ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Canon EOS M5

การจับ DSLR รุ่นใหญ่มาย่อส่วน พร้อมลูกเล่นของกล้องสมัยใหม่ที่ครบครัน !

Canon EOS-M5

คุณสมบัติเด่น

- ความละเอียด 24.20 ล้านพิกเซล
- ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF มาตรฐานเดียวกับกล้อง DSLR รุ่นใหญ่ๆ
- ระบบโฟกัสครอบคลุมพื้นที่ 80% ของภาพ
- โพรเซสเซอร์ DIGIC 7 ประมวลผลรวดเร็ว
- ปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100 - 25600 และปรับเร่งเพิ่มเป็น 25600 ได้
- ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที (7fps) หรือ 9 ภาพต่อวินาที (9fps) เมื่อทำการล็อกโฟกัสก่อนถ่าย
- ช่องมองภาพ EVF ในตัว ความละเอียด 2.36 M-dot OLED
- จอภาพแบบยกก้มเงย และสามารถปรับมาถ่ายภาพตัวเองได้ (ปรับลงมาด้านล่างของตัวกล้อง)
- จอขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 1.62M-dot ระบบสัมผัส ที่สามารถแตะจุดโฟกัสเพื่อถ่ายภาพ ได้แม้ในขณะใช้งานช่องมองภาพอยู่
- ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD พรัอมช่องเสียบไมค์โครโฟน stereo
- ระบบป้องกันการสั่นไหว 5 แกน สำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ ที่ทำงานประสานกันทั้งตัวเลนส์ และ กันสั่นแบบดิจิตอลของกล้อง
- ระบบ WiFi และ Bluetooth เพื่อการเชื่อมต่อไร้สายพลังงานต่ำตลอดเวลา โดยไม่เปลืองแบต
- NFC เพื่อการเชื่อมต่อไปยังมือถือได้ง่ายขึ้น เพียงแค่แตะ

รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.canon.co.th/
Canon EOS-M5 Canon EOS-M5 Canon EOS-M5

นับเป็นกล้องสายพันธุ์ Mirrorless ของค่าย Canon ตระกูล M ที่ออกมาเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว (แต่เป็นชื่อรุ่น M5 เพราะส่วนใหญ่แล้วกล้องจากค่ายญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีเลข 4 กัน น่าจะเกี่ยวกับความเชื่อ คิดว่าอย่างนั้นนะครับ) กล้อง M5 มาวางขาย เสริมทัพเพิ่มเติมให้กับกล้องตระกูล M ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มี EOS-M3 วางขายเป็นตัวหลักอยู่แล้ว ดังนั้น EOS-M5 จึงเป็นตัวเสริมเพิ่มเติมขึ้นมา สิ่งที่มองภายนอก และรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่สำคัญที่สุด จาก EOS-M3 ก็คือ EOS-M5 จะมีช่องมองภาพแบบ EVF ติดมากับกล้องเลย ในขณะที่ EOS-M3 ไม่มีช่องมองภาพ EVF การมีช่องมองภาพ EVF ติดมากับกล้อง ก็มีข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงแดดจ้าๆ ได้เป็นอย่างดี และการจับถือกล้องในการถ่ายภาพ ก็ได้อารมณ์เดียวกับกล้อง DSLR ทุกประการ แต่ก็มีข้อด้วยอยู่บ้างคือ ราคาจำหน่ายจะสูงกว่ากล้องรุ่นที่ไม่มีช่องมองภาพ EVF อยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้ จึงมองว่า EOS-M5 เป็นกล้องรุ่นสูงกว่า EOS-M3 ที่มาเสริมทัพในการทำตลาดนั่นเอง

Canon EOS-M5

สิ่งที่ทำให้กล้องตัวนี้โด่ดเด่น และดึงความน่าสนใจจากผมได้มากที่สุด มีอยู่ 2 เรื่องหลักๆครับ หลังจากที่ได้ลองเล่นกล้องตัวนี้อยู่แค่วันเดียว ก็รับรู้ถึกความแตกต่าง 2 ข้อนี้ได้เลย จากกล้องที่ผมเคยใช้งานมาก่อนหน้านี้ คือ

Canon EOS-M5

1. ในระหว่างที่เรากำลังถ่ายภาพด้วยการมองผ่านช่องมองภาพ EVF อยู่นั้น เราสามารถใช้ นิ้วหัวแม่มือขวา แตะไปที่จอด แล้วกวาดลากไปเพื่อ ปรับเลื่อนจุดโฟกัส ที่เรากำลังดูอยู่ในช่องมองภาพได้เองเลย แรกๆ จะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง เพราะปกติใครที่เคยใช้กล้องผ่านช่องมองภาพ จะทราบดีกว่า ถ้าหากต้องการเลือกจุดโฟกัส เราต้องทำการเลือกโดยการ เลื่อนที่ปุ่มลูกศร หรือ ใช้ปุ่มหมุนๆ บนตัวกล้องเป็นหลัก ในการปรับจุดโฟกัส แต่สำหรับ Canon EOS-M5 ตัวนี้ เราสามารถ ใช้นิ้วหัวแม่มือขวา แตะ หรือ ลากไปมา บนจอภาพหลัก เพื่อทำการเลือกจุดโฟกัสได้ทันดี ทำให้การเลือกจุดโฟกัส ทำได้อย่างง่าย และรวดเร็วมาก แต่ยอมรับว่าต้องทำการปรับตัวให้คุ้นเคยกับวิธีการใหม่นี้บ้าง ในระยะแรกๆ สำหรับคนที่เคยชินกับการ เลือกจุดโฟกัสด้วยปุ่มอย่างผม แต่ก็ใช้เวลาสักพักเดียวก็คุ้นเคยแล้ว ซึ่งพอคุ้นแล้ว บอกได้เลยครัวว่า มัน work มากจริงๆ และทำให้การเลือกจุดโฟกัส เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมชาติมากๆ ซึ่งเราสามารถเลือก ขอบเขตของการลากนิ้วเองได้ด้วย ว่าจะให้การลากนิ้วบนจอ เฉพาะบริเวณส่วนใดก็ได้ สำหรับตัวผม ผมถนัดเลือก ให้กรอบการลากเพื่อเลือกจุดโฟกัสนี้ อยู่เฉพาะบริเวณ มุมล่างขวาของภาพเท่านั้น (อยู่เฉพาะบริเวณหัวแม่มือขวาของเรา) การจำกัด ให้กล้องใช้เฉพาะพื้นที่มุมขวาล่างนี้เท่านั้น จะทำให้การเลือกจุดโฟกัสด้วยหัวแม่มือขวา ทำได้ถนัดกว่า รวมทั้งลดปัญหา ปลายจมูก ไปแตะจอภาพ แล้วกล้องนึกว่าเราเลือกจุดโฟกัสตรงนั้นได้ ตอนแรกๆ ที่เปิดระบบนี้ แล้วใช้พื้นที่ทั้งภาพในการเลือกจุดโฟกัส ผมพลาดจังหวะไปในบางภาพ เพียงเพราะปลายจมูกผมไปแตะโดน จอภาพโดยบังเอิญ (ลองนึกภาพตามนะครับ ผมยกกล้องมาเล็งเพื่อถ่ายภาพจากช่องมองภาพ) แต่ในบางจังหวะ ปลายจมูกผมดันไปแตะโดนจอภาพ กล้องก็นึกว่าผมเอานิ้วไปจิ้มตรงนั้น ผลคือ กล้องก็ไปโฟกัสตรงส่วนที่ ปลายจมูกผมจิ้มไป ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการให้กล้องไปโฟกัส แต่ปัญหานี้ก็หมดไปทันที เมื่อผมปรับเปลี่ยน ให้กล้องใช้เฉพาะพื้นที่ ด้านขวาล่าง ของภาพเท่านั้น สำหรับการใช้จิ้มแล้วลาก เพื่อกำหนดจุดโฟกัส คราวนี้ทุกอย่างก็ราบลื่น และ work มากๆ จริงๆครับ สำหรับการเลือกจุดโฟกัส โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องละสายตาออกมาจากช่องมองภาพ EVF เลย ตลอดเวลาที่ใช้งาน Canon EOS-M5 ตัวนี้ ผมชอบเรื่องนี้ที่สุด จากประสบการณ์ใช้งาน Canon EOS-M5 มา

Canon EOS-M5

2. การที่ทาง Canon เลือกเอาระบบ Bluetooth มาใส่ไว้ในกล้องถ่ายภาพ นับเป็นการนำเอาเทคโนโลยี ที่ก็ถือว่าไม่ได้ใหม่อะไร แต่มีประสิทธิภาพในการนำมาประยุกต์ใช้ได้ อย่างดีเยี่ยม อย่างที่ผมก็คิดว่า ทำไมเพิ่งมีคนทำแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ เวลานึกถึงการเชื่อมต่อ กล้องถ่ายภาพ กับ มือถือ แบบไร้สาย เราก็มักจะนึกถึงกันแต่ WiFi เป็นหลัก จึงทำให้มีกล้องถ่ายภาพที่มีระบบ WiFi นั้น ถือว่าเป็นปกติไปแล้วในยุคนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ ระบบ WiFi นั้นกินพลังงานมาก (เกินจำเป็น) สำหรับการถ่ายภาพด้วยกล้องถ่ายภาพ เพราะในมุมมองของช่างภาพ จริงๆ แล้วเราอยากจะสงวนพลังงานของกล้อง เอาไว้เพื่อ "ถ่ายภาพ" เป็นเรื่องหลัก ด้วยเหตุนี้ ช่างภาพส่วนใหญ่ จะไม่ได้เปิดการเชื่อมต่อ WiFi ของกล้องถ่ายภาพ กับ มือถืออยู่ตลอดเวลาหรอก ทั้งๆที่อาจจะอยากต่ออยู่ตลอด แต่ใครก็ตามที่ต่อ WiFi กล้องถ่ายภาพ กับมือถือ อยู่ตลอดเวลา รับรองเลยครับ แบตกล้องคุณจะหมดไปไวมาก แล้วพอถึงจะหวะสำคัญๆ ในการถ่ายภาพจริงๆ แล้วแบตคุณหมด คุณจะนึกเสียดายว่า รู้งี้ปิด WiFi ซะก่อนดีกว่า (จะได้มีแบตไว้ถ่ายภาพได้มากขึ้น) อันที่จริง ระบบ WiFi บนตัวกล้องนั้น เขาไม่ได้ออกแบบมาไว้ให้ท่าน เชื่อมต่อ WiFi กล้องกับมือถืออยู่ตลอดเวลาหรอกครับ เขาทำมาเพื่อให้ท่านเชื่อมต่อ แล้วก็ทำบางสิ่งบางอย่างให้เรียบร้อย โดยเฉพาะเรื่องการโหลดภาพอะไรให้เรียบร้อย พอเรียบร้อยแล้ว ก็ปิดการเชื่อมต่อไป ปิด WiFi ของกล้องซะ (เก็บแบตไว้ก่อน) ซึ่งจะต่างกับเวลาเราใช้งานมือถือนะครับ เราใช้มือถือ เราเปิด WiFi กันตลอดเวลา เหตุผลเพราะเราต่อ WiFi บนมือถือ เพื่อ "เข้า Internet " ครับ ซึ่งจะต่างจากกล้องถ่ายภาพ เราไม่จำเป็นต้องต่อ WiFi ของกล้อง เพื่อเข้า Internet อยู่ตลอดเวลา ใช่มั้ยครับ เราต่อเฉพาะบางจังหวะบางครั้งบางคราวเท่านั้น

แต่เมื่อทาง Canon ใส่ระบบ Bluetooth เข้ามาที่ตัวกล้อง อันนี้เรื่องราวกลับพลิกเลยทันที เพราะระบบ Bluetooth นั้นเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้ เชื่อมต่ออุปกรณ์ในลักษณะ เชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นระบบที่ประหยัดพลังงานอยู่แล้ว กินพลังงานต่ำกว่า WiFi มาก เราจึงสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth ต่างๆ ได้อยู่ตลอดเวลา อย่างที่เคยทำกันมา ตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่มือถือยังไม่เป็น smart phone ด้วยซ้ำไป เราก็มี หูฟัง Bluetooth ไว้ใช้งานกันแล้ว ดังนั้น การมี Bluetooth กลับมาใส่ไว้ในตัวกล้องแบบที่ Canon ใส่มาให้กับ Canon EOS-M5 นี้ เราก็จะสามารถเชื่อมต่อกล้องกับมือถือได้อยู่ตลอดเวลา แถมกินไฟจากตัวกล้องไม่มากนัก เพียงแค่เราเปิดระบบ Bluetooth บนมือถือเอาไว้ แล้วเรียกใช้งาน app ที่ชื่อ Canon Camera Connect และทำการ Pairing (แพริ่ง) ครั้งแรก เลือกชื่ออุปกรณ์ให้ถูกต้องเสียก่อนในครั้งแรกคราวเดียว พอครั้งต่อๆไป กล้องและมือถือ จะรู้จักกันได้เอง เมื่อเราเปิด Bluetooth ลักษณะเหมือนกับการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ Bluetooth ทั่วๆไปนั่นเอง

การเชื่อมต่อตลอดเวลานี้ จะเน้นไปที่การใช้งานในเชิง ควบคุมกล้อง (remote control) การดูภาพตัวอย่างจากกล้อง (Preview) มากกว่าในเชิงของการคัดลอกข้อมูลขนาดใหญ่นะครับ เพราะถ้ามีการดึงภาพ ดึงไฟล์อะไรพวกนั้น เราก็ยังคงต้องใช้ WiFi ในการส่งข้อมูลอยู่ดี

Canon EOS-M5

แต่ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเพียงแค่เราต่อกล้อง Canon EOS M5 ด้วย Bluetooth กับมือถือของเราไว้ก่อนแล้ว หากถึงจังหวะที่เราต้องการที่จะดึงข้อมูล ดึงรูปภาพจากกล้อง อะไรพวกนี้กล้อง Canon EOS M5 จะรู้เองว่า ถึงเวลาต้องเชื่อมด้วย WiFi แล้ว กล้องก็จะทำการเชื่อมต่อ WiFi ให้เองโดยอัตโนมัติ เราเพียงแค่เลือก confirm การเชื่อมต่อไปแค่นั้น ซึ่งตรงนี้ผมว่าทาง Canon ทำได้ดีมาก เพราะปัญหาหลักอย่าหนึ่งของ ผู้ใช้งานกล้องถ่ายภาพทั่วๆไป เจอกันบ่อยๆ ก็คือ กว่าจะเชื่อ WiFi ระหว่างกล้องและมือถือนั้น ในบางกรณี มันต้องลุ้นกันมาก หรือ การเชื่อมต่อค่อนข้างซับซ้อนไปบ้าง คนที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องพวกนี้ ก็อาจจะไม่สามารถทำได้ หรือทำได้ก็วุ่นวายพอสมควร ปัญหาการเชื่อมต่อยากนี้ จะหมดไป เพียงแค่คุณเชื่อมด้วย Bluetooth ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อถึงคราวที่ต้องใช้ WiFi ระบบจะไปดึงการเชื่อมต่อแบบ WiFi มาให้เอง ง่ายมากๆ นอกจากนี้ Canon EOS M5 ยังมีระบบ NFC เพื่อมาช่วยเหลือการเชื่อมต่ออย่างง่ายๆ อีกชั้นหนึ่ง โดยเฉพาะในครั้งต่อๆไป ที่เราเชื่อมต่อกล้อง Canon EOS M5 กับมือถือ หลังจากที่เคยเชื่อมต่อกันมาแล้วครั้งหนึ่ง หากครั้งถัดไปเราต้องการเชื่อมต่อ ก็เพียงแค่เปิดระบบ NFC บนมือถือ แล้วเอาตัวเครื่องมือถือ ไปแตะที่ด้านข้างๆ ของกล้อง Canon EOS M5 ตรงตำแหน่งที่มีสัญลักษณ์รูปตัว N (NFC) อยู่ แค่แตะ ก็จะไปเรียก app ที่ชื่อ Canon Camera Connect ให้เริ่มต้นทำงานขึ้นมาบนมือถือเองโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งทำการเชื่อมต่อกับกล้องทันทีเช่นกัน

Canon EOS-M5

ประการถัดมา คือเรื่องของคุณภาพของภาพ ก็ต้องบอกว่าตัวนี้ใช้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ DIGIC 7 แล้ว เรื่องคุณภาพจึงเรียกได้ว่าหายห่วง เทียบเท่ากับกล้อง DSLR รุ่นพี่ได้อย่างสบายๆ (ถ้าจะว่าไปกล้อง DSLR ปัจจุบันยังเป็น DIGIC 6 เสียด้วยซ้ำไป) การที่มีโปรเซสเซอร์ที่ใหม่กว่า นั่นย่อมการันตี เรื่องสำคัญๆอยู่ 2 เรื่องคือ 1. คุณภาพของภาพ 2. ประสิทธิภาพการทำงานของกล้องโดยรวม คิดเร็ว โฟกัสเร็ว ประมวลผลภาพเร็ว ก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก เพราะ Canon EOS-M5 ตัวนี้ ใช้โปรแซสเซอร์รุ่นล่าสุดจากทาง Canon คือ DIGIC 7 ก็ผ่านแน่นอนครับ เรื่องประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของกล้อง ผมลองทดสอบถ่ายภาพจริงๆจากกล้องมาแล้ว ลองดูตัวอย่างภาพ ทางด้านล่างของบทความนี้ได้เองจะดีที่สุดครับ

Canon EOS-M5

Dual Pixel CMOS AF ช่วยให้การ Live View และวิดีโอ ดีขึ้นมาก

กล้อง Canon EOS-M5 ดึงเอาระบบโฟกัสภาพ Dual Pixel CMOS AF มาจากกล้อง DSLR อย่าง Canon EOS80D จึงทำให้ประสิทธิภาพในการโฟกัส พอๆ กันกับกล้อง Canon EOS80D ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ากล้อง Canon EOS80D นั้นเป็นกล้องรุ่นหนึ่ง ที่ใช้งานด้านวิดีโอกันมากในเมืองไทย เวลาถ่ายด้วยวิดีโอ ระบบ Dual Pixel CMOS AF ของ EOS80D นั้นดีมากๆ จึงวางใจได้เรื่องระบบโฟกัสบน Canon EOS-M5 ตัวนี้ครับ มันก็ตัวเดียวกันนั่นแหละครับ ครอบคลุมพื้นที่ในการโฟกัสถึง 80% ของภาพ ต้องการให้ตรงไหนชัด ก็เพียงแค่แตะลงไปบนหน้าจอได้เลย ในขณะที่ถ่ายภาพวิดีโอ หรือ ภาพนิ่งอยู่ ความรวดเร็วในการตอบสนองถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะไม่ได้ถึงขนาด top performance แบบได้รางวัลระดับโลก แต่ก็ถือว่าใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในสภาพแบบตอนกลางวัน เรียกได้ว่า เทียบเคียงกับกล้อง DSLR ได้ สิ่งที่น่าจะเป็นการพัฒนาขึ้นมามากที่สุด สำหรับการโฟกัสภาพของกล้อง Canon EOS M5 ก็คือ ระบบติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหว ซึ่งทำได้ดีขึ้นมาก อาจจะด้วยว่าเป็นกล้องที่ใช้ โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ DIGIC 7 ด้วยที่ทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม หากนำไปใช้ถ่ายภาพกีฬาที่มีการเคลื่อนที่ไวๆมากๆ ก็ยังแนะนำให้ใช้กล้อง DSLR ไปเลยจะเหมาะกว่า เพราะระบบโฟกัสจะเฟี้ยวฟ้าวมากกว่า ส่วนตัวกล้อง Canon EOS M5 ตัวนี้เหมือนจะ ไม่ได้ทำมาให้สำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพขนาดนั้น เหมาะกับการใช้งานถ่ายภาพครอบครัว ถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไปซะมากกว่า เน้นความลงตัว กะทัดรัด และเชื่อม social ได้ง่าย


Canon EOS-M5

ปุ่มควบคุมที่ครบครันที่สุด ในกลุ่มกล้องระดับนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบการจัดวางตำแหน่งปุ่มควบคุมกล้อง ของ Canon EOS-M5 นี้มากๆครับ วางได้ลงตัวใช้งานง่าย ตำแหน่งการวางได้มุมได้องศาพอดีกับมือ เวลาจับกล้อง อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะมือของแต่ละท่านอาจจะใหญ่เล็กต่างกันไปบ้าง แต่กล้องตัวนี้ มันเข้ามือผมพอดี นิ้วก็ลงตัวที่ปุ่มได้พอดีๆ (แถมด้วยสามารถนำนิ้วหัวแม่มือขวา ไปลากเพื่อเลือกจุดโฟกัสได้บนจอด้านหลังอีก แบบที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว) โดยรวมๆ ต้องบอกเลยว่า กล้อง Canon EOS-M5 นี่ผมใช้งานง่าย และคล่องตัวดีมากๆครับ

