ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Olympus OM-D

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Olympus OM-D
    คุณสมบัติเด่น
    ความละเอียด 16.9 ล้านพิกเซล และ Live MOS Sensor ระบบ Micro Four Thirds
    ระบบกันสั่น 5 ทิศทาง ในตัวกล้อง ทำให้ภาพที่คมชัด แม้การถ่ายภาพ ในขณะที่กำลังเคลื่อนไหว
    ช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ (EVF viewfinder) ความละเอียดสูง 1.44 ล้านจุด
    จอภาพ OLED ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 610,000 จุด แบบปรับองศาการถ่ายได้
    ระบบโฟกัส 3 มิติแบบใหม่ ที่รวดเร็ว พร้อมจุดโฟกัส 35 จุด แบบ Multiple AF
    โครงสร้างกันฝุ่น และละอองน้ำ
    ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://olympusomd.com/th-TH/
Olympus OM-D Stabilize 5-Axis direction
ระบบกันสั่นแบบ 5 ทิศทาง ที่ทำให้ได้ภาพนิ่ง แม้กำลังเคลื่อนที่อยู่ ในขณะถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพวิดีโอ ดังภาพตัวอย่างด้านล่าง ที่ถ่ายขณะที่กำลังเคลื่อนที่ไปบนบันไดเลื่อน ก็ยังได้รายละเอียดของสิ่งต่างๆที่ชัดเจน

© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 100 : 1/125 sec. F 3.3

Olympus OM-D EVF
ช่องมองภาพแบบ EVF ที่ให้รายละเอียดมากพอ หัวใจสำคัญ ที่จะได้ภาพที่สมจริง และประสบความสำเร็จ สำหรับช่องมองภาพแบบนี้ ที่จะใช้งานแทน ช่องมองภาพปกติได้จริง ซึ่ง OM-D จัดมาให้เต็มๆถึง 1.44 จุด ทำให้ได้ภาพที่สมจริงมากในช่องมองภาพ EVF

สาวก Olympus รุ่นเก่าๆ คงคุ้นเคยกับกล้องฟิล์มตระกูล OM กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นกล้องที่มีชื่อเสียงมานาน และที่สำคัญ เป็นกล้องที่คงเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเล็กกะทัดรัด ใช้สะดวก และ classic มาก นับเป็นข่าวดีอย่างมาก ที่ปัจจุบัน ทาง Olympus ได้นำกล้องตระกูล OM มาฟื้นคืนชีพขึ้นมา ในยุคของกล้องดิจิตอลในปัจจุบัน และนี่คือที่มาของกล้อง ที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้ OM-D

สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดของกล้อง OM-D ก็น่าจะเป็นที่ รูปลักษณ์ที่ดู Classic มากๆ คงสายพันธุ์ DNA ของตระกูล OM มาสุดๆจริงๆ เรียกได้ว่า ได้ใจคอ retro ไปแบบ แทบไม่ต้องดู spec อื่นๆอีกเลย แต่เมื่อมาพิจารณาถึง คุณสมบัติ ลูกเล่น และ ประสิทธิภาพ ของกล้อง OM-D แล้วจะยิ่งชื่นชอบมันมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมที่สำคัญของ OM-D ในสายตาของผม ที่ให้คะแนนเต็ม 100 มีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ

1. ระบบกันสั่น 5 ทิศทาง ที่เรียกได้ว่าปฏิวัติระบบกันสั่นของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะ คุณลองนึกดูสิว่า เวลาถือกล้องอยู่ มันจะมีอาการสั่นแบบใดได้บ้าง เท่าที่นึกออก รับรองว่าระบบกันสั่นแบบ 5 ทิศทาง นี้ จัดการให้คุณได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ก้ม-เงย, ส่ายซ้าย-ส่ายขวา, เลื่อนขึ้น-ลง, เลื่อนซ้าย-ขวา และ หมุนตามเข็ม-ทวนเข็ม เรียกได้ว่า ครบถ้วนกระบวนความ คุณแทบจะเดินไป ถ่ายรูปไปได้เลย และจะว่าไปแล้ว เขาทำระบบกันสั่นนี้มาเพื่อการใช้งานแบบนี้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการถ่ายภาพวิดีโอ ในระหว่างเดิน ที่เมื่อก่อนจะมีปัญหามาก ว่ากล้องจะสั่นตลอดเวลา ปัญหานี้แทบจะหมดไปเมื่อใช้ระบบกันสั่นแบบ 5 ทิศทาง นี้

