ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Canon EOS-M3

กล้อง Canon mirrorless รุ่นที่ 3 ที่ความสามารถ กินรุ่นพี่ทั้ง 2 ไปอย่างขาดลอย !

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Canon EOS-M3 สีดำ และ สีขาว

คุณสมบัติเด่น

- ความละเอียด 24.20 ล้านพิกเซล (ครั้งแรกบนกล้องรุ่นเล็กของ Canon)
- ระบบโฟกัส 49 จุด Hybrid CMOS AF III รุ่นใหม่ โฟกัสได้ไวกว่า EOS-M รุ่นแรกถึง 6.1 เท่า
- ปุ่มชดเชยแสง + / - แบบแป้นวงกลม อยู่ทางด้านบนของตัวกล้อง
- ปุ่ม Quick control dial ด้านหลังกล้อง ช่วยให้การปรับค่าต่างๆ เป็นไปได้รวดเร็วขึ้น
- โพรเซสเซอร์ DIGIC 6 ประมวลผลรวดเร็ว
- ปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100 - 12800 และปรับเร่งเพิ่มเป็น 25600 ได้
- ความเร็วชัตเตอร์ 30 - 1/4000 วินาที
- ถ่ายภาพต่อเนื่อง 4.2 fps หรือ 4.2 ภาพต่อวินาที
- จอภาพแบบยกปรับมาถ่ายภาพตัวเองได้
- จอขนาด 3 นิ้ว ระบบสัมผัสแบบ Capacitive ใช้งานแบบ Multi-touch ได้เหมือนจอมือถือ
- ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD พรัอมช่องเสียบไมค์โครโฟน stereo
- ระบบ WiFi และ NFC เพื่อการเชื่อมต่อไปยังมือถือได้ง่ายขึ้น

รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.canon.co.th/


นับเป็นกล้องสายพันธุ์ Mirrorless ของค่าย Canon ที่ออกมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่ Canon EOS-M ตัวแรก ที่ออกมาเมื่อปี 2012 ถัดมาก็เป็นรุ่นปรับปรุง รุ่น Canon EOS-M2 ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะยังมี รูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับ Canon EOS-M ตัวแรก ที่ดูเหมือนจะทำออกมา รองรับผู้ใช้งานระดับมือใหม่ ที่เน้นความเป็นอัตโนมัติเสียมาก ในมุมมองของผมแล้ว กล้อง Canon EOS-M และ ECanon EOS-M2 เป็นกล้อง ลูกพี่ลูกน้องกันเสียมากกว่า

แต่เมื่อครั้งแรกที่เห็นภาพ กล้อง Canon EOS-M3แม้ยังไม่ได้สัมผัสกล้องตัวเป็นๆก็ตาม ผมก็พอจะบอกได้แล้วว่า กล้อง Canon EOS-M3 นั้นต่างออกไปจากกล้องรุ่นพี่ทั้งสอง อย่างสิ้นเชิง สาเหตุสำคัญที่ผมมั่นใจเช่นนั้น ก็เพราะการปรากฏตัวของ ปุ่มควบคุมต่างๆ การขยายกริ๊ปจับ ที่ใหญ่โตขึ้นกว่ารุ่นพี่ทั้งสองมาก นั่นสะท้อนอะไรบางอย่าง จากการออกแบบ แม้ดูจากภาพนอกก็ทราบได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่กล้องสำหรับ มือใหม่ที่เน้น Auto เป็นหลักอีกต่อไป เหมือนกับที่รุ่นพี่ทั้งสองรุ่นทำออกมา