Canon EOS-M5

Canon EOS-M5 มีปุ่มชดเชยแสง สไตล์ที่คุ้นเคย ใครเป็นแฟนคลับของ Canon จะรู้ดีกว่า ปุ่มชดเชยแสงแบบนี้ มัน work ขนาดไหน และส่วนตัวผมเอง ผมชอบกล้องทุกตัวที่มีปุ่มชดเชยแสงลักษณะนี้มากๆ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า คุณควรจะหันมาสนใจการชดเชยแสงนะ นี่ไง เราทำปุ่มเฉพาะมาให้คุณเลย เพราะถ้าไม่มีปุ่มแบบนี้ เราก็ต้องไปกดปุ่มอื่นๆ อีก 2-3 ครั้ง กว่าจะทำการชดเชยแสงได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อมากๆ เพราะการชดเชยแสง เราควรทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะเราต้องทำการชดเชยแสงอยู่เรื่อยๆ บ่อยๆ ตลอดเวลา ที่เราถ่ายภาพ (สำหรับคนที่จริงจังในการถ่ายภาพหน่อย ก็จะชดเชยแสงกันทุกคน) การที่มีปุ่มเฉพาะ ที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง จริงเป็นเรื่องจำเป็นมาก สำหรับการถ่ายภาพ

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 200 : 1/1000 sec. F 8
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 200 : 1/1000 sec. F 6.3
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)


หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 1600 : 1/60 sec. F 3.5
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 200 : 1/8 sec. F 5
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 200 : 1/400 sec. F 8
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2017. taKLONG.com
Canon EOS-M5 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M5 : EF-M 18-150 mm. IS STM
ISO 200 : 1/640 sec. F 6.3
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

Canon EOS-M5

ระบบกันสั่น 5 แกน (สำหรับงานวิดีโอ)

เป็นระบบกันสั่น 5 แกน ที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับงานวิดีโอ เพื่อให้ได้ภาพที่นิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะการถือกล้องถ่ายวิดีโอด้วยมือ มีความสำคัญมาก ทาง Canon เลยได้พัฒนาระบบนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับงานวิดีโอ อาศัยการทำงานร่วมกันของ ระบบกันสั่น IS ในตัวเลนส์ ที่ช่วยกันสั่นได้ 2 แกน ทำงานประสานกับระบบกันสั่นแบบดิจิตอลในตัวกล้อง ผสานการทำงานร่วมกันครบทัง 5 แกน เพื่อให้ได้ภาพที่นิ่งมากขึ้น เวลาถ่ายวิดีโอ


Canon EOS-M5 Canon EOS-M5

จอภาพ Touch Screen แบบปรับมาถ่ายตัวเองได้ โดยบิดลงมาทางด้านล่าง! แน่นอนว่ากล้องที่เน้นเชื่อมต่อกับมือถือ เพื่อตากล้องสาย Social นั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ ก็คือ หน้าจอที่สามารถบิดกลับมาถ่ายภาพตัวเองได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นเรื่องยากทันที หากกล้องตัวนั้น มีช่องมองภาพอยู่ทางด้านบนของกล้อง Canon EOS M5 นี้ก็เช่นกัน เนื่องจากมีช่องมองภาพ EVF อยู่ทางด้านบน จึงไม่สามารถทำจอภาพ ให้บิดกลับไปทางด้านบน เพื่อหันจอภาพมาสำหรับถ่าย selfie ได้ เพราะจะถ้าบิดไป จะไปติดตัวช่องมองภาพ EVF นั้นเอง ทาง Canon จึงทำตรงกันข้าม คือให้บิดจอภาพ กลับลงมาทางด้านล่างแทน เพื่อถ่าย selfie ก็พอแก้ขัดไปได้ แม้จะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ก็ตาม แต่โดยส่วนตัวผมกลับมองว่าดีซะอีก การที่จอภาพ บิดลงมาทางด้านล่าง จะทำให้เวลาเราหันกล้องมาถ่าย selfie นั้น เราสามารถแตะจอภาพได้ง่ายกว่ามาก เมื่อจอภาพ มันมาอยู่ทางด้านล่าง แทนที่จะอยู่ด้านบน อย่างไรก็ตาม การที่จอภาพบิดลงมาทางด้านล่างนี้ ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือ เราไม่สามารถหันจอภาพกลับมาถ่าย selfie ได้ หากวางกล้องไว้บนขาตั้งกล้อง แต่ก็นั่นแหละครับ จะมีสักกี่คนที่ selfie โดยใช้ขาตั้งกล้องถ่ายตัวเอง ในยุคนี้ ผมว่าน้อยครับ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรเท่าไหร่นัก สำหรับเรื่องนี้ แต่ก็ต้องลองด้วยตัวเองดูครับ ว่าท่านเห็นว่าอย่างไร เกี่ยวกับการบิดจอลงมาทางด้านล่างแบบนี้ ส่วนตัวผมให้ผ่านครับ ไม่มีปัญหา แค่แปลกๆ ไม่คุ้นเคยเท่านั้น ปกติมันบิดไปทางด้านบน ก็แค่นั้น แปลกแต่ไม่เป็นปัญหา