2. ระบบช่องมองภาพ EVF ที่ฉลาดและ Real Time เพราะหัวใจสำคัญของกล้องแบบที่มี EVF นี้ก็คือ ต้องมีช่องมองภาพ EVF ต้องมีประสิทธิภาพดี ที่จะใช้งานทดแทนช่องมองภาพของกล้องแบบ DSLR ทั่วไปได้ หรือต้องมีสิ่งที่ดีกว่าจริงๆ จึงจะทำให้คนที่เคยใช้งานกล้อง DSLR ที่คุ้นเคยกับการมองผ่านช่องมองภาพ ยินยอมที่จะหันมาใช้งานกล้องแบบ ช่องมองภาพอิเลคโทรนิคส์ EVF นี้ สิ่งที่ช่องมองภาพ EVF ของกล้อง OM-D ทำให้คุณได้ ดีกว่า optical viewfinder ของกล้อง DSLR ก็มีหลักๆอยู่ 4 อย่าง ดังนี้

2.1 ปรับการควบคุมส่วนสว่าง (Highlight) กับส่วนเงามืด (Shadow) ได้ ผ่านการปรับเส้นกราฟ (Curve) คล้ายๆกับในโปรแกรมตกแต่งภาพ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถ ควบคุมส่วนเงามืดและส่วนสว่างของภาพ ได้ตามที่ต้องการมากขึ้น และที่สำคัญ เราสามารถมองเห็นผลลัพธ์ที่ได้ ในช่องมองภาพได้ทันที แม้ว่ายังไม่ได้ถ่ายภาพก็ตาม

2.2 การควบคุมระบบไวท์บาลานซ์ (White Balance) เราสามารถเห็นผลของการปรับ WB แบบต่างๆได้ จากตัวช่องมองภาพได้เลย ใครที่ชอบสร้างสรรค์สีสันแปลกๆในภาพ ผ่านทางการปรับ WB น่าจะชอบคุณสมบัติข้อนี้ เพราะถ้าเป็นกล้อง DSLR ทั่วไปท่านไม่สามารถเห็น effect จากการปรับ WB ได้ในช่องมองภาพแบบปกติได้

2.3 เราสามารถดูภาพแบบซูมเข้าไปเยอะๆได้ เพื่อช่วยในการโฟกัสที่แม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะท่านที่ใช้งานเลนส์แบบแมนนวลโฟกัส หรือที่มักเรียกกันว่าเลนส์มือหมุน คงจะทราบดีกว่า การที่จะหมุนโฟกัสให้เข้าที่แม่นยำ ในกล้องปกตินั้น ทำได้ยากมาก แต่การที่ช่องมองภาพ EVF ของกล้อง OM-D สามารถที่จะซูมภาพเข้าไปดูวัตถุที่ต้องการได้ใกล้ๆ ได้ที่ 5x, 7x, 10x และ 14x เพื่อขยายวัตถุที่ต้องการ ให้ดูใหญ่ขึ้นในช่องมองภาพ เพื่อการโฟกัสภาพได้ จึงช่วยให้โฟกัสแม่นยำแม้จะใช้เลนส์แมนนวลโฟกัสก็ตาม

2.4 เราสามารถเห็นอัตราส่วนภาพ ที่กำลังจะถ่ายได้แบบ 100% ไม่มีส่วนใดตกหล่น อยู่นอกสายตาของเราแม้แต่น้อย หรือ กังวลว่าภาพที่ถ่าย กับภาพที่เห็นในช่องมองภาพ ไม่เท่ากันอีกต่อไป เพราะสิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่คุณถ่าย คือสิ่งเดียวกัน 100% ไม่ว่าเราจะปรับอัตราส่วนภาพไว้แบบ 4:3, 3:2, 1:1 หรือ 16:9 ก็เห็นสิ่งที่กำลังจะถ่ายได้ทันทีในช่องมองภาพ
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 200 : 1/1000 sec. F 5
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 800 : 1/60 sec. F 3.5


จอภาพทัชสกรีน

จอภาพด้านหลัง ถ้าเป็นกล้องรุ่นอื่นๆ ก็คงไว้ดูภาพ กับแสดงผลข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่จอแบบสัมผัสของ OM-D ช่วยให้การใช้งาน สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้นมากๆ หลายคนที่เคยใช้งานกล้องที่ ต้องกดปุ่ม menu ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆเลื่อนไปหาสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งอาจจะซ่อนอยู่ใน menu ซ้อน menu ย่อย หลายๆครั้งกว่าจะเจอสิ่งที่ต้องการ ก็คงจะเบื่อ หรืออาจจะไม่ทันการณ์กับสิ่งที่อยากจะถ่ายภาพ แต่การที่เราแตะไปยัง สิ่งที่เราต้องการได้ทันที บนตัวหนังสือ หรือสัญลักษณ์บนหน้าจอ ย่อมทำได้ดี และเร็วกว่ามาก จากที่ลองใช้งานมา ผมว่านี่คือ นวัตกรรมที่สำคัญ และใช้งานได้จริง รวมทั้งเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งกับตากล้องมือใหม่ และตากล้องมือเก่า นั่นคือ ความรวดเร็วในการปรับตั้งค่าต่างๆ ผ่านทางจอแบบสัมผัสของ OM-D นี้ ทำได้เร็วกว่ากล้องปกติมากๆ

