ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่
| หน้ารวม Review | ข่าว-ประชาสัมพันธ์ | ตากล้องต้องอ่าน | แชร์ว่อนเน็ต |

รีวิวกล้อง :

Canon EOS 650D

จออัจฉริยะ สารพัดแตะ !

(พร้อมตัวอย่างภาพ ของจริง ที่ถ่ายจากกล้อง) 

Canon EOS 650D
    คุณสมบัติเด่น
    ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล Hybrid CMOS Sensor ช่วยถ่ายวิดีโอได้ดีขึ้น
    ระบบโฟกัสภาพแบบติดตามวัตถุ ในโหมดถ่ายวิดีโอ และขณะถ่ายแบบ Live View
    ระบบโฟกัส 9 จุด แบบ cross type ทั้งหมด และจุดกลางไวแสงที่ F2.8
    CPU ตัวใหม่ DIGIC 5 ประมวลผลรวดเร็ว
    ปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100 - 12800 และปรับเร่งเพิ่มเป็น 25600 ได้
    ถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 fps หรือ 5 ภาพต่อวินาที
    ระบบวัดแสงแบบ iFCL 63 zone
    จอภาพแบบปรับได้หลากหลายมุมมอง vari-angle ClearView II LCD
    จอระบบสัมผัสแบบ Capacitive ใช้งานแบบ Multi-touch ได้เหมือนจอมือถือ
    ถ่ายภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD พรัอมไมค์โครโฟน stereo
    รองรับระบบเลนส์แบบใหม่ STM ที่ช่วยให้ โฟกัสในขณะถ่ายวิดีโอได้อย่างเงียบเชียบ
รายละเอียดข้อมูลกล้องเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บผู้ผลิต http://www.canon.co.th/

© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 1/500 sec. F 8


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 4 sec. F 14


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 12800 : 1/125 sec. F 5.0


หน้าจอสัมผัส vari-angle ClearView II LCD ครั้งแรกของโลก

แม้ว่าหากดูเพียงผิวเผิน กล้อง Canon EOS 650D อาจจะมีอะไรหลายๆอย่าง ที่คล้ายกับกล้องรุ่นก่อนหน้านี้ คือ Canon EOS 600D จนผมเคยได้ยินหลายๆคน กล่าวถึงกล้อง Canon EOS 650D ว่า ก็คือกล้อง Canon EOS 600D ที่มีจอสัมผัสได้ ผมก็ได้แค่คิดในใจว่า "นั่นแหละต่างเยอะเลย" เพียงแค่เรื่องหน้าจอที่สัมผัสได้นี้เรื่องเดียว ก็ช่วยให้การถ่ายภาพของคุณ "แตกต่าง" อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแล้วครับ

หลังจากที่ผมทดลองเล่นกล้อง Canon EOS 650D มาได้สักประมาณ 1 เดือนเต็มๆ ผมบอกได้เลยว่า สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดสำหรับกล้องตัวนี้ ในฐานะตากล้องถ่ายภาพนิ่ง ก็คือ เจ้าหน้าจอแบบสัมผัสนี่แหละ เพราะว่า เวลาที่ผมต้องการจะปรับตั้งค่าอะไรต่างๆ ผมไม่ต้องนึกเลยว่า จะต้องเข้าไปที่เมนูอะไร จะต้องกดปุ่มไหน เพียงแค่แตะลงไปบนจอ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตรงนั้นแหละ ง่ายๆ ตรงไปตรงมามากๆ และที่สำคัญ มันเพิ่มความรวดเร็วให้กับการใช้งานเป็นอย่างมาก อย่างในตัวอย่างภาพ ที่ผมถ่ายมานี้ หลายๆครั้ง ผมต้องการทดสอบค่า ISO ปรับสลับไปมา หรือ การปรับค่าอื่นๆ ก็ทำได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่ "แตะ" ลงไปยังค่าที่เราต้องการบนหน้าจอ ไม่ต้องค่อยๆเลื่อน ค่อยๆ หมุน ผ่านไปที่ละค่าสองค่า แบบเก่าแล้ว

อย่างเช่น ในขณะที่ผมต้องการถ่ายภาพ เพื่อใช้ชัตเตอร์ต่ำๆ ให้เห็นคนเดินตอนกลางคืน เบลอๆ ผมต้องการตั้งค่า ISO 100 และปรับค่ารูรับแสงแคบๆ F22 ซึ่งพอถ่ายเสร็จ ผมต้องการถ่ายภาพในลักษณะเปรียบเทียบกับ ค่า ISO สูงๆ และค่า F กว้างๆสักหน่อย ถ้าเป็นกล้องตัวอื่น ผมก็คงต้องกดปุ่ม ISO ค้างไว้ แล้วก็ค่อยๆ หมุนปุ่มปรับค่า ทีละค่า ค่อยๆไล่ไปจาก ISO 100 ไป ISO 160 ไปเรื่อยๆ กว่าจะถึง ISO 12800 นั่นต้องปั่นปุ่มหมุนกันหลายรอบเลย กว่าจะถึง จากนั้นก็ต้องไล่ไปปรับค่ารูรับแสง จาก F22 ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง F5.6 อะไรแบบนี้ ก็ต้องหมุนกันหลายรอบเหมือนกัน

แต่ด้วยหน้าจอสัมผัส ผมสามารถแตะลงไปที่ค่าที่ผมต้องการได้ทันที ไม่ต้องวิ่งผ่านค่าอื่นๆ โดยไม่จำเป็น ผมสามารถปรับเลือกค่า ISO 100 กับ ISO 12800 สลับไปมาได้อย่างรวดเร็วมาก และปรับค่ารูรับแสงแคบสุด สลับกับกว้างสุด ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สนุกกับการถ่ายภาพ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน มุมเดียวกัน แต่ถ่ายคนละแบบ อยู่อย่างนี้ได้ด้วยความเพลิดเพลิน บันเทิงใจขึ้นมาก กว่าปกติ และรู้สึกชอบกับจอแบบสัมผัสนี้มาก แม้ว่าการปรับค่าต่างๆ icon อะไรต่างๆ ก็เหมือนๆกับ Canon EOS 600D แต่ด้วยจอแบบสัมผัส ทำให้การทำงานจริงๆ Canon EOS 650D ตากล้องจะทำงานในการปรับตั้งค่าต่างๆ ได้รวดเร็วกว่ามากๆ


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 3200 : 1/25 sec. F 5.6
( Handheld Night Scene Mode )


สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และผมคิดว่าใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ก็คือ ระบบถ่ายภาพตอนกลางคืน โดยใช้มือถือกล้อง หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Handheld Night Scene ระบบนี้ จะช่วยให้ คนที่ต้องการถ่ายภาพตอนกลางคืน หรือในที่ที่มีแสงน้อยๆ และไม่ได้นำขาตั้งมาด้วย (ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ถ่ายภาพ แบบบ้านๆนั้น 99% ไม่ได้ติดขาตั้งมาด้วย) และหากเขาไม่เข้าใจ หลักการถ่ายภาพแบบมือโปร ก็คงจะมีปัญหา ถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือถ่ายตอนกลางคืน แล้วได้ภาพสั่นไหว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร คราวนี้ก็ไม่ยากแล้วครับ แสงน้อยเมื่อไหร่ ไม่มีขาตั้งเมื่อไหร่ ใช้มือถือกล้องถ่ายภาพตอนกลางคืนเมื่อไหร่ ก็เปิดโหมดนี้เลย Handheld Night Scene รับรองได้ภาพสวยๆ ตอนกลางคืนชัดๆ แน่นอน แต่ควรจะทราบว่า เมื่อเปิดระบบนี้แล้ว กล้องจะถ่ายภาพรัวๆ ติดๆกันหลายๆภาพ เพื่อนำสัญญานภาพหลายภาพนั้น มารวมเข้าเป็นภาพเพียงภาพเดียว (เพื่อจัดการเรื่อง noise ให้ดีขึ้น)

มีข้อน่าสังเกตเล็กน้อย เกี่ยวกับระบบ Handheld Night Scene นี้ก็คือ ท่านควรถือกล้องให้นิ่งๆ ในขณะที่ถ่ายภาพ เพราะกล้องจะรัวถ่ายภาพติดๆกันหลายๆภาพ อย่าตกใจ และอย่าขยับกล้องเสียก่อนที่กล้องจะถ่ายจนเสร็จเรียบร้อย และ ภาพสุดท้ายที่ได้ จะมีมุมมอง "แคบกว่า" การถ่ายภาพตามปกติเล็กน้อย ตรงส่วนนี้ ผมคาดว่าระบบจะตัดบริเวณขอบของภาพออกไปเล็กน้อย ในระหว่างการคำนวณเพื่อรวมภาพหลายๆภาพ เป็นภาพเดียว เราจึงควรเผื่อเหลือบริเวณขอบ ในขณะถ่าย ให้กว้างกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อที่เวลากล้องตัดภาพบริเวณขอบออกไปแล้ว ยังได้ภาพอย่างที่เราต้องการ ซึ่งตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงใช้งานสักพักก็คุ้นเคยแล้วครับ เรียกได้ว่า แทบจะลืมขาตั้งไปเลย เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน



หมายเหตุ :การทดสอบนี้ เน้นให้ทุกๆคน ศึกษาดูจากภาพเองเลยดีที่สุด (คลิ๊กที่ภาพ เพื่อโหลดภาพใหญ่ แต่ละภาพตกราวๆ 10 MB.) เป็นภาพ jpeg ที่ได้จากกล้องโดยตรง ไม่ได้ใส่แม้แต่ใส่ลายน้ำ หรือย่อภาพอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น รบกวนใช้เพื่ออ้างอิง เพื่อดูคุณสมบัติของกล้องเท่านั้น อย่านำภาพไปใช้อย่างอื่นนะครับ

© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 15 sec. F 22
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 1/160 sec. F 11
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 1/1000 sec. F 5
© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 20 sec. F 22


ในด้านของคุณภาพของภาพที่ได้

คุณภาพของภาพ ต้องถือว่าดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับระดับกล้องที่ไม่ได้สูงมากนัก ทั้งนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก CPU ตัวใหม่ DIGIC 5 เป็นสำคัญ ที่สามารถให้ภาพที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะการถ่ายภาพที่ ISO สูง ถือว่าทำได้ดีมากๆ noise ที่ได้จากการทดสอบที่ ISO 12800 ถือว่าต่ำมากๆ แม้ภาพที่ถ่ายในที่มืดๆ มากๆ ก็จัดการ noise ได้ดีเยี่ยม ท่านที่กังวล หรือกลัวทุกครั้งที่เร่ง ISO สูงๆ ก็ไม่ต้องกังวลมากนัก Canon EOS 650D จัดการ noise ให้คุณได้ดีมากๆ ยิ่งถ้าถ่ายด้วย RAW แล้วไปจัดการเพิ่มเติมใน โปรแกรม DPP (Digital Photo Professional) ที่ให้มาฟรีด้วยแล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยครับ ขออย่างเดียว อย่าถ่ายภาพให้ Under เท่านั้นเป็นพอ ซึ่งอันนี้เป็นทุกกล้องอยู่แล้ว Under เมื่อไหร่ รับรองว่า noise มาเยื่อนภาพคุณแน่นอน และผมแนะนำให้ การจัดการไฟล์ RAW ของกล้อง Canon ควรใช้โปรแกรม DPP นี้ในการแปลงไฟล์ RAW เท่านั้นนะครับ อย่าใช้โปรแกรมอื่นโดยไม่จำเป็นเลย เพราะทั้งฟรี และทั้งดี คงไม่มีโปรแกรมไหน รู้จักไฟล์ของกล้อง Canon ได้ดีไปกว่า โปรแกรมของบริษัท Canon แล้ว จริงมั้ยครับ (จริงๆ หลักการนี้ ใช้ได้กับทุกยี่ห้อนะครับ แนะนำให้ใช้โปรแกรมที่มากับกล้อง ยี่ห้อนั้นๆ จัดการไฟล์ RAW ของกล้องยี่ห้อนั้นๆเสมอ)



© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 100 : 1/250 sec. F 11


© Copyright : 2012. taKLONG.com
Canon EOS 650D Sample Photo ตัวอย่างภาพ
Canon EOS 650D :
ISO 12800 : 1/125 sec. F 8


ระบบออโต้โฟกัส ในขณะถ่ายวิดีโอแบบใหม่ ของกล้อง Canon EOS 650D ทำงานร่วมกับเลนส์ STM ที่เงียบสนิท

ตัวอย่าง การทดสอบความเงียบและลื่นไหล ของระบบโฟกัส ในขณะถ่ายวิดีโอ ของกล้อง Canon EOS 650D เมื่อใช้เลนส์ STM เทียบกับ เลนส์ที่ไม่ใช่ STM

สำหรับระบบโฟกัส เนื่องจากผมไม่ค่อยสันทัดในการถ่ายภาพวิดีโอมากนัก แต่ก็ได้ทดสอบเรื่องการโฟกัสภาพ ในขณะถ่ายวิดีโออยู่บ้าง สิ่งที่น่าสนใจ และสังเกตได้อย่างชัดเจน ก็คือว่า ระบบเลนส์ STM แบบใหม่ ก็ทำงานร่วมกันกับ Canon EOS 650D ได้อย่างดี ไม่มีเสียงรบกวนในขณะถ่ายวิดีโอ ตอนโฟกัสภาพ รวมทั้งการปรับโฟกัส ก็เป็นไปในลักษณะที่นุ่มนวล ไม่มีการฉุดกระชากลากถู ให้เห็นอีกต่อไป เหมือนกับตอนที่เราใช้เลนส์ USM ในการถ่ายวิดีโอ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ แต่เดิมเวลาถ่ายวิดีโอด้วยกล้อง DSLR จึงมักนิยมปรับโฟกัสเองด้วยมือ เพราะถ้าปรับ ออโต้โฟกัสไว้ คุณจะได้เสียงโฟกัสเป็นของแถมในไฟล์วิดีโอ ผสมกับอาการชักกระตุกขณะที่กล้อง โฟกัสจากที่นึง ไปยังอีกที่นึง

แต่อาการที่ว่ามานี้ ไม่ปรากฏให้เห็น เมื่อใช้เลนส์แบบ STM ใหม่ (ผมทดสอบกับเลนส์ kit EF-S 18-135 mm. IS STM ตัวใหม่) ที่ออกแบบมาให้ใช้กับกล้องระบบ Hybrid CMOS ซึ่งกล้อง Canon EOS 650D เป็นตัวแรกที่มีระบบ Hybrid CMOS แบบนี้ให้ใช้ จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ทำมาเอาใจ กับคนที่ถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะก็ว่าได้

แต่พูดตามตรงว่า สำหรับคนที่ถ่ายภาพนิ่งเป็นหลักแบบผม ประโยชน์โดยตรงของเลนส์ STM นั้นแทบจะไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก แต่ที่ควรต้องให้คำชม คือระบบ IS ที่ยังคงทำงานได้อย่างดีเยี่ยมมากๆ สำหรับเลนส์ EF-S 18-135 mm. IS STM ตัวนี้ ทางด้าน optic ก็ถือว่าสอบผ่าน แม้แน่นอนว่า อย่าไปคาดหวังคุณภาพระดับเลนส์ L แต่ถ้าแสงดีๆ หรือแม้แต่แสงน้อยๆ อย่างภาพตัวอย่างหลายๆภาพที่ถ่ายมา ผมว่าก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร

ซึ่งหากท่านที่กังวลกับคุณภาพเลนส์ ไม่ใช่แค่ตัวนี้ แต่ตัวไหนก็ตามของค่าย Canon ผมแนะนำอย่างนี้ครับ ให้ลองหาในเมนูกล้อง ตรงคำที่เขียนว่า Peripheral Illumination Correction ซึ่งเป็นระบบจัดการ ปรับแก้ปัญหาของภาพ ที่เกิดจากเลนส์ โดยถ้าเราใช้เลนส์ของค่าย Canon เอง กล้องเขาจะรู้ว่าเลนส์ตัวที่เราใช้อยู่นี้ มีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง กล้อง Canon EOS 650D ก็จะปรับแก้ให้ได้ทันที โดยเฉพาะ อาการขอบภาพดำ หรือที่เรียกว่า Vignet ของเลนส์ตัวนั้นๆ กล้องจะจัดการเจ้า Vignet นี้ทันทีที่คุณถ่ายภาพเสร็จ ก็จะได้ภาพที่แก้ไข Vignet ให้เรียบร้อยแล้ว (ในกรณีไฟล์ JPEG เท่านั้นนะครับ)

กลับมาที่จอสัมผัสอีกเล็กน้อย ที่ชอบอีกอย่างของกล้องรุ่นนี้คือ เราสามารถเลือกแตะที่จอ แล้วให้กล้องโฟกัส พร้อมกับถ่ายภาพได้ทันที เหมือนใช้หน้าจอเป็นปุ่มชัตเตอร์ แม้ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับการแตะหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ แต่ก็ต้องถือว่า Canon EOS 650D ทำเรื่องนี้ได้ดี อาจจะต้องยกผลความดีความชอบให้กับ ระบบโฟกัสแบบ Hybrid CMOS และเลนส์ STM ด้วย ที่ช่วยให้ การแตะหน้าจอ (แล้วโฟกัส) แล้วถ่ายภาพ เป็นไปได้จริงๆจังๆ และใช้งานได้จริงๆ เพราะมีประโยชน์ทั้งทางตรง คือ อย่างเช่น เวลาถ่ายภาพตัวเอง เอากล้องวางบนขาตั้งกล้อง แล้วก็บิดจอมาดูหน้าตาตัวเอง แล้วก็แตะที่จอเพื่อถ่ายภาพได้เลย อย่างง่ายๆ

แต่ประโยชน์ทางอ้อม ที่ผมทดลองใช้งานดูก็คือว่า เราสามารถใช้คุณสมบัติ แตะหน้าจอเพื่อโฟกัส และถ่ายภาพนี้ เป็นเสมือนกับ "สายลั่นชัตเตอร์" เวลาถ่ายภาพตอนกลางคืน ที่ต้องการความนิ่งขณะกดชัตเตอร์ได้ เป็นอย่างดีเลยครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า หากเรากดปุ่มชัเตอร์แรงไป ในขณะถ่ายภาพบนขาตั้ง ก็จะมีปัญหาที่กล้องสั่นไหวได้ หลายๆคนเลยต้องใช้วิธี ตั้งเวลาถ่ายภาพตัวเอง หรือ self-timer เพื่อให้ชัตเตอร์ลั่นโดยไม่ต้องกดปุ่มชัตเตอร์ เพื่อกันปัญหานี้ แต่การใช้ self-timer ก็มีข้อเสียคือ เสียเวลารอกว่าจะถ่ายภาพได้แต่ละรูป

แต่เราสามารถใช้การแตะหน้าจอ แล้วให้กล้องลั่นชัตเตอร์ได้ โดยกล้องไม่สั่นเพราะ เราแค่สัมผัสเบาๆที่จอเท่านั้น ไม่ต้องออกแรงกดแต่อย่างใด ประกอบกับกล้องจะไม่ได้ลั่นชัตเตอร์ทันที แต่จะใช้ระยะเวลาสัก ครึ่งวินาที หรือ 1 วินาที ในการหาโฟกัส จากนั้นจึงค่อยถ่ายภาพ จึงทำให้ขณะลั่นชัตเตอร์ ไม่มีอะไรที่จะทำให้กล้องสั่นได้ นับว่าเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่น่าสนใจ สำหรับเรื่องระบบหน้าจอสัมผัสอันนี้

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าลูกเล่นต่างๆ และคุณสมบัติใหม่ๆ ของกล้อง Canon EOS 650D จะให้น้ำหนักไปทางระบบถ่ายภาพวิดีโอก็ตาม แต่สำหรับคนที่ถ่ายภาพนิ่งแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นกล้องที่คุ้มค่า คุ้มราคา และให้ภาพที่ดีมากอยู่ ตามมาตรฐานของ Canon โดยเฉพาะการจัดการ noise ที่ ISO สูงๆ ทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ รวมทั้ง Handheld Night Scene ก็ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย สำหรับมือใหม่ ทำได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับระบบหน้าจอสัมผัส Touch Scene ซึ่งจะทำให้การถ่ายภาพ ไม่น่าเบื่อกับการหมุนหาเมนู หรือปุ่มต่างๆอีกต่อไป เพียงแตะๆ ที่หน้าจอ ก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เราจึงสามารถทุ่มเทพลังในการสร้างสรรค์ไปยัง สิ่งที่เรากำลังจะถ่ายได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลกับการมองหาปุ่ม หรือการปรับตั้งที่ยุ่งยากอีกต่อไป


^ ^

Webmaster
taKLONG.com



แสดงความเห็น ด้วย Facebook Account ของคุณ ได้ตรงนี้




© Copyright : 2015. taKLONG.com




รีวิวกล้อง ที่น่าสนใจ

  • WD My Passport Wireless Pro HDD
  • Canon EOS 80D
  • Panasonic LUMIX GF8
  • Dell XPS Ultrabook
  • Sony Alpha A6300
  • Pixel X800C Professional
  • Canon PowerShot G5X
  • WD My Cloud Mirror
  • WD My Passport Wireless HDD
  • Panasonic LUMIX GX8
  • Canon EOS M3
  • Canon EOS 760D
  • Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM
  • Panasonic LUMIX GF7
  • Canon Pixma Pro-10
  • Canon PowerShot G7X
  • Nissin i40
  • Canon PowerShot G1X mark II
  • Nikon D750
  • Canon EF-S 10-18mm F4.5-5.6 IS STM
  • Sigma 18-200 mm F3.5-6.3 DC Macro OS HSM C
  • Sony Alpha A6000
  • Olympus OM-D E-M10
  • Nikon Df
  • Olympus OM-D E-M1
  • รีวิวแฟลช Nissin Di700
  • Canon EOS 70D
  • Samsung Galaxy S4 Zoom
  • Sigma Digital Neo Art series (DN-A)
  • Nikon D7100
  • Canon EOS M
  • Samsung NX300
  • BenQ GH800
  • Canon EOS 100D
  • Sigma 17-70 mm F2.8-4 DC Macro OS HSM C
  • BenQ G1
  • Canon PowerShot G15
  • Nikon D3200
  • Sony Alpha A99
  • Samsung Galaxy Camera
  • Canon EOS 650D
  • เปรียบเทียบ Canon EOS 6D กับ Nikon D600
  • Sigma DP2 Merrill
  • Olympus OM-D
  • Sony Cyber-shot WX100
  • Sigma 12-24mm F4.5-5.6 DG HSM II
  • Samsung WB150F smart camera
  • Canon PowerShot S100
  • Sigma 150mm F2.8 EX DG OS HSM Macro
  • Canon 5D mark III (ชุด 2)
  • Canon 5D mark III (ชุด 1)