที่ Drop point ที่เขากำหนด หลักๆก็คือ ที่ ศูนย์บริการซีเกท (Seacare Center) แล้ว Drop point ก็จะส่ง Harddisk ของเราบินข้ามประเทศไปยังศูนย์กู้ข้อมูลของเขา ซึ่งมีอยู่หลายประเทศ และเมื่อกู้ข้อมูลได้แล้ว ก็จะส่งข้อมูลที่กู้ได้ กลับมาให้เราทางไปรษณีย์ โดยจะส่งมาเป็น USB thumb drive หรือ external Harddisk ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมของข้อมูลของเรา ส่วน Harddisk อันที่เสียหาย ที่เราส่งไป เขาจะนำไปทำลายทิ้ง อันนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่เขาชี้แจงมานะครับ ในรายละเอียด อาจจะแตกต่างกันไปได้บ้าง ขึ้นกับความเสียหาย แต่ละ กรณีๆไปด้วย รวมทั้งอัตราความสำเร็จของการกู้ข้อมูล คงไม่ได้ 100% นะครับ อันนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของการกู้ข้อมูลนิดนึง คือ เขามีอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 90% หมายความว่า มีคนส่ง Harddisk มาให้เขากู้ข้อมูล 100 ราย เขากู้ข้อมูลให้ได้ 90 ราย นี่คือความหมายของคำว่า อัตราความสำเร็จ 90% ครับ ซึ่งนับว่าสูงมากๆแล้ว

แต่ถ้าเป็นการเสียหาย เนื่องจากการผลิตเช่น ตัว Harddisk ไม่ทำงาน (ไม่เกี่ยวกับการเสียหายของข้อมูล) พูดง่ายๆ Harddisk พัง อันนี้เขารับประกันให้ 5 ปีอยู่แล้ว เหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป คือ เสียก็เปลี่ยนตัวใหม่ (ไม่มีข้อมูลข้างใน) ให้แทนตัวเก่านะครับ ต้องแยกประเด็นเรื่องการรับประกันตัวเครื่อง กับการรับประกันกู้ข้อมูลออกจากกัน เดี๋ยวบางคนจะสับสน เช่น Harddisk ไปพังเอาปีที่ 4 แล้วคุณไม่ได้ต่อประกันกู้ข้อมูลกับเขาไว้ อันนี้เขาก็แค่เปลี่ยน Harddisk ตัวใหม่ (ตัวเปล่าๆ) ให้คุณนะครับ เขาไม่กู้ข้อมูลให้ เดี๋ยวจะผิดใจกันอีก ว่าทำไมไม่กู้ข้อมูลให้ด้วย

Seagate-IRONWOLF-Pro-HDD


โดยสรุป ผมได้จัดการเปลี่ยนตัว NAS Harddisk จากตัวเก่า 3TB กลายร่างมาเป็น IRONWOLF Pro หมาป่าเหล็ก ขนาด 6TB ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อย่าลืมว่าต้อง x 2 ด้วยนะครับ ผมตั้งเป็น RAID 1 คือ mirror ข้อมูลใส่ทั้งสองตัวเหมือนๆกัน จริงๆใช้งาน NAS เพื่อเก็บภาพ ก็ต้องตั้งเป็น RAID 1 นี่แหละ) ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเยอะครับ สาเหตุหลักที่เลือก บอกตรงๆเลยว่า เลือกเพราะเขามี บริการกู้ข้อมูลให้ฟรี 2 ปี นี่แหละ เป็นตัวสำคัญเลย เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมไม่อยากเจอความสลดใจ กับการสูญเสียภาพอันมีค่าไปอีกแล้ว จึงยอมใช้งาน เครื่อง NAS และสิ่งสำคัญกว่านั้น คือ ต้องเลือก NAS Harddisk ให้เหมาะสมด้วย ย้ำอีกรอบนะครับ ถ้าท่านแค่ต้องการ NAS Harddisk มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าต้องพ่วงการกู้ข้อมูลด้วย ก็ให้ซื้อรุ่น IRONWOLF ธรรมดา แต่ถ้าต้องการพ่วงเรื่องการรับประกัน กู้ข้อมูลติดมาด้วย 2 ปี ท่านต้องซื้อรุ่น IRONWOLF PRO เท่านั้นนะครับ ถึงจะมีประกันกู้ข้อมูล ซื้อผิดรุ่นแล้วไม่ได้ประกัน อย่ามาว่ากันน๊ะ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และเผื่อจะเป็นประโยชน์ กับท่านอื่นๆ ต่อๆไป เพราะหลายๆคน ก็ถามอยู่ตลอดว่า จำเป็นต้องใช้ NAS มั้ย แค่ External ก็น่าจะพอแล้ว จะยังไงก็แล้วแต่ครับ ถ้าท่านไม่เคยสูญเสียภาพอันเป็นที่รัก คุณก็จะคิดว่ามันแพงอยู่นั่นแหละ แต่เชื่อเถอะครับว่า ถึงราคามันอาจจะดูสูง แต่ก็ไม่เกิน มูลค่าของภาพ และความทรงจำในภาพนั้นๆ ของคุณแน่นอนครับ เชื่อผม


Webmaster
taKLONG.com






แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2016. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง