ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวแฟลช :

Nissin i40 แฟลชตัวจิ๋ว แต่พลังยักษ์

Nissin i40 front

Nissin i40 back

Nissin i40 ตัวเล็ก เปรียบเทียบขนาด กับแฟลชมาตรฐาน
แฟลช Nissin i40 จัดได้ว่าเป็นแฟลชตัวเล็ก จึงสามารถใช้งานร่วมกับ กล้องตัวเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ในยุคของกล้องแบบ Mirrorless ที่ตัวไม่ได้ใหญ่โตมากนัก การใช้งานกับแฟลช ตัวใหญ่ๆ ตามมาตรฐานกล้อง DSLR จึงไม่เหมาะ ที่จะนำมาใช้งานกับกล้อง Mirrorless ตัวเล็กๆ เท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นแฟลชตัวเล็กๆ อย่าง Nissin i40 นี้ จะเหมาะสมกว่ามาก ในเรื่องของขนาด และน้ำหนัก เมื่อนำมาใส่กับกล้องตัวเล็กๆ จะ ballance ได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม Nissin i40 แม้ว่าจะเป็นแฟลชขนาดเล็ก แต่หากมองไปที่ ค่า Guide Number แฟลชตัวนี้จะมีค่า GN 40 ซึ่งเป็นค่าความแรงของแฟลช ที่เทียบเท่ากับ แฟลชขนาดมาตรฐานบนกล้อง DSLR ที่ใช้ๆกัน ไม่แตกต่างกันเลย รวมถึงความสามารถอื่นๆ ที่จำเป็นครบถ้วน สำหรับการถ่ายภาพยุค ดิจิตอลในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น การปรับก้มเงย ส่ายซ้ายขวาได้ มีไฟ LED สำหรับถ่ายวิดีโอ หรือถ่าย selfie ได้ มีระบบ Wireless-flash สำหรับการถ่ายแสงแฟลช จากมุมต่างๆ Nissin i40 ก็ทำได้ค่อนข้างดี
ตัวอย่างภาพ ที่ถ่ายด้วยแฟลช Nissin i40
ISO 200 : 1/125 sec. F 11
ยิงแฟลชเปิดเงาด้วย Nissin i40 รูปนี้นางแบบถ่ายในบริเวณที่มีหยอมแสงจากใบไม้ ถ้าไม่ระวัง เงาของใบไม้ อาจจะพาดมาบนใบหน้า ทำให้หน้าดำเป็นแถบๆ ได้ รวมทั้งทิศทางแสงก็ย้อนแสงดวงอาทิตย์ แฟลชเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับ ภาพ Portrait แบบนี้ ที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

Nissin i40 ไฟ LED สำหรับถ่ายวิดีโอ
ไฟต่อเนื่อง LED เพื่องานถ่ายวิดีโอ หรือ ถ่ายภาพนิ่ง ที่ตัวแบบอยู่ไม่ไกลมาก เช่น การถ่ายภาพ Selfie ที่แฟลชอยู่ไม่ห่างจากตัวเรามาก ไฟ LED จะไม่สว่างมาก จนทำให้แสบตา เหมือนเวลา โดนยิงด้วยแสงแฟลช เวลาถ่ายภาพ Selfie หรือ ถ่ายคนที่อยู่ใกล้ๆกับกล้องมากๆ