ในด้านของคุณภาพของภาพที่ได้

ต้องบอกเลยว่า ดีกว่าความคาดหมายมาก ผมลองถ่ายภาพที่ ISO 1600 ในสถานที่ซึ่งค่อนข้างมืด มีส่วนที่เป็นเงาดำ สิ่งที่ได้กลับแทบไม่พบ noise เลย ทั้งในส่วนสว่าง และส่วนเงาดำ และยังสามารถคง รายละเอียดของสิ่งต่างๆไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะระบบลด noise บางอย่าง คุณอาจต้องเสียรายละเอียดของวัตถุในภาพไปบ้าง แต่สำหรับ OM-D เรียกได้ว่าใช้งานในสถานที่แสงน้อยๆได้อย่างสบายใจ แสดงว่า Live MOS และ หน่วยประมวลผลตัวใหม่ TruePic VI ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ


หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 1600 : 1/60 sec. F 3.5
   © Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 1600 : 1/60 sec. F 3.5
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 200 : 1/500 sec. F 11
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D :
ISO 200 : 1/2000 sec. F 4.5




Olympus OM-D Sample Photo ตัวอย่างภาพ

ระบบโฟกัส

สำหรับระบบโฟกัส แม้ว่ายังไม่ได้มีโอกาสทดสอบอย่างจริงๆจังๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่จากการใช้งานในสถานที่แสงน้อยๆ กับผลที่ได้ ต้องบอกเลยว่า โฟกัสสบายหายห่วง ที่ผมถ่ายมาหลายร้อยรูป มีเพียง 2-3 รูปเท่านั้นที่โฟกัสต่างไปอย่างที่ผมต้องการ ซึ่งอาจไม่ใช่ความผิดกล้อง แต่เป็นความผิดของผมเอง ที่ปรับจุดโฟกัสไม่ตรง กับสิ่งที่ต้องการถ่าย ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการ การโฟกัสที่แม่นยำมากๆ แนะนำให้ใช้ ระบบโฟกัสแบบ "แตะที่ภาพ" โดยอย่ามองในช่องมองภาพ ให้ดูภาพที่จอภาพด้านหลัง แล้วใช้นิ้วมือ แตะลงไปบน วัตถุที่ต้องการให้สิ่งนั้น "คมชัด" เพราะจอภาพของ OM-D เป็นจอระบบสัมผัส คุณสามารถใช้งาน คล้ายๆกับ จอมือถือ smart phone ได้เลย คือ แตะไปที่วัตถุไหน กล้องก็จะโฟกัสไปที่วัตถุนั้นๆ เท่านั้นเอง ไม่ว่าวัตถุนั้น จะใหญ่ หรือเล็ก ก็สามารถจัดการได้ โดยการใช้นิ้ว 2 นิ้ว ทำการ "ย่อ" หรือ "ขยาย" กรอบ คล้ายๆกับ เวลาเราย่อหรือขยายรูปบน มือถือ smart phone ที่ใช้สองนิ้ว จีบๆ ลงไปบนจอ กรอบโฟกัสสีเขียวๆ บนจอ ก็จะย่อ หรือ ขยายได้ตามต้องการ เมื่อได้ขนาดกรอบโฟกัสที่ต้องการแล้ว ก็ค่อย แตะลงไปบนวัตถุที่ต้องการอีกที ด้วย user interface แบบนี้ ผมถือว่า ช่วยชีวิตตากล้องทั่วๆไปได้มากทีเดียว เพราะใช้ได้ดี เรียนรู้ไม่ยาก และ ปฏิบัติได้ง่า

ระบบกันน้ำ กันฝุ่น

อันนี้เป็นจุดขายที่สำคัญของกล้องค่ายนี้มานานพอสมควร คือการออกแบบกล้องให้กันน้ำได้ อย่างใช้งานได้จริง กันน้ำได้จริงๆ ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้าง ในวันที่ผมทดสอบกล้องนี้ ได้ไปถ่ายใกล้ๆกับบริเวณน้ำพุอยู่ค่อนข้างนาน จนตัวกล้องเปียกโชกไปด้วยละอองน้ำทั้งหมด ถ้าเป็นกล้องตามปกติ ผมคงไม่กล้าถ่ายใกล้ๆน้ำพุนานๆขนาดนั้น แต่สำหรับ OM-D ที่เขายืนยันแล้วว่ากันละอองน้ำพวกนี้ได้สบายๆ ผมก็ถ่ายภาพต่อไปได้อย่างสบายๆด้วยเช่นกัน ไม่ต้องห่วงว่ากล้องจะพังเพราะละอองน้ำพวกนี้อีกต่อไป และแน่นอนว่า ขนาดละอองน้ำ ยังกันได้ สำหรับละอองฝุ่นในอากาศ ก็สามารถป้องกันได้แบบ สบายๆ ด้วยเช่นกัน

^ ^

Webmaster
taKLONG.com



แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)