Canon EOS-M3

ครั้นพอได้มาสัมผัสกล้องตัวเป็นๆ ก็ยืนยันสิ่งที่ผมคิดไว้ว่าถูกต้องทีเดียว เพราะกล้อง Canon EOS-M3 ทำออกมาเพื่อ นักถ่ายภาพที่จริงจังมากยิ่งขึ้น การที่มีกริ๊ปจับที่แน่นกระชับพอดีมือ เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับนักถ่ายภาพที่ต้องปรับตั้งค่าต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เรียกหาเสมอ กับกล้องทุกๆรุ่น หรือ ในหลายๆกรณีที่ เราต้องจับกล้องด้วยมือเพียงข้างเดียว การมีกริ๊ปที่ใหญ่ จะทำให้การจับถือกล้อง โดยเฉพาะด้วยมือเดียวนั้น ทำได้ดีกว่ามากๆ กล้องไม่ลื่นหลุดไปได้ง่ายๆ หรือ ในการปรับหมุนค่าด้วยมือเพียงข้างเดียว ยิ่งต้องการกริ๊ปที่เหมาะมือ มากที่สุด ถ้าดูจากภาพ จะเห็นได้ถึงความแตกต่างข้อนี้ ได้ชัดเจนมากที่สุด ระหว่างกล้อง Canon EOS-M3 กับกล้องรุ่นพี่ทั้งสอง

Canon EOS-M3

ประการถัดมา การที่มีปุ่มโหมดสำหรับการถ่ายภาพให้เลือก อยู่ด้านบนของกล้อง ลักษณะเดียวกันกับกล้อง DSLR ก็สะท้อนอีกเช่นกันว่า นี่ทำมาให้ปรับค่าอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งจะผิดกับกล้อง รุ่นพี่อย่าง Canon-EOS-M รุ่นแรก และ Canon-EOS-M2 ซึ่งทั้งสองรุ่น ปรุ่มปรับโหมด มีเพียงแค่โหมดพื้นฐาน 2-3 โหมดให้เลือกได้เท่านั้น แต่พอมาถึง Canon-EOS-M3 ปุ่มโหมดนี้ เป็นแบบเต็มรูปแบบเหมือนกับบนกล้อง DSLR ซึ่งแน่นอนว่า เน้นให้คุณใช้งานกล้องอย่างจุใจมากขึ้น ปรับค่าต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Canon EOS-M3

Hybrid CMOS AF III ช่วยให้การ Live View และวิดีโอ ดีขึ้นมาก

กล้อง Canon EOS-M3 เป็นกล้องรุ่นแรกของค่าย Canon ที่ใช้ระบบโฟกัสภาพ แบบใหม่ล่าสุด คือ Hybrid CMOS AF III ซึ่งเป็นตัวเดียวกับ ที่ภายหลังได้ใส่ไว้ในกล้อง DSLR ที่ออกตามมาติดๆ คือ Canon EOS 750D และ Canon EOS 760D จึงอาจกล่าวได้ว่า ประสิทธิภาพในการโฟกัสภาพ ของกล้อง Canon-EOS-M3 นั้นก็เทียบเคียงได้กับ กล้อง Canon EOS 750D และ Canon EOS 760D (ในขณะที่ถ่ายในโหมด Live View) จึงสามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว เช่นเดียวกัน ซึ่งทาง Canon ระบุว่า ระบบโฟกัสภาพใหม่นี้ จะช่วยให้ Canon EOS-M3 สามารถโฟกัสได้เร็วกว่า Canon EOS-M รุ่นแรกอยู่ถึงกว่า 6 เท่าเลยทีเดียว โดยระบบ Hybrid CMOS AF III นี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ มีจุดโฟกัสมากถึง 49 จุด ซึ่งถือว่ามากทีเดียว สำหรับกล้องขนาดเล็กแบบนี้ เพื่อช่วยให้กล้องจับออโต้โฟกัสระหว่างถ่ายภาพนิ่งในโหมด Live View ได้อย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่การติดตามวัตถุ ในโหมดบันทึกวิดีโอ ช่วยให้การถ่ายภาพวิดีโอ หรือภาพนิ่ง วัตถุที่เคลื่อนที่ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ Canon EOS-M3 ยังมีระบบโฟกัสให้เลือกหลากหลายขึ้น ในระบบ Live View และวิดีโอ

Face+Tracking คือ ตรวจจับใบหน้าคน และโฟกัสที่ใบหน้าเป็นหลัก และเมื่อจับใบหน้านั้นได้ จะติดตามโฟกัส ใบหน้าดังกล่าวไปเรื่อยๆ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพคน หรือภาพวิดีโอที่มีคนอยู่ในภาพ กล้องจะโฟกัสที่ใบหน้าคนเป็นหลัก และตามโฟกัสให้ชัดอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าคนนั้นจะเดินไปมา ในระหว่างถ่ายก็ตาม

FlexiZone-Multi ใช้จุดโฟกัสหลายๆจุด ในการโฟกัสภาพ ตามที่กล้องวิเคราะห์ว่าควรจะโฟกัสที่วัตถุใดบ้าง

FlexiZone-Single ใช้จุดโฟกัสเพียงจุดเดียว เพื่อโฟกัสภาพ สำหรับการเฉพาะเจาะจง ว่าให้โฟกัสไปที่สิ่งใด


Canon EOS-M3

ความละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น

กล้อง Canon EOS-M3 เป็นกล้องรุ่นเล็ก รุ่นแรกที่ทาง Canon เริ่มขยับจำนวนพิกเซลขึ้นมา จาก 18MP ซึ่งในกล้องรุ่นเล็กๆ ของ Canon ช่วง 2 ปีหลังมานี้ จะใช้พิกเซลที่ 18MP เป็นหลักมาโดยตลอด เพิ่งจะมีกล้อง Canon EOS-M3 นี้เท่านั้นที่เริ่มใช้งาน เซ็นเซอร์ตัวใหม่ (สำหรับกล้องขนาดเล็ก) ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 24 MP นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ที่จะช่วยให้แม้ว่าจะเป็นกล้องตัวเล็กๆ แต่ก็ได้ภาพที่มีรายละเอียดได้ดีขึ้นกว่าเดิม (ในภายหลังก็มีกล้อง Canon EOS 750D และ Canon EOS 760D ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 24MP นี้ด้วยเช่นกัน) นอกจากนี้ ยังใช้หน่วยประมวลผลตัวใหม่ DIGIC 6 แทนที่จะเป็น DIGIC 5 แบบรุ่นพี่ทั้งสอง หน่วยประผลตัวใหม่ หมายถึง การทำงานของกล้องโดยรวมดีขึ้น และภาพที่ได้จากกล้องก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากไปด้วยนั่นเอง

มีแฟลชในตัวให้ด้วย

วิวัฒนาการที่ดีที่สุด สำหรับการพัฒนาจากรุ่น Canon EOS-M และ Canon EOS-M2 ที่จับต้องได้มากสุด เห็นจะเป็นที่ การใส่แฟลช pop-up มาให้ด้วยในกล้อง Canon EOS-M3 ตัวนี้ เพราะก่อนหน้านี้ในรุ่นพี่ทั้งสองรุ่น เราจะต้องใช้แฟลชภายนอกมาติดที่ hot shoe จึงจะใช้งานแฟลชได้ ซึ่งไม่ค่อยสะดวก และดูเหมือนจะผิดวัตถุประสงค์ เรื่องความคล่องตัว ความกะทัดรัด ของกล้องรูปแบบนี้ ที่จะต้องมาคอยพกแฟลชไปด้วย แม้ว่าตัวแฟลชมันจะเล็กก็ตาม แต่ยิ่งเล็กยิ่งดูหยุมหยิม กับการพกพา การติด การแกะมาก โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยชอบเลย กับแฟลชตัวเล็กๆพวกนี้ มันดูเกะกะมากกว่าจะน่ารักน่าใช้งาน และเท่าที่สอบถาม ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ติด ได้ใช้กันสักเท่าไหร่หรอก สู้ทำใส่ไว้มาให้ในตัวกล้องเลยดีกว่า ไม่ต้องพกให้รกรุงรัง อยากใช้ก็แค่เปิดขึ้นมา แบบนี้ดีแล้วจ้า เพราะแฟลชแม้ตัวจะเล็ก แต่ก็สำคัญทีเดียว ถ้าเราต้องถ่ายในสถานที่แสงน้อยๆ เวลาเดินทางท่องเที่ยว มีแฟลชไว้ อย่างน้อยยังอุ่นใจว่าจะได้ภาพออกมา OK ในที่มืดๆ ขนาดมือถือยังมีแฟลชเลย แล้วกล้องจะขาดไปได้ยังไง

ปุ่มชดเชยแสง สไตล์เดียวกับกล้อง Pro-compact

ใครเป็นแฟนคลับของ Canon จะรู้ดีกว่า สำหรับกล้องในกลุ่ม Pro-compact หรือ High-end compact นั้น กล้อง Canon เป็นคนแรกๆ ที่ทำปุ่มชดเชยแสง แบบแป้นหมุน + / - ได้ที่ด้านบนของกล้อง มาโดยตลอด ในกล้อง pro-compact ตระกูล G ทั้งหลาย เช่น Canon PowerShot G7X หรือ Canon PowerShot G1X II ที่ผมได้รีวิวไปแล้วเช่นกัน ก็จะมีปุ่มชดเชยแสง + /- เป็นแป้นวงกลม อยู่ด้านบนตัวกล้อง ในลักษณะนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบแป้นนี้มากๆ การทำปุ่มชดเชยแสง ไว้ต่างหากนี้ เสมือนเป็นตัวแทน ความตั้งใจของกล้องตัวนั้นๆ ว่าทำออกมาเพื่อให้ คนที่จริงจังในการถ่ายภาพเป็นหลัก ก็ถ้าไม่จริงจัง จะต้องชดเชยแสงกันทำไม จริงหรือเปล่า ถ้าเป็นมือใหม่ทั่วๆไป ก็อาจจะมองว่า ปุ่มนี้คืออะไร หรือบางทีถ่ายภาพ ไม่เคยชดเชยแสงเลยก็เป็นได้ ปุ่มนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมบอกว่า กล้อง Canon EOS-M3 ทำมาสำหรับคนที่จริงจังในการถ่ายภาพเป็นหลัก ตั้งแต่แรกเห็นภาพ (คือเห็นปุ่มนี้นี่แหละ) ที่ทำให้คิดไปแบบนั้น

© Copyright : 2015. taKLONG.com
Canon EOS-M3 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M3 : EF-M 18-55 mm. IS STM
ISO 5000 : 1/30 sec. F 3.5
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2015. taKLONG.com
Canon EOS-M3 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M3 : EF-M 18-55 mm. IS STM
ISO 6400 : 1/30 sec. F 10
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)


หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2015. taKLONG.com
Canon EOS-M3 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M3 : EF-M 18-55 mm. IS STM
ISO 100 : 1/160 sec. F 8
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

© Copyright : 2015. taKLONG.com
Canon EOS-M3 Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS-M3 : EF-M 18-55 mm. IS STM
ISO 1600 : 1/30 sec. F 3.5
(คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพใหญ่ ขนาดจริงจากกล้อง)

Hot Shoe ที่สามาระเชื่อมต่อจอภาพได้ด้วย

ส่วนใหญ่แล้ว บริเวณ Hot Shoe ด้านบนของกล้องโดยทั่วไป จะเอาไว้ใส่แฟลชเป็นหลัก แต่สำหรับ Canon EOS-M3 นี้มีส่วนของ contact โลหะ อยู่ทางด้านหน้าด้วย ไว้สำหรับต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไว้ใส่กับ ช่องมองภาพอิเลคทรอนิกส์ได้ ( EVF-DC1 ) แต่เป็นอุปกรณ์เสริม ที่ต้องซื้อต่างหาก และเป็นตัวเดียวกับที่ใช้กับกล้อง pro-compact อย่าง Canon PowerShot G7X และ Canon PowerShot G1X II ด้วยผมเชื่อว่า ทั้งกล้อง Canon EOS-M3 และ Canon PowerShot G7X และ Canon PowerShot G1X II จับกลุ่มถ่ายภาพ ที่มีความต้องการคล้ายๆกัน คือ ต้องการกล้องตัวเล็ก แต่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับกล้อง DSLR แต่สิ่งที่ Canon EOS-M3 ดีกว่า กล้องแบบ Canon PowerShot ก็คือ EOS-M3 เป็นกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ และมีขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่านั่นเอง เป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับคนกลุ่ม ที่จริงจังกับการถ่ายภาพ แต่ไม่อยากแบกกล้องตัวใหญ่ ได้พิจารณากัน


Canon EOS-M3

จอภาพ Touch Screen แบบปรับมาถ่ายตัวเองได้

สำหรับคอ solfie แน่นอนว่า กล้องแบบปรับจอมาถ่ายตัวเองได้ เป็นที่ชื่นชอบอยู่แล้ว กับจอภาพแบบสัมผัส ก็ช่วยให้การใช้งาน เป็นไปได้ง่ายมากขึ้น จอของกล้อง Canon-EOS-M3 เป็นจอแบบ capacitive จึงทำงานได้อย่างราบลื่น ใกล้เคียงกับจอภาพบนมือถือนั่นเอง และทำงานร่วมกับระบบโฟกัสภาพ Hybrid CMOS AF III ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแตะเพื่อโฟกัส ติดตามวัตถุ หรือ การแตะเพื่อถ่ายภาพ ก็ทำได้อย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร

ระบบ WiFi และ NFC

Canon EOS-M3
สำหรับยุค Social media แบบนี้ คงหนีไม่พ้นว่า WiFi เป็นคุณสมบัติมาตรฐานในกล้องยุคนี้ไปแล้ว จึงไม่แปลกที่ Canon EOS-M3 จะมาพร้อมกับ WiFi ในตัวกล้อง และยังเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อกับมือถือ ด้วยการมีระบบ NFC มาให้ด้วย สำหรับท่านที่มือถือ รองรับ NFC อยู่แล้ว ก็จะช่วยให้การเชื่อมต่อมือถือ กับกล้องทำได้ง่ายๆ เพียงแค่แตะมือถือ กับกล้อง ตรงบริเวณ สัญลักษณ์ NFC แค่นี้ ก็สามารถเชื่อมต่อกันได้แล้ว แน่นอนว่าบนมือถือ ต้องไปโหลด App สำหรับการเชื่อมต่อมาไว้บนมือถือก่อนด้วย นอกจากนี้ ทาง Canon ยังมีบริการ cloud ไว้ให้ใช้งานด้วยได้ เราสามารถโหลดภาพไปเก็บไว้บน cloud ของ Canon ด้วยก็ได้

โดยสรุปแล้ว กล้อง Canon EOS-M3 เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับ ท่านที่ต้องการ กล้องที่น้ำหนักเบา พกพาสะดวกแต่ก็ให้การจับถือ ที่ใกล้เคียงกับกล้อง แบบ DSLR สำหรับคนที่จริงจังกับการถ่ายภาพพอสมควร ไม่ได้ถ่ายแต่ Auto มีการปรับตั้งค่าต่างๆ อยู่เสมอๆ หรือ เป็นกล้องตัวที่สอง สำหรับคนที่มีกล้อง DSLR ไว้ใช้งานอยู่แล้ว กล้อง Canon-EOS-M3 คือ คำตอบสำหรับคุณครับ แต่จะให้ทำงานได้อย่างดีขึ้น โดยเฉพาะในที่สว่างๆ แนะนำให้หาซื้อ ช่องมองภาพ EVF-DC1 มาใช้งานด้วย จะทำให้ประสิทธิภาพการถ่ายภาพ ของคุณได้ใกล้เคียงกับกล้อง DSLR อย่าง Canon EOS 750D หรือ Canon EOS 760D เลยทีเดียว โดยเฉพาะในโหมด Live View



^ ^

Webmaster
taKLONG.com



แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • Canon EOS M6
  • Canon EOS M5
  • รีวิว Yoobao M30 30000mAh Power Bank
  • Sigma 30mm F1.4 DC DN C for micro 4/3
  • Seagate IRONWOLF Pro HDD
  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)


    อบรมถ่ายภาพเบื้องต้น กับ นายตากล้อง