Nissin i40 มี Softbox ตัวกระจายแสงหรือ diffuser แถมมาให้ด้วย

Nissin i40 User Interface ใช้งานง่าย
    คุณสมบัติเด่น Nissin i40
    แฟลชขนาดเล็ก มีความสูงเพียง 8.5 ซม. หากเทียบกับแฟลชมาตรฐานทั่วๆไป จะมีความสูงประมาณ 14-15 ซม. เป็นอย่างต่ำแทบทั้งนั้น และมีน้ำหนักเบาเพียง 203 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่)
    แต่สิ่งที่ตรงกันข้าม กับขนาดที่เล็ก ก็คือ ขุมพลังแฟลช ขนาด ค่า Guide Number สูงสุดถึง GN 40 (ที่ระยะซูมหัวแฟลช 105 มม.) ณ ISO 100 เทียบเท่าแฟลชขนาดมาตรฐานทั่วๆไป หรืออาจจะแรงกว่าแฟลชมาตรฐานหลายๆตัวด้วยซ้ำ
    มีไฟต่อเนื่อง LED สำหรับงานวิดีโอ หรือ แม้แต่ภาพ Selfie ในที่แสงน้อยๆ จะได้ไม่แสบตาคนที่ถูกถ่าย สามารถปรับระดับความสว่างได้ 9 ระดับ
    ฐานเสียบแฟลชกับกล้อง เป็นโลหะ แข็งแรง ใช้งานได้ทนทาน ไม่ใช่เป็นพลาสติกแบบแฟลชราคาประหยัดทั่วๆไป
    แฟลชอิสระ มาตรฐานญี่ปุ่น แต่มีการใช้งานง่าย User Interface เรียบง่าย เข้าใจได้ใน 10 วินาที แทบไม่ต้องเปิดคู่มือเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องวงแหวนการชดเชยแสงแฟลช ไม่ต้องเข้าเมนูใดๆ ปรับได้ทันที
    รองรับการทำงานแบบ High Speed Sync (HSS หรือ FP flash) สามารถใช้งานความเร็วชัตเตอร์สูงๆได้ สูงสุดถึง 1/8000 วินาที
    รองรับระบบ E-TTL II (รุ่นสำหรับกล้อง Canon)
    รองรับระบบ iTTL (รุ่นสำหรับกล้อง Nikon)
    รองรับระบบ PTTL (รุ่นสำหรับกล้อง Sony)
    รองรับระบบ TTL (รุ่นสำหรับกล้อง 4/3 อย่าง Olympus, Panasonic)
    รองรับระบบ TTL (รุ่นสำหรับกล้อง Fujifilm ซึ่งจะมีออกมาในเร็วๆนี้)
    รองรับการถ่ายภาพ สัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่ 1 หรือ ชุดที่ 2 (Rear Curtain Flash) ได้
    หัวซูมปรับอัตโนมัติ สัมพันธ์กับ ระยะการซูมของเลนส์ได้ ตั้งแต่ 24-200 มม.
    รองรับระบบแฟลชไร้สาย (Wireless TTL Flash ทั้งของค่าย Canon และ Nikon) โดยสามารถยิงแฟลช เป็นตัวลูก (Slave) ตามแฟลชตัวหลักได้ โดยแสงที่ยิง จะยิงในลักษณะ TTL ตามระบบของกล้องยี่ห้อนั้นๆ
    ตั้งค่ากลุ่ม (Group) สำหรับการยิงแฟลชไร้สาย Wireless TTL Flash ได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม A, B และ C สำหรับการควบคุมแสง หลากหลายกลุ่ม เพื่อให้ได้ภาพอย่างมืออาชีพ
    เลือกค่าช่องสัญญาน (Channel) ได้ 4 ช่องสัญญาน เพื่อป้องกันการสับสน เวลาถ่าย ร่วมกับกับช่างภาพคนอื่นๆ
    ระยะเวลาการชาร์จ (Recycling Time) ประมาณ 0.1 วินาที ถึง 4 วินาที (ขึ้นกับสภาพการถ่ายภาพในแต่ละภาพ และความแรงของแบตเตอรี่)
    ใช้แบตเตอรี่ AA จำนวน 4 ก้อน
    อุณหภูมิสีของแสง 5600 K
    ช่วงระยะเวลาในการยิงแฟลช (Flash duration) อยู่ที่ 1/800 ถึงประมาณ 1/20,000 วินาที
    ขนาดแฟลช สูง 85 มม. กว้าง 61 มม. หนา 85 มม.
    มีแผ่นกระจายแสง และอุปกรณ์ Softbox diffuser แถมมาให้ในชุดด้วย
    รับประกันศูนย์ 2 ปี อันนี้ขอปรบมือให้ครับ
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.nissindigital.com/i40.html




แฟลชตัวเล็ก แต่พลังมหาศาล

แรกที่เห็นรูปร่างหน้าตา ของแฟลช Nissin i40 ตัวนี้ ผมยอมรับตามตรงว่า ความเข้าใจแรกคือ เป็นแฟลชตัวเล็ก สำหรับถ่ายอะไรเล่นๆ ไม่จริงจังนัก เพราะไปประเมิน จากแค่รูปลักษณ์ภายนอก ที่เห็นว่าเป็นแฟลช ตัวเล็กๆ กระจิ๋วเดียว จะไปทำอะไรได้มาก ?

ปรากฏว่า ผมคิดผิดไปเต็มๆ ! เพราะพอมาได้อ่าน spec และที่สำคัญ ได้ลองใช้งานแฟลช Nissin i40 แล้ว ต้องบอกว่า ถ้าไม่จับแฟลชตัวนี้อยู่ในมือ หรือไม่ได้มองเห็นตัวของมันแล้ว คุณคงนึกว่ากำลังใช้งาน แฟลชตัวปกติของคุณอยู่แน่ๆ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องความแรง ขุมพลัง การยิงแฟลชย้อนแสง พร้อมกับเปิดระบบ High Speed Sync ไปพร้อมๆ ฯลฯ ซึ่งเป็นสถานการณ์ ที่ต้องเรียกพลังงานออกมาจากตัวแฟลช อย่างเต็มที่ แฟลชตัวเล็กๆ อย่าง Nissin i40 นี่แหละ สามารถจัดให้ ตากล้องได้แบบเต็มๆ สบายๆ ออกจะเหลือๆด้วยซ้ำไป สำหรับงาน ย้อนแสง งาน High Speed Sync เหมือนแฟลชมาตรฐานที่คุณใช้เลย ไม่แตกต่างกัน

อ่อ .. ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า ต่างกันแค่เรื่องน้ำหนัก กับขนาด แต่ไม่ต่างเรื่องการใช้งานครับ same same แป๊ะเอี่ย ตั่วเฮียชอบ !


Nissin i40 detail รายละเอียดปุ่ม

Nissin คือ การกลับมา อย่างยิ่งใหญ่ของแฟลชค่ายซามูไร

ชื่อ Nissin นี้ เป็นชื่อที่คุ้นหู ของตากล้องมานานแสนนาน โดยเฉพาะตากล้องรุ่นเก่าๆ ที่เคยถ่ายภาพมาตั้งแต่ ยุคของกล้องฟิล์ม จะรู้จักแฟลชยี่ห้อนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเขาผลิตแฟลช ที่คุณภาพดี ราคาประหยัด ให้บรรดาช่างภาพได้ใช้งานกันมานานมากทีเดียว และหลังจากเริ่มกลับเข้ามา ทำตลาดอย่างจริงจังในบ้านเรา ในยุคกล้องดิจิตอล ชื่อ Nissin ก็เริ่ม เป็นที่คุ้นเคย และเริ่มเห็นคึกคัก เป็นที่รู้จักกัน ในหมู่ตากล้องไทยอยู่พอสมควร

คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น

ผมว่า จุดเด่นที่สำคัญที่สุด สำหรับแฟลชยี่ห้อ Nissin นี้ก็คือ ความที่เป็นเทคโนโลยี มาจากค่ายปลาดิบ โดยแทบไม่ต้องไปดูเรื่องสเปคของแฟลชอะไรเลย ก็ทำให้เห็นถึง ความแตกต่างได้ แม้แรกสัมผัสตัวแฟลช ทั้งเรื่องของวัสดุที่ใช้ทำ โดยเฉพาะพลาสติกด้านนอก ที่แรกสัมผัส ก็ทราบได้ว่าเป็นวัสดุเกรดดี ไม่ต่างจากแฟลชค่ายญี่ปุ่นแท้ๆ แต่อย่างใด ซึ่งจะต่างจากการสัมผัส แฟลชจากค่ายจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างรู้สึกได้ แม้เพียงแรกสัมผัส ที่สำคัญ เขาได้รับรางวัล TIPA Awards 2014 ในส่วนอุปกรณ์ Portable Lighting System ด้วย ก็การันตีเรื่องคุณภาพได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะ จังหวะการกดเพื่อปลดล็อก การโยก การเบียง การบิด หัวแฟลช ที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า อันนี้เป็นของที่แข็งแรง วัสดุ และมาตรฐานการผลิตสไตล์แบบญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องคุณภาพเป็นสำคัญ ตรงนี้คงพูดเป็นตัวหนังสือยาก ผมแนะนำให้ท่าน ไปลองสัมผัสของจริง ที่ร้าน ลองขยับด้วยมือของท่านเอง แล้วจะทราบ และเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดอยู่นี้ได้ครับ




ตัวอย่างภาพ ที่ถ่ายด้วยแฟลช Nissin i40
ISO 200 : 1/400 sec. F 6.3
ยิงแฟลชเปิดเงาด้วย Nissin i40 รูปนี้นางแบบก้มหน้า ตากล้องถ่ายในมุม ย้อนแสงขึ้นไปบนท้องฟ้า ถ้าไม่เปิดแฟลช หน้านางแบบจะมืด แต่แฟลช Nissin i40 ช่วยเปิดเงาให้หน้าแบบไม่มืดได้ง่ายๆ

(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

ตัวอย่างภาพ ที่ถ่ายด้วยแฟลช Nissin i40
ISO 200 : 1/125 sec. F 18
ยิงแฟลชเปิดเงาด้วย Nissin i40 รูปนี้ย้อนแสงแรงๆ ตรงๆ รูรับแสงแคบ F18 แต่แฟลช Nissin i40 ก็แรงสู้ได้อยู่แบบสบายๆ

(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

อุปกรณ์เสริมครบครัน ไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม

จุดสำคัญประการหนึ่ง ที่แฟลช Nissin i40 น่าเล่น ก็คือ เขามีอุปกรณ์มาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Softbox diffuser ขาตั้งสำหรับวางแฟลช เวลาใช้แฟลชแบบไร้สาย แผ่นสะท้อนแสง built-in กระเป๋าใส่แฟลช ที่กิ๊บเก๋ ตรงมี clip สำหรับห้อย กระเป๋าแฟลชกับกระเป๋ากล้องได้ เออ เข้าท่าดี คือ ไม่ต้องไปหาซื้ออุปกรณ์พวกนี้ เพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด เพราะมีมาให้พร้อมใช้ได้ทันที

Nissin i40 User Interface ใช้งานง่าย

Nissin i40 User Interface ใช้งานง่าย
ปุ่มปรับด้านหลัง 2 วงแหวน ที่ออกแบบมาแบบเรียบง่าย แต่ใช้งานได้ดี คล่องตัวมาก และเข้าใจได้ง่าย โดยแทบไม่ต้องอ่านคู่มือ ก็พอเดาได้ว่า ปุ่มไหน ทำหน้าที่อะไร ภายในเวลาไม่กี่นาที ก็ใช้งานแฟลชนี้ได้แล้ว เพราะไม่ต้องไปจำว่า กดเมนูไหน อย่างไร ทุกอย่างที่ต้องการปรับ แสดงอยู่ตรงหน้าแล้ว ปรับค่าได้ทันที

user interface ที่ใช้งานง่ายมากๆ

การออกแบบ ระบบแป้นหมุน สำหรับการใช้งาน พร้อมสัญลักษณ์ไอคอน ที่เข้าใจได้ง่ายๆ แทบไม่ต้องใช้ ตัวหนังสือกำกับอะไรมากนัก ก็ช่วยให้การใช้งานแฟลช Nissin i40 นี้ เป็นไปได้อย่าง แทบไม่ต้องอ่านคู่มืออะไรเลย ดังนั้นแม้แต่มือใหม่ ก็ใช้งานแฟลชตัวนี้ได้อย่างง่ายๆ ด้วยการหมุนวงแหวน แค่ 2 วง โดยเฉพาะ วงแหวนการปรับชดเชย ความแรงของแฟลช ที่เป็นวงแหวนพร้อม ข้อความ -2.0 -1.0 0 +1.0 +2.0 แบบนี้ พร้อมไฟแสดงสถานะแบบง่ายๆ ว่านี่ทำงานอยู่ในระบบ TTL หรือ Manual พร้อมสัญลักษณ์ง่ายๆ ทำให้การปรับชดเชยกำลังแฟลช ทั้งในขณะทำงานแบบ TTL หรือ Manual ก็ตาม เป็นไปได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งการปรับกำลังไฟแฟลชนี้ มีความสำคัญมากๆ และเป็นสิ่งที่ ตากล้องต้องปรับอยู่เรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ถ่ายภาพ การมีปุ่มเฉพาะให้แบบนี้ ผมว่าดีกว่า การที่ต้องกดเข้าไปในเมนู และดูค่า จากจอ LCD แบบของแฟลชแพงๆด้วยซ้ำไป เพราะการเป็นปุ่มหมุนๆ แบบนี้ คุณสามารถปรับได้ทันทีทันใด และตรงไปตรงมา ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมาก ก็ใช้งานได้คล่อง การใช้งานที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ของ user interface ของแฟลช Nissin i40 ตัวนี้ ที่ใช้เวลาแค่ 1-2 นาที ก็เข้าใจได้แล้ว ไม่ต้องอ่านคู่มือเลยก็ยังได้ (แต่ก็ควรอ่านคู่มือนะครับ จะได้มีเข้าใจที่มากขึ้น) Nissin i40 ถ่ายภาพแบบ แฟลชไร้สาย สำหรับกล้องดิจิตอล Digital Slave - Sd
แฟลชแยกไร้สาย ยิงเฉียงจากทางด้านข้างของแบบ ด้วยระบบ Digital Slave Flash ในแฟลช Nissin i40

ประโยชน์ของโหมด Sd (Slave Digital) หรือ โหมดของแฟลช Nissin i40 สำหรับการใช้งาน แฟลชไร้สาย (Slave) แบบแมนนวล ร่วมกับแฟลช ของกล้องดิจิตอลในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้ สามารถแยกแฟลช Nissin i40 ไปยิงแสงแฟลช เข้ามาที่ตัวแบบ จากทิศทางต่างๆได้ (ภาพล่าง) เปรียบเทียบกับ การยิงแสงแฟลชไปที่แบบตรงๆ จากตัวกล้องตามปกติ (ภาพบน) จะเห็นได้ว่า การที่แสงแฟลช สามารถยิงแสงมาจากทิศทางอื่นๆได้ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ให้กับภาพ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพบุคคล


Nissin i40 ถ่ายภาพ แฟลชไร้สาย แบบแมนนวล สำหรับกล้องดิจิตอล Digital Slave - Sd หรือ Sf สำหรับกล้องฟิล์มได้
สำหรับคนที่ไม่ต้องการทำงานระบบไร้สาย แบบ Wireless TTL แต่ต้องการทำงานแบบ Manual คือ คุมความแรงต่างๆเอง หรือ ใช้ร่วมกับไฟสตูดิโอ Nissin i40 มีระบบแฟลชไร้สาย รองรับการใช้งานรูปแบบนี้ คือ โหมด Sd คือ สำหรับการใช้งาน แฟลชไร้สาย (Slave Digital) แบบแมนนวล ร่วมกับแฟลช ของกล้องดิจิตอลในปัจจุบัน ที่มีการยิง Pre-flash ส่วน Sf (Slave film) คือ ระบบแฟลชไร้สาย แบบแมนนวล สำหรับใช้กับกล้องรุ่นเก่าๆ ที่ทำงานไร้สายแบบ ไม่มีการยิง Pre-flash


Nissin i40 ถ่ายภาพแบบ แฟลชไร้สาย สำหรับกล้องดิจิตอล Digital Slave - Sd

พร้อมรองรับแฟลชไร้สาย ระบบ Wireless TTL ของกล้องสมัยใหม่

ภายใต้ความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยพลัง ของแฟลชสมัยใหม่ โดยเฉพาะเรื่อง การทำงานเป็นแฟลชตัวลูก (Slave) ให้กับระบบแฟลชไร้สาย หรือ Wireless TTL Flash ที่กล้องสมัยใหม่ เกือบทุกตัวในปัจจุบัน ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในแบบ Wireless TTL นี้ เราจึงสามารถใช้งาน แฟลช Nissin i40 ตัวนี้ เพื่อเป็นแฟลชแยกไร้สายตัวลูก (slave) ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอื่นใด ทั้งสิ้น เพียงหมุนปุ่มด้านซ้าย ไปที่ตำแหน่งสัญลักษณ์รูป เสาอากาศ ที่เป็นรูปคล้ายๆ เวลาเราต่อสัญญาน WiFi แต่อันนี้ไม่ใช่ระบบ WiFi นะครับ เป็นแค่ระบบแฟลชไร้สาย (ที่ใช้สัญญานแสงในการสื่อสาร ไม่ใช่คลื่นวิทยุ) ก็สามารถใช้งาน ร่วมกับกล้องที่มีระบบ Wireless TTL flash ได้ทันที (กรุณาอ่านคู่มือกล้องของท่านประกอบ เรื่องการตั้งค่าระบบแฟลชไร้สาย Wireless TTL flash ของกล้องของคุณประกอบด้วย)

ที่สำคัญ ระบบเฟลชไร้สายแบบ TTL ของ Nissin i40 นี้ ยังสามารถปรับตั้งค่ากลุ่ม (Group) ได้ถึง 3 กลุ่ม เป็นกลุ่ม A, กลุ่ม B หรือ กลุ่ม C เพื่อใช้ในกรณีที่มีการจัดแสง ในลักษณะที่ใช้ไฟแฟลชหลายๆอัน ร่วมกัน เช่น กลุ่ม A เป็นแสงหลัก กลุ่ม B เป็นแสงลบเงา กลุ่ม C ส่งที่ฉากหลัง เป็นต้น การจัดแสงที่มีแสงหลายกลุ่มแบบนี้ เราต้องตั้งค่ากลุ่ม ของแฟลชแต่ละตัวให้ต่างกัน เพื่อให้การควบคุมแสง ของแต่ละกลุ่มต่างกัน สามารถทำได้ในภาพๆเดียวกัน นั่นเอง (คล้ายกับการจัดแสงไฟในสตูดิโอ) ซึ่งการปรับค่า ก็ง่ายแสนง่าย คือ หากต้องการให้แฟลชทำงานในกลุ่ม A ก็หมุนไปที่ A ต้องการให้ทำงานในกลุ่ม B ก็หมุนไปที่ B ต้องการให้ทำงานในกลุ่ม C ก็หมุนไปที่ C ไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว ซึ่งผมว่า มันใช้ง่ายกว่าแฟลชของค่ายนั้นๆเองอีกด้วยซ้ำไป เพราะต้องเข้าไปตั้งในเมนูย่อย กว่าจะหาเจอ ก็หลายขั้นตอนอยู่ อันนี้ง่ายกว่า แค่หมุนปุ๊บ ได้ปั๊บ ตรงไปตรงมา

พร้อมรองรับแฟลชไร้สาย ที่ไม่ใช่ TTL

หรือพูดง่ายๆว่า กล้องของเรา อาจจะไม่มีระบบแฟลชไร้สาย Wireless TTL มาในตัวกล้อง อาจจะด้วยเป็นกล้องรุ่นเก่า หรือเป็นกล้องระดับล่าง ที่อาจจะไม่ได้ใส่คุณสมบัตินี้มาให้ ไม่ต้องตกใจไปว่าจะไม่ได้ใช้งาน แฟลชไร้สายกับเขาบ้าง

เพราะแฟลช Nissin i40 ตัวนี้ มีโหมดรองรับการใช้งานแฟลชไร้สาย ในแบบที่ไม่ใช่ Wireless TTL อยู่ด้วยในตัว หรือที่บางทีตากล้อง ก็จะเรียกว่า แฟลชไร้สายแบบแมนนวล คือ ทำงานในลักษณะแมนนวล ไม่ได้ทำงานในแบบ TTL คือ ตาแมวบนตัวแฟลช จะคอยตักจับสัญญานแฟลชตัวอื่น ที่ยิงออกมา แล้วจะยิงแฟลชของตัวเองผสมออกไปด้วย เมื่อเห็นว่ามีแฟลชอื่นยิงแฟลชออกไป ซึ่งระบบแฟลชไร้สายแบบแมนนวลนี้เอง ผมคิดว่าเป็นประโยชน์มากๆ เพราะทำให้เราสามารถใช้กล้องอะไรก็ได้ มาใช้งานในลักษณะนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องซื้อหา อุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยเฉพาะอุปกรณ์พวก Flash Trigger ต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อหามาเพิ่มเติมทั้งสิ้น จึงเหมาะสำหรับท่านที่ ต้องการใช้งานแฟลชไร้สาย โดยไม่ต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เหมาะสำหรับถ่ายภาพครอบครัว หรือถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ไม่ได้ถ่ายภาพจริงจังอะไรมากนัก ก็สามารถถ่ายแฟลชแยก เพื่อให้ได้แสงแฟลชจากมุมต่างๆได้ เหมือนกับมืออาชีพ โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติมเลย นอกจากซื้อแฟลช Nissin i40 ตัวนี้เพียงตัวเดียว ก็ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม การยิงแสงแฟลชตามแฟลชตัวอื่น ก็มีปัญหาที่สำคัญประการหนึ่ง ก็คือ แฟลชสมัยใหม่ ในยุคดิจิตอล หลายๆตัว หลายๆยี่ห้อ มักจะมีการยิงแสงนำมาก่อน 1 ครั้ง หรือที่เรียกว่า pre-flash ซึ่งเป็นการยิงแสงหยั่งเชิง เพื่อประเมินค่าแสงแฟลช กับวัตถุต่างๆ แล้วหลังจากนั้น กล้องจึงจะยิงแสงแฟลช ที่เป็นแสงหลัก ตามมาติดๆ อีกที พูดง่ายๆ ในปัจจุบัน ระบบแฟลชของกล้อง ดิจิตอลสมัยใหม่ มักจะยิงแสงแฟลช 2 ครั้งเสมอ ในแต่ละภาพ แต่เป็นการยิงแฟลชติดต่อกันอย่างรวดเร็ว จนเราดูคล้ายกับว่า กล้องยิงแฟลชแค่หนเดียวเพื่อบันทึกภาพ แต่จริงๆแล้ว จะยิง 2 ครั้งเสมอ โดยครั้งแรกเป็น pre-flash เพื่อประเมินแสง และครั้งที่สองเป็นแฟลชหลักเพื่อบันทึกภาพ

ปัญหาเรื่องแสง pre-flash นี้ จะส่งผลให้ระบบแฟลชตาแมว ที่ยิงแสงตามแสงแฟลชตัวอื่น โดยทั่วๆไป จะโดนแสง pre-flash นี้หลอกเอาได้ง่ายๆ คือ แฟลชแยกตัวลูก หรือ slave ที่เปิดระบบตาแมวเอาไว้ ก็จะยิงแสงออกไปทันที ที่แสง pre-flash นี้ปรากฏขึ้น ปัญหาก็คือ ในขณะที่ pre-flash ทำงาน และแฟลชตัวลูก ระบบตาแมว ยิงแสงพร้อมๆกับ pre-flash นั้น เป็นจังหวะที่กล้อ้งไม่ได้บันทึกภาพ แต่กล้องแค่กำลังประเมินแสงอยู่ (ยังไม่ได้ถ่ายภาพจริงๆ) แต่แฟลชลูกระบบตาแมว โดยทั่วไป กลับคิดว่านั่นคือแสงจริง ที่กำลังถ่ายภาพ จึงยิงแสงแฟลชออกไป

ครั้นพอในเสี้ยวของเสี้ยววินาทีถัดมา ที่แฟลชหลักยิงแสงออกไป เพื่อบันทึกภาพ (จังหวะที่สอง หลัง pre-flash) คราวนี้ตัวแฟลชลูก ระบบตาแมว ก็อาจจะไม่ได้ยิงแสงออกไปอีก เพราะเพิ่งยิงไปเมื่อสักครู่ตอนจังหวะ pre-flash ก็เลยทำให้ จังหวะที่สองนี้ ซึ่งกล้องกำลังบันทึกภาพ จึงไม่ปรากฏ แสงแฟลชจากแฟลชตัวลูกระบบตาแมว เข้าไปในภาพเลย

ด้วยเหตุนี้ แฟลช Nissin i40 จึงได้ทำ โหมดสำหรับการถ่ายภาพแฟลชแยก แบบแมนนวล โดยตาแมว ออกมาเป็น 2 โหมดด้วยกัน คือ โหมด Sd (Slave digital) กับ Sf (Slave Film) โหมด Sd หรือ Slave digital คือ โหมดสำหรับการถ่ายภาพแฟลชแยก แบบแมนนวล ที่แฟลช Nissin i40 จะมองข้าม แสงแฟลช pre-flash แล้วให้ความสำคัญกับแสงแฟลชหลักจังหวะที่สอง ที่จะตามมานั้นเอง ส่งผลให้แฟลช Nissin i40 ที่ทำงานในโหมด Sd ยิงแสงแฟลช ไปในจังหวะที่กล้องบันทึกภาพ ไม่ยิงแสงแฟลชไปในจังหวะ pre-flash เหมือนระบบแฟลชตาแมว ทั่วๆไป

แต่ถ้าหาก เราใช้แฟลช Nissin i40 ตัวนี้ ไปใช้งานกับ กล้องรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีระบบ pre-flash หรือ แฟลชกล้องฟิล์ม เราก็สามารถเลือกให้ทำงานในโหมด Sf ซึ่งแฟลชตัวลูก จะยิงแสงแฟลชออกไปทันที ที่มีแฟลชอื่นยิงแสงนำออกไป จึงห้ามปรับโหมด Sf นี้ ไปใช้งานกับกล้อง ดิจิตอลในปัจจุบัน ที่มีระบบแฟลชสมัยใหม่ ที่มีการยิง pre-flash โดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นภาพของคุณจะมีปัญหาทันที เพราะแสงแฟลชจาก Nissin i40 ตัวนี้ ที่ปรับเป็น Sf จะยิงแสงแฟลชไปในจังหวะ pre-flash และไม่เข้าไปในภาพของคุณ ถ้าคุณใช้งานกับกล้องในปัจจุบัน แนะนำให้ปรับเป็นโหมด Sd (Slave Digital) เท่านั้น (หรือไม่ก็ใช้ Wireless TTL ถ้ากล้องของคุณรองรับระบบ Wireless TTL)

Nissin i40 ขณะถ่ายภาพ แฟลชไร้สาย TTL สะท้อนเพดาน

Nissin i40 สามารถใช้ถ่ายภาพ ในแบบ แฟลชไร้สาย โดยหันหัวแฟลชขึ้นไป ให้สะท้อนแสงแฟลช กลับลงมาจากเพดานห้อง เพื่อให้ได้ภาพบุคคล ที่แสงดูเป็นธรรมชาติ มากกว่า การยิงแสงแฟลชไปตรงๆ คุณสมบัติ ที่แฟลชตัวเล็กๆ อื่นๆ ไม่กล้าหยิบยื่นให้ เพราะกลัวความแรงจะไม่ไหว สำหรับการยิงสะท้อนเพดาน แต่ไม่ใช่สำหรับ Nissin i40 ที่มีความแรงเพียงพอ สำหรับทำแบบนี้ได้สบายๆ


ตัวอย่างภาพ ที่ถ่ายด้วยแฟลช Nissin i40
ISO 200 : 1/1250 sec. F 2.8
ยิงแฟลชเปิดเงาด้วย Nissin i40 รูปนี้นายแบบ ต้องการให้เบลอฉากหลังนิด จึงต้องเปิดรูรับแสงกว้าง F2.8 ปัญหาคือ ด้วยสภาพแสงจ้าแบบนี้ เปิด F2.8 ความเร็วชัตเตอร์จะขึ้นไปสูงมาก โชคดีที่ Nissin i40 รองรับการถ่ายภาพแบบ High Speed Sync Flash นายแบบของเรา หน้าเลยไม่มืด ฉากหลังก็ยังเบลอได้ ในสภาพแสงสว่างมากๆ

(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)



รองรับการใช้งานแบบ High Speed Sync Flash

สำหรับคนที่ ชอบถ่ายภาพบุคคลกลางแจ้ง ตอนกลางวัน และต้องการ "ละลายฉากหลัง" มากๆ ปัญหาหนึ่ง ที่ท่านจะต้องประสบพบเจอแน่ๆ เวลาที่คุณต้องการ "ละลายฉากหลัง" ด้วยรูรับแสงกว้างๆ เช่น F2.8 หรือ F1.8 เวลาเที่ยงๆ บ่ายๆ กลางแจ้ง ก็คือ ความเร็วชัตเตอร์ของคุณ จะทะยานขึ้นไปสูงถึง 1/1000 วินาที หรือ 1/2000 วินาที แม้จะปรับ ISO ให้ต่ำที่สุดแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากคุณใช้รูรับแสงที่กว้างมากๆ (ให้ได้ภาพชัดตื้น เพื่อละลายฉากหลัง) แต่แสงตอนกลางวัน ก็จะส่งผลกับความเร็วชัตเตอร์ของคุณทันที Nissin i40 สามารถรองรับ การถ่ายภาพในลักษณะนี้ ได้สูงสุดถึง ความเร็วชัตเตอร์ 1/8000 วินาที ถือว่าสูงมาก สำหรับแฟลชตัวเล็กๆ แค่นี้เอง

ซึ่งถ้าหากคุณไม่ได้ใช้แฟลช ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคุณใช้ชัตเตอร์เร็วๆแบบนั้นได้เลย ถ้าไม่ได้ใช้แฟลช แต่ถ้าหากคุณใช้แฟลชเมื่อไหร่ "คุณจะมีปัญหาทันที ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ" เพราะ กล้อง DSLR ทุกตัว จะมีข้อจำกัด "เพดานสูงสุด" ของความเร็วชัตเตอร์ ที่ใช้งานกับแฟลชได้ หรือที่เรียกว่า "ความเร็วชัตเตอร์ (สูงสุด) ที่สัมพันธ์กับแฟลช" ซึ่งกล้อง DSLR ส่วนใหญ่จะทำได้เร็วที่สุดเพียงแค่ 1/200 วินาที หรือ 1/250 วินาที เท่านั้น (เรียกว่า ค่า X-sync ของกล้อง)

หากท่านต้องการใช้งานแฟลช ที่ความเร็วชัตเตอร์สูงกว่านี้ ก็จะมีปัญหาทันที คือ ปัญหามีอยู่ 2 ประการ คือ
1. โดยปกติแล้ว คุณไม่สามารถใช้งานแฟลช ที่ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงกว่า ค่า X-sync ของกล้องได้ ด้วยข้อจำกัด ของการเคลื่อนที่ของตัวม่านชัตเตอร์
2. เราจะใช้งาน ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงกว่า ค่า X-sync นี้ได้ ก็ต่อเมื่อ "กล้อง และ แฟลช" ของเรา มีระบบที่เรียกว่า High Speed Sync Flash หรือ บางทีก็เรียกว่า FP Flash (Focal Plain Flash) เท่านั้น จึงจะสามารถใช้งาน ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ พร้อมๆ กับใช้แฟลชได้

โชคดี ที่แฟลช Nissin i40 ตัวนี้ รองรับการทำงานของ High Speed Sync Flash หรือ บางทีก็เรียกว่า FP Flash (Focal Plain Flash) นี้ได้ อย่างสบายๆ ซึ่งข้อดีมากๆ ของ Nissin i40 ก็คือ สามารถรองรับ การถ่ายภาพ High Speed Sync Flash นี้ได้ ถึงความเร็วชัตเตอร์ 1/8000 วินาที เลยทีเดียว (สูงขนาดว่า กล้องบางคนยังไม่มีชัตเตอร์นี้ ให้ใช้ด้วยซ้ำไป)


คุ้มค่าคุ้มราคา ในนิยามของคุณภาพ และสิ่งที่ได้

โดยรวมแล้ว ผมคิดว่าถ้าหากคุณกำลังมองหา แฟลชตัวเล็กๆ ไว้ใช้งานกับกล้อง mirrorless หรือ แม้แต่ใช้กับ กล้อง DSLR แต่ไม่ชอบแบกแฟลชตัวใหญ่ๆ เพราะมันจะหนักเวลาเอาไปใส่กับกล้อง DSLR แต่ในขณะเดียวกัน คุณกลับยังต้องการ ความแรง พลังในการถ่ายภาพ อยู่เฉกเช่นเดียวกับ แฟลชขนาดมาตรฐาน บนกล้อง DSLR และที่สำคัญ รองรับการใช้งานเต็มระบบ เช่นเดียวกับแฟลชค่าย ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ ตัวเลือกที่แนะนำให้ลองพิจารณาในอันดับต้นๆ คือ Nissin i40 ตัวนี้ครับ จิ๋วแต่แจ๋ว ผมขอเรียกว่า แฟลชตัวนี้ มันจิ๋วแต่แจ๋ว ในสไตล์ซามูไรคมในฝัก แต่ถ้าชักออกใช้ ก็ฟันคนตายได้นะคร๊าบ .. ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ของเขาแรงจริงไรจริง อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอก มาตบตาคุณได้



^ ^

Webmaster
taKLONG.com






แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS 77D
  • SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art
  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง