ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Canon EOS M

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Canon EOS M
    คุณสมบัติเด่น
    กล้อง mirrorless แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ตัวแรกของค่ายนี้
    ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล Hybrid CMOS Sensor ช่วยถ่ายวิดีโอได้ดีขึ้น
    ระบบโฟกัส 31 จุด แบบ Hybrid CMOS AF
    ระบบโฟกัสภาพแบบติดตามวัตถุ ในโหมดถ่ายวิดีโอ พร้อมติดตามใบหน้า
    CPU ตัวใหม่ DIGIC 5 ประมวลผลรวดเร็ว
    ปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100 - 12800 และปรับเร่งเพิ่มเป็น 25600 ได้
    ถ่ายภาพต่อเนื่อง 4.3 fps หรือ 4.3 ภาพต่อวินาที
    จอระบบสัมผัสแบบ Capacitive ใช้งานแบบ Multi-touch ได้เหมือนจอมือถือ
    ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD พรัอมไมค์โครโฟน stereo
    รองรับระบบเลนส์แบบใหม่ STM ที่ช่วยให้ โฟกัสในขณะถ่ายวิดีโอได้อย่างเงียบเชียบ
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.canon.co.th/

คุณ UPDATE firmware แล้วหรือยัง ระบบโฟกัสภาพได้รับการปรับปรุงขึ้นมาก ถ้ากล้อง EOS-M ของเรา เป็น firmware รุ่น 2.0.2 เป็นต้นไปครับ เรียกได้ว่า เร็วปรู้ดปร๊าดขึ้นมากเลยทีเดียว สำหรับท่านที่เคยประสบปัญหา โฟกัสช้า ให้ลองเช็คดูว่าเป็น firmware 2.0.2 รุ่นใหม่ หรือยัง ถ้าไม่ใช่ ก็ให้ทำการ update firmware เป็นรุ่นใหม่นี้ได้เลยครับ สามารถคลิ๊กไปโหลดได้ตาม link ที่ปรากฏนี้เลยครับ

สำหรับ Windows http://support-th.canon-asia.com/contents/TH/EN/0400086902.html

สำหรับ Mac OS http://support-th.canon-asia.com/contents/TH/EN/0400087002.html



© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
ISO 100 : 1/200 sec. F 11




ชุด kit ชุดที่ 3
Canon EOS M kit 2 lens with flash 90EX


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 22mm f/2 STM
ISO 125 : 1/40 sec. F 2.8


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
ISO 100 : 1/200 sec. F 11


กล้อง mirrorless แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ตัวแรกของค่ายหนอน

หลังจากที่ลุ้นกันจนคอโก่ง และสาวกบางคน ก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมานานแสนนาน ในที่สุด ค่ายกล้องยักษ์ใหญ่สีแดง ก็ออกกล้อง Mirrorless แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ กับเขาเสียที ซึ่งก็คือกล้อง Canon EOS M ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ ณ ที่นี้

ดูจาก spec โดยรวม และจากการใช้งานแล้ว และในฐานะที่เคยใช้กล้อง Canon EOS 650D มาก่อน ต้องบอกเลยว่า กล้อง EOS M จริงๆแล้วก็เหมือนกับ กล้อง Canon EOS 650D ในรูปแบบที่ย่อส่วนลงมา ยังไงยังงั้น ทั้งคุณสมบัติของกล้อง ขนาดภาพที่ได้ 18 ล้านพิกเซลที่ความละเอียด 5184 x 3456 pixel เท่ากันเป๊ะ ที่จำได้เพราะเลขตัวหลังนี่แหละ มันเรียงกัน จนน่าจะเอาไปแทงล็อตเตอรี่เสียจริงๆ 3456 ไล่เรียงกันพอดิบพอดี และคุณสมบัติด้านจอระบบสัมผัส Capacitive ที่คิดว่าเป็นตัวเดียวกับที่ใช้บนกล้อง Canon EOS 650D รองรับการทำงานแบบ multitouch ได้คล้ายๆมือถือ smartphone และระบบควบคุมการทำงาน เมนูต่างๆ ปุ่ม Quick Menu บนหน้าจอ ฯลฯ ที่ให้ความรู้สึก เหมือนกำลังถือกล้อง Canon EOS 650D อยู่

หากแต่ว่ามาดูที่น้ำหนักแล้ว ขณะที่ถืออยู่นั้น เจ้า Canon EOS M ตัวนี้ น้ำหนักกำลังดีมาก คำว่าดี ไม่ใช่ว่าเบาจนป๊อกแป๊ก แบบกล้องบางตัว ที่ทำออกมาแล้วดูเป็นพลาสติกมากเกินไป คล้ายกับถือของเล่นอยู่ แต่ไม่ใช่เลยสำหรับ Canon EOS M ต้องบอกว่า ในฐานะที่เคยจับกล้องตัว demo ที่เห็นใน Video ด้านบนในหน้านี้ ตัวนั้นเป็นตัว demo หรือตัวต้นแบบ ที่ยังไม่ใช่ตัว production หรือตัวที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง ซึ่งแม้ว่าผมจะเคยจับตัว demo มาก่อนแล้วก็ตาม แต่ครั้นพอได้มาจับตัวจริงๆ ที่เป็นตัวที่แกะใหม่ๆ ออกมาจากกล่อง ต้องบอกตรงๆว่า surprise กับความรู้สึกจริงๆ เมื่อมาถืออยู่ในมือ คือคุณภาพงานผลิต ต้องบอกว่าดีมากๆครับ สมกับคำว่า made in japan จริงๆ คือมันแน่น มันไม่ก็อกแก๊ก น้ำหนักไม่เบาโหวงเหวง แต่ดูหนักแน่นอยู่ในที วัสดุของตัวบอดี้ และปุ่มต่างๆ สัมผัสได้ถึงงานผลิตที่ดีตามมาตรฐานญี่ปุ่นจริงๆ ตรงนี้ผมให้คะแนนเต็ม 100 เลย สำหรับวัสดุและคุณภาพงานผลิต เรียกได้ว่าได้คะแนนประทับใจกรรมการ ไปแบบ first impression ไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าหลายๆท่านที่ได้เคยสัมผัสตัวเป็นๆของกล้องตัวนี้ น่าจะรู้สึกคล้ายๆกัน

แต่อย่างว่า ยังไงเสีย กล้องถ่ายภาพ ก็คือ กล้องถ่ายภาพ มันต้องวัดกันที่ ภาพถ่ายที่ได้ออกมาจากกล้องเป็นสิ่งสำคัญ และนั่นก็คือ วัตถุประสงค์ที่ผมทำหน้า review นี้ ที่เน้นตัวอย่างภาพจากกล้อง Canon EOS M ตัวนี้ ให้ทุกๆท่านได้ลองตรวจสอบกันดูได้ด้วยตัวเอง

กล้องขนาดเล็ก แต่เซ็นเซอร์ใหญ่ มาตรฐานเดียวกับกล้อง EOS ที่เป็น DSLR

รูปลักษณ์ภายนอกของ Canon EOS M ทำออกมาได้ดี ไม่ถึงกับหวือหวา แต่ก็กะทัดรัด และที่สำคัญ คุ้นมือและใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่เคยใช้งานกล้อง Canon EOS รุ่นใหญ่มาก่อน น่าจะสามารถใช้งานกล้อง Canon EOS M ได้ทันที โดยแทบไม่ต้องไปอ่านคู่มืออะไรเพิ่มเติมเลย การวางปุ่มต่างๆ โดยเฉพาะปุ่มควบคุมหลักทางด้านหลังกล้อง ก็เหมือนเดิมที่เคยเห็นๆกันมา เพราะกล้อง Canon EOS M นี้เน้นการควบคุมแทบทุกสิ่งอย่าง ผ่านทางหน้าจอระบบสัมผัสนั่นเอง ดังนั้นเวลาใช้งานจริงๆ ผมมักจะแตะที่ปุ่ม Q เพื่อเรียกใช้งาน Quick menu จากบนหน้าจอเลย เพราะสะดวกที่สุด และการใช้งาน interface บนหน้าจอ ก็แทบไม่ต้องไปอ่านคู่มืออะไร คือเหมือนเวลาเราใช้งานจอมือถือ คล้ายๆกัน อยากได้อะไร ก็แตะลงไป ลากไปทางซ้าย ทางขวา เพื่อปรับค่าต่างๆ ฯลฯ คือ ดูจากกราฟฟิกหน้าจอ ก็เข้าใจได้เลยว่า ต้องทำอะไร ตรงจุดนี้ผมถือว่าทำได้ดี และใช้งานง่ายมากๆ (จริงๆ ก็เหมือนกับ Canon EOS 650D)