ระบบ Bluetooth กับ WiFi และ NFC ช่วยเหลือครบถ้วน สำหรับสาย Social Canon EOS-M5
สำหรับยุค Social media แบบนี้ คงหนีไม่พ้นว่า WiFi เป็นคุณสมบัติมาตรฐานในกล้องยุคนี้ไปแล้ว จึงไม่แปลกที่ Canon EOS-M5 จะมาพร้อมกับ WiFi ในตัวกล้อง แต่ยังเสริมด้วยระบบ Bluetooth ไว้เชื่อมต่อตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื่อมต่อเพื่อใช้งาน remote ถ่ายภาพ ผ่านทางมือถือ ใช้มือถือควบคุมกล้อง เช่นเวลาวางกล้องบนขาตั้งกล้อง แล้วสั่งถ่ายภาพ จากทางมือถือ ผ่านระบบ Bluetooth ได้ และยังเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อกับมือถือ ด้วยการมีระบบ NFC มาให้ด้วย สำหรับท่านที่มือถือ รองรับ NFC อยู่แล้ว ก็จะช่วยให้การเชื่อมต่อมือถือ กับกล้องทำได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะมือถือ กับกล้อง ตรงบริเวณ สัญลักษณ์ NFC แค่นี้ ก็สามารถเชื่อมต่อกันได้แล้ว แน่นอนว่าบนมือถือ ต้องไปโหลด App สำหรับการเชื่อมต่อมาไว้บนมือถือก่อนด้วย นอกจากนี้ ทาง Canon ยังมีบริการ cloud ไว้ให้ใช้งานด้วยได้ เราสามารถโหลดภาพไปเก็บไว้บน cloud ของ Canon ด้วยก็ได้

โดยสรุปแล้ว กล้อง Canon EOS-M5 เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับ เอาไว้ใช้ถ่ายภาพท่องเที่ยว เวลาไปต่างบ้านต่างเมือง กล้อง Canon EOS M5 นี่เป็นกล้องที่ลงตัวมากๆ ทั้งเรื่องคุณภาพของภาพ การจับถือที่ไม่ต่างจากกล้อง DSLR ระบบการเชื่อมต่อกับมือถือ ที่เรียกว่าครบครัน สำหรับมนุษย์ยุค Social Media อย่างการประยุกต์ใช้ Bluetooth เข้ามาร่วมช่วยการเชื่อมต่อ แบบตลอดเวลา แต่รบกวนพลังงานของกล้องต่ำแบบนี้ รักเลย เข้าใจหัวอก คนชอบเที่ยว สาย Social มากๆ เพราะเราสามารถเชื่อมต่อกล้องได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมาผลาญแบตเตอรี่อันมีค่าไป แบบที่เราเชื่อมต่อด้วย WiFi ตลอดเว



^ ^

Webmaster
taKLONG.com



แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2017. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • NAS : Synology DiskStation DS218j
  • SIGMA 16mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Canon EOS 77D
  • Panasonic LUMIX GH5
  • SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art
  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • SIGMA 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • SIGMA 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • SIGMA 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • SIGMA Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • SIGMA 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • SIGMA DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • SIGMA 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • SIGMA 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง