ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Olympus OM-D E-M10

กล้อง Mirrorless ขนาดกะทัดรัด แต่ ประสิทธิภาพสูง SUPER PREMIUM SMALL

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Olympus OM-D E-M10
กล้อง OM-D E-M10 ภายใต้การออกแบบตามแนวคิด SUPER PREMIUM SMALL คือเน้นความกะทัดรัด แต่ใส่ประสิทธิภาพของกล้อง ไว้อย่างเต็มเปี่ยม สำหรับการใช้งานครบครัน จนอาจจะเรียกโดยสรุปได้ว่า OM-D-EM10 ก็คือ Olympus OM-D E-M5 ที่จับมา upgrade หน่วยประมวลผลใหม่ และเพิ่มระบบ WiFi เข้าไป
    คุณสมบัติเด่น
    SUPER PREMIUM SMALL ประสิทธิภาพสูง ในขนาดกะทัดรัด
    ความละเอียด 16.9 ล้านพิกเซล และ Live MOS Sensor ระบบ Micro Four Thirds
    ระบบประมวลผล TruePic VII (ตัวเดียวกับ OM-D E-M1)
    ระบบกันสั่น 3 ทิศทาง ในตัวกล้อง ทำให้ภาพที่คมชัด แม้การถ่ายภาพ ในขณะที่กำลังเคลื่อนไหว
    ช่องมองภาพอิเลคทรอนิคส์ (EVF viewfinder) ขนาดใหญ่ สามารถปรับความมืด สว่างได้ตามสภาพแสงภายนอก
    จอภาพ LED ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 1.04 ล้านจุด แบบปรับองศาก้มเงยได้
    มีแฟลช Built-in ในตัว
    ปุ่มควบคุมหลัก 2 ปุ่ม ให้การควบคุมได้ดังใจ เหมือนกล้องมืออาชีพ
    ความเร็วชัตเตอร์สูงสุดที่ 1/4000 วินาที
    ระบบช่วยโฟกัสสำหรับเลนส์แมนนวล Focus Peaking สำหรับคนที่ชอบใช้เลนส์มือหมุน
    ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสุดที่ 8 fps. (กรณี ปิดกันสั่น)
    ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD
    มีระบบ WiFi ในตัวกล้อง สามารถต่อเชื่อมกับ SmartPhone ได้ง่ายๆ
    มีโหมดถ่ายภาพ Interval Time ตั้งเวลาได้ตั้งแต่ 1 วินาที - 24 ชั่วโมง สูงสุด 999 ภาพ
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://cameras.olympus.com/th-th/omd
Olympus OM-D E-M10 side view Olympus OM-D E-M10 Design Olympus OM-D E-M10 Design SUPER PREMIUM SMALL
กล้อง OM-D E-M10 มีขนาดที่กะทัดรัดมาก มาจากการออกแบบตัวกริ๊ปที่เล็กกะทัดรัด กับ การนำเสนอเลนส์คิต แบบหดเก็บได้ ซึ่งทำให้มีขนาดเล็กกว่ามากๆ เมื่อนำไปเทียบกับกล้องในแบบ DSLR รุ่นเล็กทั่วๆไป แต่สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุด กลับเป็นเรื่องราคาที่จับต้องได้


Olympus OM-D E-M10 Stabilize 5-Axis direction
ระบบกันสั่นแบบ 3 ทิศทาง (yaw/pitch/roll) ที่ทำให้ได้ภาพนิ่ง แม้กำลังเคลื่อนที่อยู่ ในขณะถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพวิดีโอ และเนื่องจากกล้อง Olympus-OMD-EM10 มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง จึงสามารถใช้ความสามารถนี้ ไม่ว่าคุณจะใช้เลนส์อะไรก็ตาม นับเป็นข้อดีของระบบกันสั่นในตัวกล้อง นอกจากนี้ ด้วยระบบช่องมองภาพแบบ EVF จึงทำให้ภาพในช่องมองภาพ EVF นิ่งตามระบบกันสั่นไปด้วย ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบของกล้อง ที่มีระบบกันสั่นในตัว ผสานกับการใช้งานช่องมองภาพแบบ EVF