แต่ถ้าต้องการปรับตั้งค่าอะไรต่างๆ ที่ซับซ้อนขึ้น ก็สามารถกดปุ่ม menu เพื่อเข้าไปดูเมนูต่างๆได้ ตามลักษณะมาตรฐานเหมือนๆกับ เมนูของกล้องในตระกูล Canon ทั้งหมด หากเคยใช้งานกล้อง Canon มาแล้ว ก็ใช้งานได้ทันที และที่สำคัญคือ คุณแตะเลือกเมนูที่ต้องการได้โดยตรง ที่ต้องย้ำตรงนี้ เพราะตัวผมเอง หลายๆครั้งจะคุ้นเคยกับการเลือกค่า จากเมนูต่างๆ ด้วยการกดปุ่มลูกศร และกดปุ่ม OK เพื่อเลือก คนที่เคยเล่นกล้อง Canon มาก่อนมักคุ้นแบบนี้ เวลาใช้ ก็ชอบใช้การกดปุ่มลูกศรในการเลือก จนต้องคอยเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆว่า มันแตะที่จอได้นะ แตะไปเลยว่าอยากปรับอะไร ไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนเมนูไปมา ทีละอันๆ แบบที่ตัวเองคุ้นเคยมาก่อน



เลนส์แบบใหม่ STM ช่วยให้การถ่ายภาพวิดีโอ และโฟกัสไปพร้อมๆกัน ทำได้อย่างเงียบเชียบ

แต่ที่ผมค่อนข้างแปลกใจมากๆ คือทำไม Canon ถึงทำชุดเลนส์ kit มาแบบนี้


    ชุดที่ 1 : กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
    ชุดที่ 2 : กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 22mm f/2 STM และ Mount Adapter สำหรับใช้กับเลนส์ EF-S
    ชุดที่ 3 : กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M22mm f/2 STM และ Speedlite 90EX
โดยเฉพาะชุดที่ 3 ซึ่งผมต้องบอกก่อนเลยว่า จริงๆชุดที่ 3 นี้ ถือว่าเป็นชุดที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด และน่าซื้อมากที่สุด คือ 33,900 บาท แต่ได้เลนส์สองตัว กับแฟลชอีก 1 ซึ่งเป็นชุดที่ผมได้รับมา ในการทดสอบครั้งนี้ แต่ผมมางงๆ กับเลนส์ 22 มม. ที่มันไปทับช่วงกับ 18-55 มม. เข้าอย่างจัง ไม่เหมือนกับค่ายอื่นๆ ที่ตัวเลนส์ fix ที่มักเรียกกันว่าตัว pancake ที่มากับชุด มักจะเป็นเลนส์ที่กว้างกว่า เลนส์ซูมที่มากับชุด หรือคือเป็นเลนส์ไวด์มุมกว้าง แต่ไม่ใช่สำหรับ ชุดที่ 3 ของเราตรงนี้ แต่พอเอาค่าตัวเลข 22 มม. มาคูณตัวคูณของกล้อง คือ 1.6X ก็เลยได้มุมรับภาพ เทียบเท่า 35มม. ของกล้องฟิล์ม ก็เลยเดาว่า มันน่าจะเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิดีโอ (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ) มากกว่า สำหรับถ่ายภาพนิ่ง ซึ่งตอนผมเอามาทดสอบถ่ายรูป ปรากฏว่าผมแทบจะไม่ได้ใช้งานเจ้า EF-M 22mm. F/2 STM ตัวนี้เลย แต่ก็อาจจะด้วยสไตล์การถ่ายภาพของผมเองก็อาจเป็นได้ ที่ีทำให้ไม่ได้ใช้งานเลนส์ตัวนี้ หรืออาจเป็นเพราะผมไม่ได้ถ่ายวิดีโอ ก็เป็นได้ ประเด็นนี้ คงต้องถามจากบรรดาเซียนวิดีโออีกที ว่าใช่อย่างที่ผมสงสัยหรือเปล่า ?

อย่างไรก็ดี โดยสรุป ผมแนะนำให้ท่านซื้อชุดที่ 1 ในกรณีที่ท่านถ่ายภาพทั่วๆไป ถ่ายภาพครอบครัว ฯลฯ ก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการใช้แฟลช ผมแนะนำให้ท่านไปหาซื้อแฟลช 270 EX II หรือ 320 EX มาใช้งานไปเลยดีกว่า ไม่ต้องเสียดายแฟลช 90EX ตัวนี้มากนัก แต่ถ้าท่านอยากใช้แฟลช 90EX เพราะเห็นว่ากะทัดรัดดี ก็ควรจะซื้อชุดที่ 3 ไปเลยนะครับ จะคุ้มกว่ามาก ส่วนชุดที่ 2 เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีเลนส์ของกล้อง EOS ที่เป็น DSLR อยู่แล้วเท่านั้น เพื่อที่ว่า ท่านจะได้สามารถใช้เลนส์จากกล้อง DSLR เดิมของคุณ กับกล้อง Canon EOS M ตัวนี้ได้ด้วย เพราะถ้าหากต้องไปซื้อ Mount Adapter เองทีหลัง จะแพงกว่ามากครับ




เลนส์แบบใหม่ STM ช่วยให้การถ่ายภาพวิดีโอ และโฟกัสไปพร้อมๆกัน ทำได้อย่างเงียบเชียบ
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และผมคิดว่าใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ก็คือ ระบบถ่ายภาพตอนกลางคืน โดยใช้มือถือกล้อง หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Handheld Night Scene ระบบนี้ จะช่วยให้ คนที่ต้องการถ่ายภาพตอนกลางคืน หรือในที่ที่มีแสงน้อยๆ และไม่ได้นำขาตั้งมาด้วย (ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ถ่ายภาพ แบบบ้านๆนั้น 99% ไม่ได้ติดขาตั้งมาด้วย) และหากเขาไม่เข้าใจ หลักการถ่ายภาพแบบมือโปร ก็คงจะมีปัญหา ถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือถ่ายตอนกลางคืน แล้วได้ภาพสั่นไหว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คราวนี้ก็ไม่ยากแล้วครับ แสงน้อยเมื่อไหร่ ไม่มีขาตั้งเมื่อไหร่ ใช้มือถือกล้องถ่ายภาพตอนกลางคืนเมื่อไหร่ ก็เปิดโหมดนี้เลย Handheld Night Scene รับรองได้ภาพสวยๆ ตอนกลางคืนชัดๆ แน่นอน แต่ควรจะทราบว่า เมื่อเปิดระบบนี้แล้ว กล้องจะถ่ายภาพรัวๆ ติดๆกันหลายๆภาพ เพื่อนำสัญญานภาพหลายภาพนั้น มารวมเข้าเป็นภาพเพียงภาพเดียว (เพื่อจัดการเรื่อง noise ให้ดีขึ้น)

มีข้อน่าสังเกตเล็กน้อย เกี่ยวกับระบบ Handheld Night Scene นี้ก็คือ ท่านควรถือกล้องให้นิ่งๆ ในขณะที่ถ่ายภาพ เพราะกล้องจะรัวถ่ายภาพติดๆกันหลายๆภาพ อย่าตกใจ และอย่าขยับกล้องเสียก่อนที่กล้องจะถ่ายจนเสร็จเรียบร้อย และ ภาพสุดท้ายที่ได้ จะมีมุมมอง "แคบกว่า" การถ่ายภาพตามปกติเล็กน้อย ตรงส่วนนี้ ผมคาดว่าระบบจะตัดบริเวณขอบของภาพออกไปเล็กน้อย ในระหว่างการคำนวณเพื่อรวมภาพหลายๆภาพ เป็นภาพเดียว เราจึงควรเผื่อเหลือบริเวณขอบ ในขณะถ่าย ให้กว้างกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อที่เวลากล้องตัดภาพบริเวณขอบออกไปแล้ว ยังได้ภาพอย่างที่เราต้องการ ซึ่งตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงใช้งานสักพักก็คุ้นเคยแล้วครับ เรียกได้ว่า แทบจะลืมขาตั้งไปเลย เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน


หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
ISO 100 : 1/250 sec. F 11
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM
ISO 100 : 1/160 sec. F 11


ในด้านของคุณภาพของภาพที่ได้

คุณภาพของภาพ ต้องถือว่าดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับระดับกล้องที่ไม่ได้สูงมากนัก ทั้งนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก CPU ตัวใหม่ DIGIC 5 เป็นสำคัญ ที่สามารถให้ภาพที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่ ISO สูง ถือว่าทำได้ดีมากๆ noise ที่ได้จากการทดสอบที่ ISO 12800 ถือว่าต่ำมากๆ แม้ภาพที่ถ่ายในที่มืดๆ มากๆ ก็จัดการ noise ได้ดีเยี่ยม ท่านที่กังวล หรือกลัวทุกครั้งที่เร่ง ISO สูงๆ ก็ไม่ต้องกังวลมากนัก Canon EOS M จัดการ noise ให้คุณได้ดีมากๆ ยิ่งถ้าถ่ายด้วย RAW แล้วไปจัดการเพิ่มเติมใน โปรแกรม DPP (Digital Photo Professional) ที่ให้มาฟรีด้วยแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยครับ ขออย่างเดียว อย่าถ่ายภาพให้ Under เท่านั้นเป็นพอ ซึ่งอันนี้เป็นทุกกล้องอยู่แล้ว Under เมื่อไหร่ รับรองว่า noise มาเยื่อนภาพคุณแน่นอน และผมแนะนำให้ การจัดการไฟล์ RAW ของกล้อง Canon ควรใช้โปรแกรม DPP นี้ในการแปลงไฟล์ RAW เท่านั้นนะครับ อย่าใช้โปรแกรมอื่นโดยไม่จำเป็นเลย เพราะทั้งฟรี และทั้งดี คงไม่มีโปรแกรมไหน รู้จักไฟล์ของกล้อง Canon ได้ดีไปกว่า โปรแกรมของบริษัท Canon แล้ว จริงมั้ยครับ (จริงๆ หลักการนี้ ใช้ได้กับทุกยี่ห้อนะครับ แนะนำให้ใช้โปรแกรมที่มากับกล้อง ยี่ห้อนั้นๆ จัดการไฟล์ RAW ของกล้องยี่ห้อนั้นๆเสมอ)



© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 22mm f/2 STM
ISO 400 : 1/30 sec. F 2.0


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS M Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS M : EF-M 22mm f/2 STM
ISO 500 : 1/30 sec. F 2.0

ทดสอบประสิทธิภาพของ Touch Shutter กับระบบโฟกัสของเลนส์ STM ที่ทำงานร่วมกับ Hybrid CMOS AF ของกล้อง กับการถ่ายภาพเด็กที่กำลังซน ในสภาพแสงน้อยๆ ผมลองเปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ F2.0 ของเลนส์ EF-M 22mm f/2 STM ก็ยังโฟกัสเข้าเป้าได้เป็นอย่างดี ประมาณ 80% แม้จะมีพลาดเป้าที่แตะ Touch Shutter บนหน้าจอไปบ้าง ในบางรูป ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่่เข้าใจได้ เพราะเด็กไม่ได้อยู่นิ่งๆ และสภาพแสงก็ค่อนข้างน้อย และใช้รูรับแสงกว้างมาก อัตราส่วน 4 พลาด 1 ผมให้ผ่านครับ !
เลนส์แบบใหม่ STM ช่วยให้การถ่ายภาพวิดีโอ และโฟกัสไปพร้อมๆกัน ทำได้อย่างเงียบเชียบ


สำหรับระบบโฟกัส เนื่องจากผมไม่ค่อยสันทัดในการถ่ายภาพวิดีโอมากนัก แต่ก็ได้ทดสอบเรื่องการโฟกัสภาพ ในขณะถ่ายวิดีโออยู่บ้าง สิ่งที่น่าสนใจ และสังเกตได้อย่างชัดเจน ก็คือว่า ระบบเลนส์ STM แบบใหม่ ก็ทำงานร่วมกันกับ Canon EOS M ได้อย่างดี ไม่มีเสียงรบกวนในขณะถ่ายวิดีโอ ตอนโฟกัสภาพ รวมทั้งการปรับโฟกัส ก็เป็นไปในลักษณะที่นุ่มนวล ไม่มีการฉุดกระชากลากถู ให้เห็นอีกต่อไป เหมือนกับตอนที่เราใช้เลนส์ USM ในการถ่ายวิดีโอ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ แต่เดิมเวลาถ่ายวิดีโอด้วยกล้อง DSLR จึงมักนิยมปรับโฟกัสเองด้วยมือ เพราะถ้าปรับ ออโต้โฟกัสไว้ คุณจะได้เสียงโฟกัสเป็นของแถมในไฟล์วิดีโอ ผสมกับอาการชักกระตุกขณะที่กล้อง โฟกัสจากที่นึง ไปยังอีกที่นึง แต่อาการที่ว่ามานี้ ไม่ปรากฏให้เห็น เมื่อใช้เลนส์แบบ STM ใหม่ ทั้งสองตัว คือ EF-M 18-55mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M 22mm f/2 STM ที่ออกแบบมาให้ใช้กับกล้องระบบ Hybrid CMOS AF ซึ่งกล้อง Canon EOS M โดยเฉพาะ จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำมาเอาใจ กับคนที่ถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะ แต่สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง ก็อาจจะเหมือนๆกัน เลนส์มอเตอร์อะไรก็ได้ ขอให้โฟกัสได้ก็โอเค

แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่มี ช่องมองภาพ และระบบโฟกัสที่ว่องไวปานกามนิตย์หนุ่ม เหมือนพวก Canon EOS ที่เป็น DSLR แท้ๆ จึงอาจจะยังไม่ใช่คำตอบ สำหรับคอ action หรือ ท่านที่จะต้องถ่ายภาพกีฬา สัตว์เลี้ยง ฯลฯ ที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ซึ่งท่านก็ยังควรจะต้องใช้กล้อง DSLR ต่อไป จึงจะเหมาะ เพราะอารมณ์โฟกัสภาพของ Canon EOS M นั้นจะออกไปทางกล้อง Compact เสียมากกว่า แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอันใดกับการถ่ายภาพของคุณ ถ้าสิ่งที่คุณถ่าย ไม่ได้เคลื่อนที่ไปๆมาๆเร็วๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ คนทั่วๆไปก็ไม่ค่อยได้ถ่ายแบบนั้นอยู่แล้ว แต่จะถ่ายสิ่งที่อยู่นิ่งๆเสียมากกว่า

Touch Shutter ชัตเตอร์แบบสัมผัสที่หน้าจอ แตะปุ๊บ แช๊ะปั๊บ

กลับมาที่จอสัมผัสอีกเล็กน้อย ที่ชอบอีกอย่างของกล้องรุ่นนี้คือ เราสามารถเลือกแตะที่จอ แล้วให้กล้องโฟกัส พร้อมกับถ่ายภาพได้ทันที เหมือนใช้หน้าจอเป็นปุ่มชัตเตอร์ แม้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับการแตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ แต่ก็ต้องถือว่า Canon EOS M ทำเรื่องนี้ได้ดี อาจจะต้องยกผลความดีความชอบให้กับ ระบบโฟกัสแบบ Hybrid CMOS และเลนส์ STM ด้วย ที่ช่วยให้ การแตะหน้าจอ (แล้วโฟกัส) แล้วถ่ายภาพ เป็นไปได้จริงๆจังๆ และใช้งานได้จริงๆ เพราะมีประโยชน์ทั้งทางตรง คือ อย่างเช่น เวลาถ่ายภาพตัวเอง เอากล้องวางบนขาตั้งกล้อง แล้วก็บิดจอมาดูหน้าตาตัวเอง แล้วก็แตะที่จอเพื่อถ่ายภาพได้เลย อย่างง่ายๆ

แต่ประโยชน์ทางอ้อม ที่ผมทดลองใช้งานดูก็คือว่า เราสามารถใช้คุณสมบัติ แตะหน้าจอเพื่อโฟกัส และถ่ายภาพนี้ เป็นเสมือนกับ "สายลั่นชัตเตอร์" เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน ที่ต้องการความนิ่งขณะกดชัตเตอร์ได้ เป็นอย่างดีเลยครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า หากเรากดปุ่มชัเตอร์แรงไป ในขณะถ่ายภาพบนขาตั้ง ก็จะมีปัญหาที่กล้องสั่นไหวได้ หลายๆคนเลยต้องใช้วิธี ตั้งเวลาถ่ายภาพตัวเอง หรือ self-timer เพื่อให้ชัตเตอร์ลั่นโดยไม่ต้องกดปุ่มชัตเตอร์ เพื่อกันปัญหานี้ แต่การใช้ self-timer ก็มีข้อเสียคือ เสียเวลารอกว่าจะถ่ายภาพได้แต่ละรูป

แต่เราสามารถใช้การแตะหน้าจอ แล้วให้กล้องลั่นชัตเตอร์ได้ โดยกล้องไม่สั่นเพราะ เราแค่สัมผัสเบาๆที่จอเท่านั้น ไม่ต้องออกแรงกดแต่อย่างใด ประกอบกับกล้องจะไม่ได้ลั่นชัตเตอร์ทันที แต่จะใช้ระยะเวลาสัก ครึ่งวินาที หรือ 1 วินาที ในการหาโฟกัส จากนั้นจึงค่อยถ่ายภาพ จึงทำให้ขณะลั่นชัตเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้กล้องสั่นได้ นับว่าเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่น่าสนใจ สำหรับเรื่องระบบหน้าจอสัมผัสอันนี้


โดยสรุปแล้ว แน่นอนว่า ความกะทัดรัด ของกล้อง Canon EOS M แต่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ APS-C เท่ากับกล้อง DSLR ในตระกูล EOS อื่นๆของค่าย Canon ย่อมหมายถึง คุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้ เทียบเท่ากับการใช้งานกล้อง DSLR แต่ด้วยขนาดที่ย่อมเยากว่ามาก จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนที่ไม่ชอบแบกของหนักๆใหญ่ๆ แต่ก็อยากได้คุณภาพของกล้องใหญ่ ดังนั้น Canon EOS M จึงน่าจะเป็นคำตอบสำหรับใครหลายๆคน โดยเฉพาะสาวกหนอนทั้งหลาย ที่อาจจะมีกล้อง และเลนส์ค่ายนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องรีรอ รีบจัดชุด Canon EOS M ชุดที่ 2 ที่มี adapter มาให้สำหรับใช้กับเลนส์เดิมของคุณได้โดยด่วน จัดไป !

^ ^

Webmaster
taKLONG.com

© Copyright : 2013. taKLONG.com




แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)