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 200 : 1/125 sec. F 10

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 200 : 1/500 sec. F 10

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
Art Filter : Pop Art

Olympus OM-D E-M10 EVF
ช่องมองภาพแบบ EVF ที่ให้รายละเอียดมากพอ หัวใจสำคัญ ที่จะได้ภาพที่สมจริง และประสบความสำเร็จ สำหรับช่องมองภาพแบบนี้ ที่จะใช้งานแทน ช่องมองภาพปกติได้จริง ซึ่ง OM-D จัดมาให้เต็มๆถึง 1.44 ล้านจุด ทำให้ได้ภาพที่สมจริงมากในช่องมองภาพ EVF นอกจากนี้ OM-D-EM10 ยังได้ใช้เทคโนโลยี ช่องมองภาพ EVF อันเดียวกับรุ่นใหญ่อย่าง OM-D-EM1 ที่สามารถปรับความสว่าง ของช่องมองภาพ EVF ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้ด้วย


จุดเด่นของระบบกล้อง OM-D ทุกตัว ก็คือ ช่องมองภาพแบบ EVF สามารถแสดงข้อมูล การปรับแก้สี และสร้างสรรค์สีสันแปลกๆ ให้กับภาพได้ง่าย ด้วยระบบที่เรียกว่า Color Creator เอกลักษณ์เฉพาะของกล้อง Olympus OM-D


ด้วยความสำเร็จอย่างท่วมท้น สำหรับกล้อง Retro สไตล์ย้อนยุค กลับไปหากล้อง Olympus ฟิล์มรุ่นเก่าๆ อย่าง กล้อง OM ภายใต้ชื่อ OM-D ที่ออกมาวาดลวดลาย อวดสายตาชาวตากล้อง มาหลายรุ่น ตั้งแต่ OM-D E-M5 เป็นรุ่นบุกเบิก ถัดมาก็เป็นรุ่นสูงขึ้นไปเป็น OM-D E-M1 ซึ่งทางเว็บตากล้อง ได้เคยรีวิวไปแล้วนั้น

ล่าสุดทาง Olympus ไม่รอช้า ออก OM-D ตัวที่ 3 ออกมาวาดลวดลาย อวดสายตาชาวตากล้อง และท้าทายคู่แข่ง โดยเฉพาะรุ่นนี้ น่าจะพุ่งเป้าดึง กลุ่มผู้ใช้งานในระดับทั่วไปมากยิ่งขึ้น เพราะรุ่นนี้ทำราคาออกมาได้ดี หาซื้อมาใช้ได้แบบสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้น ภายใต้ชื่อ OM-D E-M10 ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้ โดยยังคงแนวความคิดที่ เด่นในเรื่องของ ช่องมองภาพที่ดี รูปลักษณ์กล้องที่ "หล่อ" เร้าใจ แค่ถือ คนใช้ก็ "หล่อ" ตามกล้องไปด้วยแล้ว แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา และเป็นจุดเด่นที่สุดของกล้อง OM-D E-M10 ตัวนี้ ก็คือ ขนาดที่เล็กกะทัดรัด ทั้งกล้อง และ เลนส์ พกพาสะดวกเหมือนกล้องคอมแพ็ค แต่ให้ความแข็งแรงในแบบ OM-D และที่สำคัญ ให้คุณภาพของภาพ ในระดับกล้องมืออาชีพเลยทีเดียว

โดยรวม ก็ต้องถือว่า ยังคง concept เดิมไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะจุดเด่น สองเรื่องหลักๆ ของกล้องในตระกูล OM-D ที่มีมาตั้งแต่ OM-D E-M5 ก็คือ การมีช่องมองภาพ EVF ในตัวกล้อง เพื่อการถ่ายภาพในที่แสงแดดแรงๆ ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องเพิ่งมองภาพบนจอภาพสู้กับแสงแดดแต่อย่างใด กับ ระบบกันสั่น ที่เรียกได้ว่า สร้างชื่อเสียงให้กับ Olympus OM-D มาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่เพื่อให้สามารถขายในราคาที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น ทาง Olmpus จึงตัดสินใจ ใช้ระบบกันสั่นแบบ 3-ทิศทาง (yaw/pitch/roll) แทน กันสั่นแบบ 5-แกน ที่ใช้ในกล้อง OM-D รุ่นก่อนหน้านี้ แม้จะเหลือแค่ 3-แกน แต่ก็ยังสามารถ่ายภาพได้ ในสถานการณ์แสงน้อยได้ดีอยู่มาก เพราะจริงๆ 3-แกนก็เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพทั่วไปแล้ว (แต่ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ) ตลอดจนเรื่องของช่องมองภาพ EVF อัจฉริยะ ที่เป็นแนวคิดหลัก ของกล้องตระกูล OM-D เพื่อท้าชนกับกล้องแบบ DLSR ตรงๆ และก็ไม่ผิดหวัง EVF ของ OM-D E-M10 ให้ภาพสมจริง และมีระบบปรับสภาพแสง ให้เข้ากับสภาพแสงด้านนอกได้ ทำให้การมองภาพในช่องมองภาพ มีความลื่นไหลไปกับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ไม่มืดไปในที่กลางแจ้ง และไม่สว่างจ้าจนตาเกือบบอด ในตอนกลางคืนอีกต่อไป แต่ช่องมองภาพ EVF ของ OM-D E-M10 นี้จะปรับความสว่างให้เหมาะสม กับสภาพแวดล้อมได้เอง (เหมือนใน OM-D E-M1) ประกอบกับระบบ User Interface ในช่องมองภาพ ที่สามารถปรับสีสัน รูปแบบของภาพที่ปรากฏ ได้แบบ real-time ขณะที่กำลังจะถ่าย ต้องการปรับสี ปรับโทนภาพ ฯลฯ ได้ดังใจ ทันที ขณะที่กำลังจะถ่าย ไม่ต้องง้อ โปรแกรมตกแต่งภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์กันเลย

โดยภาพรวมแล้ว ต้องเรียกได้ว่า OM-D E-M10 ก็คือ การจับเอากล้อง OM-D E-M5 ตัว classic มาปรับปรุง เพราะดูภายนอกแล้ว ทั้งกริปจับ ที่เหมือนกันกับ OM-D E-M5 คือแบนๆไปกับตัวกล้อง กับ ยางรองนิ้วโป้ง ที่โก่งตัวออกมารับกับนิ้วโป้งขวา ลักษณะเดียวกันกับ OM-D E-M5 ไม่มีผิด เรียกได้ว่า มองผ่านๆ นึกว่า OM-D E-M5 นั่นเลย แทบไม่ต่างกัน แต่เป็น OM-D E-M5 ที่นำมาใส่ เครื่องยนต์ใหม่ เป็น TurePic VII ของ OM-D E-M1 รุ่นใหญ่ ประกอบกับการเพิ่มเติม "แฟลชในตัว" หรือ built-in flash มาให้ด้วยเลย ทำให้การถ่ายภาพตอนกลางคืน หรือถ่ายภาพบุคคลที่ต้องการแสงแฟลชมาช่วยเปิดเงา ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องพกแฟลชให้เกะกะ ตรงนี้ทำได้ดี และตรงกับแนวคิดโดยรวมของกล้อง ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ผมดีใจมากที่ OM-D E-M10 ใส่แฟลชในตัวมาให้ด้วย และคิดว่าผู้ใช้โดยทั่วไป ก็น่าจะชอบกัน แต่ก็ต้องยอมลด บางสิ่งบางอย่างไป นั่นก็คือ OM-D E-M10 จะไม่มี ช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์เสริม ที่อยู่ใต้ Hot Shoe แฟลชอีกต่อไป ก็ไม่เป็นไร เพราะ OM-D E-M10 ตัวนี้ ไม่ได้เน้นให้เราแบกอะไรพะรุงพะรังอยู่แล้ว เน้นพกพาง่าย ทุกอย่าง "จบในตัว" มากกว่า



Olympus OM-D E-M10 top view

ปุ่มควบคุม 2 ปุ่ม สำหรับการปรับได้สะดวกแบบมืออาชีพ

สำหรับการวางปุ่ม OM-D E-M10 ซึ่งแม้ราคาจะดูเหมือนเป็นกล้องสำหรับคนทั่วไป ซึ่งปกติกล้องที่จับตลาดตรงนี้ อาจจะทำปุ่มควบคุมการทำงานหลัก หรือ Main Dial มาให้เพียงปุ่มเดียว แต่สำหรับ OM-D E-M10 ให้ปุ่มควบคุมหลัก มา 2 ปุ่ม ซึ่งเป็นมาตรฐาน สำหรับกล้องรุ่นสำหรับมืออาชีพ ที่มีความจำเป็นต้องปรับ ความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง และการชดเชยแสง อย่างสะดวกรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมี ปุ่มควบคุมหลัก อย่างน้อย 2 ปุ่ม จึงจะคล่องตัว ในการถ่ายภาพจริงๆ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถ่ายภาพ ในโหมด Manual ที่ต้องปรับรูรับแสง และความเร็วชัตเตอร์เอง การมีสองปุ่มหลัก มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับบุคคลที่ถ่ายภาพ ในโหมด Manual นี้ ซึ่ง OM-D E-M10 ได้ใจไปแน่นอน สำหรับคนที่ถ่ายภาพจริงจังหน่อย

ในขณะเดียวกัน ก็คงปุ่ม ที่เป็นเอกลักษณ์ของ OM-D และ Olympus มาตลอด ก็คือ ปุ่ม Function เพื่อเลือก ฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ทั้ง Fn1 (ตรงนิ้วโป้งขวา) และ Fn2 (ตรงนิ้วชี้ขวา) โดยปุ่ม Fn1 หรือ Fn2 นี้ เพราะเราสามารถเข้าไปเลือกได้เองเลยว่า อยากให้ปุ่มไหน ทำหน้าทีอะไร เรียกว่า custom ได้ตามใจ คุณต้องทดสอบ ทดลองเอง ทำความคุ้นเคยสักพัก ก็จะเข้าใจได้ว่า ปุ่มไหน ไว้ปรับค่าอะไร หรือถ้าแบบปกติที่กล้องเลือกให้เราไว้ เราไม่พอใจ ก็เข้าไปปรับตั้งให้เป็นตามที่เราต้องการได้เลยครับ อาจจะต้องอ่านคู่มือ เล็กน้อย เพื่อตั้งค่าปุ่มต่างๆ ให้ได้ตรง ตามการใช้งานของเรา ใช้เวลาไม่นาน และพอเริ่มคุ้นเคย จะเป็นได้ว่า ปุ่ม Fn นี้ เป็นปุ่มที่เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดีมากๆ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ทันท่วงที สำหรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ เพราะการที่มีปุ่ม ให้เราใช้งานได้อย่างมากมายนั่นเอง



Automatic Open/Close Cap LC-37C อุปกรณ์เสริมที่แนะนำ เพื่อมาใช้กับเลนส์คิต
m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC ตัวใหม่


เลนส์คิตตัวใหม่ ยืดได้ หดได้ พกพาสะดวก

เลนส์คิตตัวใหม่ ที่มากับกล้อง OM-D E-M10 ก็คือ เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC power zoom ที่ มีข้อโด่ดเด่น ก็คือ การออกแบบเลนส์ที่ "พับเก็บได้" เมื่อไม่ใช้งาน ซึ่งเมื่อเราปิดกล้อง ตัวเลนส์จะหดกลับเข้าไปเหลือขนาดกะทัดรัดมากขึ้นไปอีก ทำให้กล้องและเลนส์คิต เมื่อเวลาไม่ใช้งานแล้ว จะมีขนาดใกล้เคียงกับกล้อง compact ตัวเล็กๆ เท่านั้น จึงไม่เกะกะ สำหรับการใช้งานแบบท่องเที่ยว หรือ คนทั่วไปที่ไม่อยากแบกอะไรมาก ตรงใจ โดนใจ มากครับ สำหรับการออกแบบเลนส์ในแบบนี้ และเมื่อมีระบบกลไกไฟฟ้าอยู่ในเลนส์แล้ว Olympus ก็ใช้ประโยชน์ให้คุ้ม คือ ระบบซูมภาพของเลนส์ตัวนี้ จะเป็นแบบ power zoom คือ ดันก้านโยกเพื่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าในเลนส์ เป็นตัวขยับซูม ซึ่งจะมีประโยชน์มาก ในขณะที่เรากำลังถ่ายภาพวิดีโออยู่ เพราะการซูมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบนี้ จะทำให้การซูมภาพ มีความนุ่มนวลมากกว่า การหมุนซูมเอาเองด้วยมือ ซึ่งผู้ใช้งานที่เคยใช้งานกล้อง compact มาจะชอบการซูมแบบนี้มากกว่าด้วยซ้ำ

และหากใครชอบคุณสมบัติ ของเลนส์ยืด-หด อัตโนมัติ เมื่อเปิด-ปิด กล้องนี้ ผมแนะนำให้หาซื้อ อุปกรณ์เสริมอีกตัวมาใช้งาน นั่นก็คือ ฝาปิดเลนส์ แบบเปิด/ปิดอัตโนมัติ หรือ Automatic Open/Close Cap LC-37C แบบ พิเศษ เป็นอุปกรณ์เสริม ขายแยกต่างหากจากกล้องและเลนส์มาตรฐาน แต่คุ้มค่าที่จะซื้อมาใช้งานครับ ผมแนะนำเลย จากที่นำไปรีวิวริมทะเล ขึ้นเรือ เดินไป เดินมา เปิดๆ ปิดๆ กล้องตลอดเวลา บอกได้เลยว่า มัน work จริงๆครับ เจ้าฝาเลนส์แบบเปิดปิดอัตโนมัติอันนี้ เพราะเพียงแค่เราเปิดกล้อง แล้วเลนส์กำลังยืดตัวออกมา ฝาเลนส์ก็จะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ ให้เราพร้อมถ่ายภาพได้ทันที และเมื่อเราจะเลิกถ่ายภาพ ก็เพียงแค่ปิดกล้อง เลนส์ก็จะหดกลับไปตำแหน่งสั้นที่สุด แล้วฝาปิดเลนส์ตัวนี้ ก็จะปิดกลับไปเองโดยอัตโนมัติเช่นกัน หมดปัญหาเรื่องการลืมฝาเลนส์ทิ้งไว้ตรงโน้นตรงนี้อีกต่อไป และหมดปัญหา ไปเที่ยวทะเล โดยไม่มีฝาปิดเลนส์ กันละอองน้ำทะเลอีกต่อไป ลงทุนเพิ่มสักนิด แต่ผมว่ามันคุ้มมากครับ เจ้าอุปกรณ์เสริมตัวนี้ แนะนำมากๆครับ

... © Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 200 : 1/500 sec. F 11
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 1600 : 1/2 sec. F 4.2


ในด้านของคุณภาพของภาพที่ได้

ผมลองถ่ายภาพที่ ISO 1600 ในสถานที่ซึ่งเกือบมืดสนิท ภาพแสงจันทร์ยามค่ำคืนที่สวยงาม สะท้อนผิวน้ำทะเล คมชัด ดวงดาวปรากฏที่ขอบฟ้าชัดเจน แต่ noise ที่ได้โดยรวมต่ำมากๆ ตอนที่ถ่ายก็ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง แค่วางพาดกับขอบรั้วเท่านั้น ระบบลด noise ทำงานประสานกับ ระบบกันสั่น 3 ทิศทาง ของกล้อง ช่วยให้การถ่ายภาพตอนกลางคืน เกือบมืดสนิทเช่นนี้ เป็นไปได้ อย่างสวยงาม แม้ไม่มีขาตั้งกล้องก็ตาม

ไม่ต้องพูดถึงตอนกลางวัน ภาพที่ได้สีสันสวยงาม แถมปรับลักษณะภาพได้ดังใจ ปรับ contrast ปรับสีสันได้หมดทุกอย่าง ด้วยระบบ Color Creator ปรับ curve ค่าความ contrast ของภาพเอาเองเลยยังได้ เร่งสีเร่งวุ้น ได้หมด

หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 1250 : 1/200 sec. F 11
   © Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 200 : 1/400 sec. F 11
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
ISO 200 : 1/320 sec. F 13
   © Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
Art Filter : Grainy Film




© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
Art Filter : Pin Hole
© Copyright : 2014. taKLONG.com
Olympus OM-D E-M10 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Olympus OM-D E-M10 :
เลนส์ m.Zuiko 14-42mm F3.5-5.6 EZ MSC :
Art Filter : Grainy Film

โหมด Art โดยเฉพาะ

และแน่นอนที่สุด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ กล้องของ Olympus กล่าวขวัญกันมาก ก็คือ โหมดถ่ายภาพแบบ Art filter ที่ให้มาอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะวัยรุ่น หรือผู้ที่ชื่นชอบงานอาร์ตๆ สักหน่อย น่าจะชื่นชอบภาพ ที่ดูแปลกแตกต่างจาก ภาพปกติทั่วๆไป ก็เพียงแค่ปรับโหมด มาที่โหมด Art นี้ ก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเลือกรูปแบบได้อย่างมากมาย อาทิ ภาพขาวดำ แบบต่างๆ ภาพแบบกล้องรูเข็ม Pin Hole หรือ ภาพที่เร่งสีสันแปลกตาต่างๆ มีให้เลือกมากมาย ในโหมด Art นี้ ก็อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่า กล้อง OM-D E-M10 นี้เน้น "จบในตัว" ไม่ง้อ คอมพิวเตอร์ ไม่ง้อ โปรแกรมตกแต่งภาพ

Art Filter ทั้งหมด มีดังนี้ Pop Art ภาพสีสันการ์ตูน , Soft Focus ภาพฟุ้งฝันๆ , Pale & Light Color ภาพสีอ่อนซีดๆ , Light Tone โทนสว่างๆ , Grainy Film ภาพแตกลายขาวดำแบบฟิล์มถ่ายรูป , Pin Hole ภาพขอบดำแบบกล้องรูเข็ม , Diorama ภาพแบบถ่ายเมืองจำลอง , Cross Process ภาพสีสันสลับขั้ว เหมือนการล้างฟิล์มด้วยน้ำยาล้างฟิล์มคนละตัว เมื่อสมัยยุคกล้องฟิล์ม , Gentle Sepia ภาพสีชาแนวเก่าๆ , Dramatic Tone สีสันแปลกตา , Key Line ภาพลายเส้น , WaterColor ภาพสีน้ำ

โหมด Interval สำหรับการถ่ายภาพ เป็นช่วงเวลา ตามที่ตั้งค่าไว้

ลูกเล่นที่ช่วยให้การถ่ายภาพ เป็นช่วงเวลา สม่ำเสมอ ห่างๆกัน ตามที่ตั้งค่าไว้ หรือที่เรียกว่า Interval เป็นลูกเล่น ที่ผมคิดว่า กล้องสมัยใหม่ควรจะมีมาให้ เพราะมันจะช่วยให้ ตากล้องที่ถ่ายภาพแบบสร้างสรรค์ แบบ ภาพยนตร์จากภาพนิ่งหลายๆภาพ ที่ถ่ายช่วงเวลาต่างๆกัน ในระยะเวลาห่างเท่าๆกัน Interval แล้วนำมาร้อยต่อกันเป็นภาพยนตร์เรื่องเดียว หรือที่เรียกว่า Time-lapse movie ซึ่ง ถ้าตัวกล้องไม่มีระบบนี้มาให้ เราต้องคอยจับเวลาเอาเอง ซึ่งจะลำบากมาก แต่สำหรับ Olympus-OMD-EM10 ที่มีระบบถ่ายภาพ Interval มาให้ จึงนับเป็นข้อดีมากๆจริงๆ และที่สำคัญ พอเราถ่ายเสร็จแล้ว Olympus-OMD-EM10 ยังสามารถรวมสร้างเป็นภาพยนตร์ Time-lapse movie ให้โดยอัตโนมัติอีกด้วย (making Time-lapse movie automatically) ไม่ต้องยุ่งยากหาโปรแกรมตัดต่อภาพยนตร์ให้วุ่นวาย

นอกจากนี้ ประโยชน์ทางอ้อมของระบบถ่ายภาพแบบ Interval ก็คือ เราสามารถนำไปช่วยในการถ่ายภาพดาวตอนกลางคืน โดยตั้ง Interval ต่อเนื่องกันไปเป็นหลายสิบ หรืออาจจะถึงหลายร้อยภาพ (ตั้งเวลา Interval ได้ตั้งแต่ 1 วินาที - 24 ชม. จำนวนสูงสุด 999 ภาพ) แล้วนำภาพดาวทั้งหมด เข้าโปรแกรมรวมภาพดาว ให้กลายเป็น ภาพดาวลากเป็นสายยาวๆ หรือที่เรียกว่า Star trails ได้ ด้วยระบบ Interval ในกล้อง Olympus-OMD-EM10 ตัวนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น


Olympus OM-D E-M10 พกง่าย Olympus OM-D E-M10 ถ่ายสนุก
โดยสรุปแล้ว กล้อง Olympus OM-D E-M10 เป็นกล้องที่ "พกง่าย ถ่ายสนุก" เล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับ การถ่ายภาพทั่วไป โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยว แบบสบายๆ ที่ไม่อยากแบกอะไร พะรุงพะรังไปหมด และได้ความรู้สึกเหมือนพกกล้องคอมแพ็ค แต่ได้คุณภาพของกล้องระดับมืออาชีพ แต่ก็มีความแข็งแรง ทนทานในแบบฉบับ OM-D ที่บอดี้ให้ความรู้สึก เป็นโลหะเกือบทั้งหมด การมีช่องมองภาพที่่ช่วยให้การถ่ายภาพ ในที่แสงแดดแรงๆ เป็นไปได้อย่างสบายๆ ถ้าคุณมองหากล้อง Mirrorless ที่ไว้ใจได้ ติดตัวไปกับคุณในทุกๆที่ ที่คุณเดินทาง ในราคาที่ซื้อหาได้ กล้อง Olympus OM-D E-M10 คือคำตอบหนึ่ง ที่คุณห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด

^ ^

Webmaster
taKLONG.com




แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2014. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Canon EOS M5
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง