ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่

HOME > PictPost > # 524402 ---- [ LOG IN ]
จำนวนคน online อยู่ขณะนี้ 410 คน
PictPost

มนตร์แม่แจ่ม มนตร์ตรึงใจ

195739IMG_8572.JPG

กำลังหนีสิ่งที่จำเจ ไปสู่ดินแดน ที่ห่างไกลความศิวิไล

dora304 M [ ดูกระทู้อื่นของ dora304 ] - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 13:57 - #524402

อ่าน 9858 : ตอบ 54

จากการได้ยินเรื่องราว ของดินแดนภายใต้พื้นฟ้าแห่งนี้ มานานหลายปี นี้คือโอกาสที่จะได้ไปยลโฉม โอกาสที่จะได้สัมผัสถึงกลิ่นไอดิน ที่ระเหยขึ้นมาเพราะความชุ่มชื้นจากท้องนาที่ระดาดาดกลาดเกลือนเป็นขั้นบันได

( 1 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 14:07 #3751953

จากมหานครอันยิ่งใหญ่ของดินแดนตอนเหนือซึ่งมีที่ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ มหานครที่ผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตเก่าและใหม่ ต้องเดินทางต่อออกไปอีก 116กิโล เพื่อไปสู่เมืองที่ซ้อนตัวเองอยู่ในลืบในซอกแห่งขุนเขา

( 2 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 14:22 #3751972

ภายใต้เทือกเขาที่มีนามว่าอินทนนท์ มียอดดอยสูงเป็นอันดับที่หนึ่งของประเทศ มีพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดแฝงกายแอบซ้อน หลังขุนเขานี้จะมีดินแดนที่ความศิวิไลของเมืองใหญ่ไปไม่ถึง มีคนพูดกันว่า เมื่อ มนุษย์อยู่ใกล้ความศิวิไลมากเท่าไร มนุษย์ก็จะอยู่ห่างจากธรรมชาติมากเท่านั้น ต่อไปนี้หลังขุนเขานี้ จะได้พบกับคำตอบของประโยคดังกล่าว

( 3 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 14:33 #3751981

จากด่านตรวจ จุดที่สองบนยอดดอยอินนท์ เลี้ยวขวา เข้าสู่ถนนแคบๆรถแทบจะส่วนกันไม่ได้ สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ขึ้นรกทำให้หลายๆครั้งมองไม่เห็นท้องฟ้ายามเย็นภายใต้ขุนเขาแห่งนี้ รถที่นั่งไปขับวกไปวนตามเส้นทางลงเขาจนกระทั้งตะวันลาลับขอบฟ้า จึงมาถึงที่หมายและเหลือแสงให้พอบันทึกภาพประทับใจได้เท่าที่เห็น

( 4 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 14:59 #3752001

หลังจากได้พักผอนนอนหลับ ไปช่วงระยะเวลาหนึ่งจากความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางเมื่อวาน นาฬิกาที่ตั้งไว้ก็สงเสียงปลุกให้รีบลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของคนชอบถ่ายภาพ อากาศที่เย็นในช่วงเวลา สี่นาฬิกาแทบอยากจะโดดพาร่างกายไปซุกใต้ผ้านวมอันอบอุ่นอีกครั้ง แต่เมื่อนึกถึงภาพที่อยากได้ จึงทำให้ไม่กล้ากลับไปที่เตียงนอนอีก รีบออกมาจากที่พักทั้งๆที่ฟ้ายังมืดผ่านตลาดจุดที่เป็นสถานที่ ที่น่าจะคึกคักที่สุดในเวลานี้ คงเป็นเพราะที่นี้เป็นดินแดนที่ห่างไกลดังนั้น ความเร่งรีบต่างๆที่เคยเห็นในเมืองใหญ่จึงไม่มีโอกาสได้พบเห็นในวิถีชีวิตของคนที่นี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ตลาดแห่งนี้จะพบเจอผู้คนไม่มาก

( 5 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 15:13 #3752006

คิดอยากจะถ่ายภาพธรรมชาติ ควรตื่น ก่อนนก กลับหลังพระอาทิตย์ตก นี้คือสิ่งที่คิดเอาไว้เสมอเมื่อคิดจะถ่ายภาพ สิ่งที่เหลือก็คือจังหวะและโอกาสที่จะเจอข้างหน้าที่คิดแบบนี้เพราะบางที่ ถึงแม้ทุมแรงทุมใจลงไป โอกาสที่จะได้ภาพดีๆก็อาจจะไม่มี เพราะฟ้าฝนไม่เต็มใจ เมื่อขึ้นสู่จุดหมายจัดเตรียมเครื่องมือ ที่เหลือ ก็คือ การรอคอย เพื่อให้ได้มาซึ่ง ภา นี้

( 6 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 15:27 #3752028

ฉันเห็นแสงตะวันของฉัน

( 7 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 15:31 #3752032

เมื่อแสงของดวงอาทิตย์สาดส่องเต็มที่ ความเย็นที่เกิดจากละอองน้ำในอากาศปะทะความร้อนของแสงแดดทำให้เกิด หมอกควันบางๆขึ้นปกคลุม จนกระทั้งสายๆหมอกก็จะเริ่มจางลงๆ ความงามของอำเภอแม่แจ่มหลังสายหมอก กำลังจะปรากฎให้เห็น

( 8 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 6 Nov 2012 15:44 #3752065

มีอีกมั๊ยครับขออีก อารมย์ค้างเลยครับ

( 9 ) tumtumteng M - 110.49.250.109 - 6 Nov 2012 18:26 #3752257

แสงแดดยามสาย ในอำเภอแม่แจ่มเริ่มแรงกล้า สายหมอกสลายหายไปแล้วสิ่งต่างๆปรากฏให้เห็นกระจางชัด ท้องฟ้าสีครามมีแดดอุ่นๆแต่ไม่ร้อนสาดส่องกระทบพืชพรรณ ทุกตารางนิ้วของผืนดินแม่แจ่มเต็มไปด้วย สีเขียว บงบอกให้คนที่มาพบเห็นรู้ว่า เมืองที่แอบซ้อนอยู่หลังขุนเขาแห่งนี้เป็นดินแดนแห่งการเกษตร

( 10 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 20:22 #3752329

ความงามของท้องนา ที่แปลกตาไม่เหมือนที่ใดๆใต้พื้นฟ้าบนแผ่นดินนี้ เริ่มปรากฎให้เห็นเด่นชัด นาขั้นบันได สวยสมคำลำลือ ความเขียวขจีจากต้นข้าวที่ต้องแสงแดดยามสายซึ่งคนที่ตั้งใจปลูกทำเป็นชั้นๆลดหลั่นกันลงมา ตามแนวเชิงเขา ดูราวกับเป็นขั้นบันได กลางพื้นนามีเพิงไม้เก่าๆ ที่ชาวนาทำไว้เพื่อกันแดดกันฝนในเวลาพัก จากการทำไร่ทำนา

( 11 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 20:50 #3752344

นาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง มีที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอำเภอแม่แจ่มห่างออกไปประมาณ 7-8 กิโล หลทางที่จะไปคอนข้างลำบากเล็กน้อย จากถนนชนบทที่คดโค้งไปตามไหล่เขา กลายเป็นถนนดินหนังหมูแคบๆ และ เล็กลงๆ ถ้ามาในฤดู ไถ่หวานที่ฝนกำลังตก คงลำบากน่าดู แต่เพราะนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ดินจึงเริ่มแห้งเป็นฝุ่นสีแดง แต่ก็ยังทิ้งรองรอยให้เห็นเป็นบางช่วง ไม่ว่าอย่างไร ในปลายทางของความลำบาก ภาพที่ได้เห็นก็คุ้มค่า ที่ฝ่าฝันมาถึงด้วย มอไซค์เก่าๆซึ่งหาเช่าได้จากที่พัก

( 12 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 21:14 #3752391

บางมุมมองของสิ่งที่เห็นในดินแดนที่เหมือนต้องมนตร์ สะกดจากพืชพรรณ บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าในขณะนี้ตัวเองกำลัง นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่ครั้งหนึ่ง ไมโครซอฟเคยสร้างภาพกราฟิกเป็นทิวทัศน์ ภาพภูเขาสีเขียวแสดงเป็นวอลเปเปอร์ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมน้อมรับว่านี้คือโลกแห่งความจริงนอกจอคอม ความจริงที่สัมผัสได้ด้วยตา หรือแม้กระทั้งกลิ่นของไอดินที่ระเหยขึ้นมา

( 13 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 21:30 #3752429

ในบางครั้ง บนผืนนาที่ข้าวตั้งท้องพร้อมจะรับการเก็บเกี่ยวจากชาวนา เราจะเห็นไร่ข้าวโพด ที่มีต้นข้าวโพดยืนต้นตายหลังจากที่ชาวไร่ได้เก็บผลผลิตไปขายในตลาด ปลูกแซมเอาไว้ข้างๆ เป็นสีน้ำตาลตัดกับความเขียวขจีจากนาข้าว ทำให้เกิดความสะดุดตากับผู้พบเห็นไปอีกแบบ

( 14 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 21:52 #3752464

ที่ลาดเชิงเขา ถูกแปลเปลี่ยนให้เป็นพื้นนา ที่เป็นเช่นนี้เพราะ อำเภอแม่แจ่มมีพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ พื้นที่มีจำกัดการทำนาจะต้องอาศัยการผันน้ำเข้าไปไว้ในนาข้าว เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าว ดังนั้นชาวนาจะต้องทำคันดิน ซึ่งเมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น ภาพที่เห็นของพื้นนา จึงดูเป็นขั้นบันไดอย่างที่พบเห็น

( 15 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 22:12 #3752498

บนเขา ชาวไร่ชาวนาจะมีที่เก็บกักน้ำฝนเอาไว้ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเพาะปลูก เมื่อถึงเวลาพวกเขาจะผันน้ำมาตามท่อ เข้าสู่ท้องไร่ท้องนา เพื่อเลี้ยงดูพืชพรรณให้เจริญเติบโต

( 16 ) dora304 M - 27.55.160.166 - 6 Nov 2012 22:28 #3752524

ความอุดมสมบูรณ์บนผืนดินแม่แจ่ม ไม่ใช่จะส่งผลต่อจิตใจของผู้คน แม้แต่ นกและแมลงรวมทั้งสัตว์น้อยใหญ่ก็ได้อาศัยควบคู่กันไป กลายเป็นห่วงโซ่อาหารขนาดใหญ่ ซึ่งถ้อยที่ถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ตราบที่วิถีชีวิตของผู้คนที่นี้ ไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น

( 17 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 6 Nov 2012 22:47 #3752550

จากนาขั้นบันได กลับสู่สายน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านตัวอำเภอเมือง เมื่อมีน้ำย่อมมีชีวิต สายน้ำนำพาเรื่องราวชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่สองฝากริมฝั่ง ผูกพันเป็นเกลียวสายสัมพันธ์ แห่งชีวิตชาวไร่ชาวนาในแดนดินถิ่นนี้ นี้คือ วิถีชีวิตแห่งแม่แจ่ม

( 18 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 6 Nov 2012 23:09 #3752585

วิถีแห่ง เกษตรกรไทย ผู้ซึ่งไม่เคยยอมแพ้ และไม่เคยท้อถอย ต่อความลำบากยากเข็ญที่ต้องเผชิญ ในแววตาของนักสู้ที่ในมือ ถือเพียงเคียวเกี่ยวข้าว จอบและเสียม พร้อมแรงกายและใจ รวมไปถึงภูมิปัญญา จนประเทศชาติของเราได้ยืนบนแป้น ผู้ค้าส่งข้าวอันดับหนึ่งของโลกมาหลายปี เราเรียกเขาว่า ชาวนา

( 19 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 6 Nov 2012 23:24 #3752598

หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน นี้คือกริยาอาการของคน ที่กำลัง ก้มลงเกี่ยวข้าว การทำนาที่อำเภอแม่แจ่ม พวกเขาจะปลูกข้าวเจ้า โดยยึดหลักว่า ปลูกเพื่อเอาไว้กิน เหลือถึงจะนำมาขาย โดยการขายนั้น จะขายเป็นกิโล กิโลละ 13 บาท โดยส่วนใหญ่ที่นี้ไม่มีอุปกรณ์พวก รถไถ รถหว่าน ทุกอย่างในกิจกรรมบนพื้นนา ใช้แรงงานคนและสัตว์ การทำนาจะอาศัยปุ๋ยเคมีเป็นส่วนใหญ่เพราะเขาเชื่อกันว่าให้ผลิตผลได้ดีกว่าปุ๋ยที่มาจากธรรมชาติ ยากำจัดศัตรูพืช กระสอบหนึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 5000 บาทต่อไร่

( 20 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 6 Nov 2012 23:42 #3752618

ในหนึ่งปี ชาวนาแม่แจ่มจะทำนาได้ หนึ่งครั้ง เป็นสาเหตุมาจาก ขนาดของพื้นที่ และนี้เอง ที่เป็นสาเหตุให้การปลูกข้าวที่นี้ อาศัยหลักปลูกเอาไว้กินเหลือถึงนำไปขาย พืชที่ปลูกเอาไว้เพื่อเอาไปขายจริงๆและเป็นพืชเศรษกิจของชาวอำเภอแม่แจ่ม ก็คือข้าวโพด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาไปตามท้องไร่ท้องนาจะได้พบ ร่องรอยของต้นข้าวโพด ที่ปลูกแซมเอาไว้ข้างๆท้องนา

( 21 ) dora304 - 27.55.133.54 - 6 Nov 2012 23:56 #3752629

การทำนาที่นี้ ยังคงรักษาแบบแผนแห่งการผึ้งพา ที่เรียกกันว่า การลงแขก เธอช่วยฉัน ฉันก็มาช่วยเธอ โชคดีของคนที่นี้ ที่พื้นดินของนาแห่งแม่แจ่ม มีเจ้าของเป็นชาวนาแม่แจ่มแท้ๆเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ น่าภูมิใจ ที่หยาดเหงือทุกเม็ดที่หยดลงไปบนพื้นนา ส่งผลให้ตักตวงความคุ้มค่าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แก่ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นลูกหลานชาวอำเภอแม่แจ่ม

( 22 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:09 #3752647

จากนาขั้นบันได บ้านป่าบงเปียง สู่พื้นนาบ้านทัพ และนาขั้นบันไดบ้านกองกาง เราได้พบแม่อุ้ยสูบยาเส้นมวนโต แกยังแข็งแรงแบกจอบแบกเสียมเดินไปตามคันนา เพื่อเปิดปิดร่องน้ำในพื้นนาที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ถึงแม้จะไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากแต่จากการที่ได้เห็นท่าทางและสายตาบ่งบอกให้เห็นถึงความสุขที่แกได้ทำงานที่แกรัก ถึงแม้จะมีอายุร่วงเลยมาจนป่านี้

( 23 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:23 #3752667

แม่อุ้ยเดินแบกจอบไว้บนบ่า มืออีกข้างก็ขยับยาเส้นบางครั้งถ้าแสงของดวงอาทิตย์ในยามใกล้จะเทียงถูกเมฆบดบังจะมองเห็น ควันที่แม่อุ้ยพ้นออกมาจากการสูบยาเส้นมวนใหญ่ มวนนั้น

( 24 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:34 #3752668

เมื่อชาวนาเกี่ยวข้าวเสร็จ จะนำข้าวที่เกี่ยวได้ตากแดดหลังจากกนั้นเมื่อต้นข้าวแห้งสนิทชาวนาก็จะจับมัดแล้วหาบขึ้นบ่าไปกองๆไว้รวมกัน เพื่อส่งให้โรงสีดำเนินการต่อ

( 25 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:44 #3752670

ในยามพัก พวกเขาจะถือโอกาสมาเก็บผักที่ปลูกเอาไว้ข้างๆปลายนา เพื่อนำกลับไปปรุงเป็นอาหาร

( 26 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:49 #3752672

สายลมกำลังพัด เสื้อเก่าๆที่ถูกจงใจนำมาแขวนเอาไว้ ต้องสายลมทำให้แกว่งไปแกว่งมา เป็นผลให้ฝูงนกที่คอยจะจับจ้องแอบลงมากินผลิตผลของชาวไร่ชาวนาในเวลาเผลอ ไม่กล้าที่จะบินเข้ามาใกล้

( 27 ) dora304 M - 27.55.133.54 - 7 Nov 2012 00:59 #3752682

เห็นภาพธรรมชาติ อิจฉาคนต่างจังหวัดจัง คนเมืองอย่างผมหมกมุ่นแต่การทำงานมาค่อนชีวิตแล้ว

( 28 ) tkel M - 58.137.141.205 - 7 Nov 2012 08:21 #3752823

ในยามว่างจากการทำไร่ทำนา คนที่นี้ก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย จากการทำงานกลางแจ้งสู้แดดสู้ฝนก็กลับเข้าบ้านไปทำงานที่ใช้ ความปราณีตและฝีมือ

( 29 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 09:26 #3752867

ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในอำเภอแม่แจ่มนอกเหนือจากเป็นเกษตรกร แล้ว ยังมีความสามารถเป็น นักคิดนักสร้างสรรค บ้านเกือบทุกหลัง ในท้องที่ตำบลแห่งนี้ เราจะเห็นมี กี่ทอผ้าตั้งไว้ ผู้หญิงแม่แจ่มจะอาศัยช่วงเวลาในยามว่างจากงานหลัก นั้งทอผ้า ผ้าที่พวกเธอทอจะมีลวดลายวิจิตรใช้เวลาในการทำต่อผืน นานนับเดือน

( 30 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 09:39 #3752879

เห็นภาพแล้วทำให้คิดถึงบ้านครับ ผมจากบ้านมาอยู่กรุงเพื่อมาทำงานหาเงิน พอเห็นภาพแบบนี้ก็อยากจะกลับไปอยู่บ้าน ทำไร่ นาสวนผสมตามแบบวีถีชาวบ้าน เศรษฐกิจพอเพียงครับ (คนแม่แจ่มเหมือนกัน)

( 31 ) panyawat M - 202.28.179.5 - 7 Nov 2012 09:57 #3752899

หลังจากที่สอดกระสวย นำเส้นไหมผ่านเส้นไหมอีกหลายๆเส้นที่ถูกยกเพื่อทำการขึ้นลายบนผืนผ้า จะได้ยินเสียง สับกี่ เป็นเสียงของไม้กระทบกัน ถ้าคนทอผ้ามีความชำนาญในการขึ้นลาย จะได้ยินเสียง สับกี่ เป็นจังหวะ

( 32 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:04 #3752907

หลังจากใช้เวลาทำอยู่นาน ผลงานที่แสดงออกมาก็ประจักสู่สายตา ผ้าที่ถูกเรียกชื่อว่า ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าหนึ่งผืนมีความยาวโดยประมาณ 180 เซนติเมตร มีหน้ากว้างประมาณ 150 เซนติเมตร ผ้าซิ่นตีนจกหนึ่งผืนถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนบนจะเป็นลายธรรมดาทั่วไป ส่วนที่สอง คือส่วนที่ทิ้งชายผ้าลงสู่ด้านล่าง จะมีลวดลายวิจิตรบรรจงสวยงาม และเป็นสวนที่ทำยากที่สุด นี้เองจึงทำให้เป็นที่มาของชื่อ ผ้าซิ่นตีนจก

( 33 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:22 #3752923

เมื่อได้เห็นงานของสตรีชาวแม่แจ่มแล้ว ลองดูงานของบุรุษในดินแดนนี้กันบ้าง เพียงแค่ความแปลกใจมันอยู่ที่ผลงานของบุรุษที่ทำออกมากลับกลายเป็นเครื่องประดับของ สตีรเพศ ปิ่นปักผม

( 34 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:30 #3752934

มือที่เหี่ยวย้นของคนแก่ อายุประมาณ 80 กว่า กำลังจับก้านเสียบปิ่นแต่งปลายให้สวยกับเครื่องเจียร มองดูอายุของเครื่องแล้วก็น่าจะมีอายุเก่าพอๆกับเจ้าของมือ ที่เป็นนายช่างใหญ่ ผู้ทำปิ่นปักผม แห่งบ้านทัพ ในอำเภอแม่แจ่ม

( 35 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:37 #3752943

พ่ออุ้ยก้อนแก้ว ผู้ซึ่งค่ำวอดกับการทำปิ่นมาหลายสิบปี นั่งอยู่บนเรือน กำลังบรรจงแต่งก้านเสียบปิ่น บางครั้งในขณะที่ถ่ายภาพอยู่ พ่ออุ้ยจะผันหน้ามาสพตา สิ่งที่ได้เห็นผ่านกระจกแว่นของพ่ออุ้ยคือดวงตาที่เริ่มจะฝ่าฝางลงตามอายุไข จึงไม่แปลกที่ในเรือนแห่งนี้ จะมีลูกสาวของพ่ออุ้ยอีกคนกำลังนั่ง เตาะหัวปิ่นซึ่งทำจากแผ่นทองเหลือง เพื่อขึ้นลายให้หัวปิ่นมีความสวยงาม และน่าจะเป็นเรื่องที่ น่ายินดี ที่ในเวลานี้ ในดินแดนแห่งมนตร์ตราที่ประทับใจในวิถีแห่งการดำรงชีวิต มีผู้สืบทอดการทำปิ่น จากพ่ออุ้ยก้อนแก้ว แล้ว

( 36 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:50 #3752961

ผู้คนที่นี้ เป็นมิตร และมีจิตใจงาม เมื่อเรายกกล้องขึ้นประทับและพร้อมจะกดชัดเตอร์ เราจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา โดยที่เราไม่ต้องขอให้เขายิ้มให้เราดู สิ่งนี้คงเกิดขึ้นมาจาก ความดีในจิตใจของผู้คนย่านนี้เมืองนี้

( 37 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 10:58 #3752968

แม้กระทั้งเด็กตัวน้อยๆ เราก็ยังได้พบเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ได้เสกสรรปั้นแต่ง

( 38 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 11:03 #3752973

แสงตะวันที่แรงกล้ามาตลอดช่วงบ่ายของวัน เริ่มลดอ่อนลง หมู่เมฆสีขาวที่จับตัวเป็นก้อนบนท้องฟ้าสีครามเริ่มแตกตัวออกเพราะสายลมเบื้องบน ที่นี้ไม่มียอดตึกสูงที่เคยเห็นชินตาเหมือนในเมืองใหญ่ ในขณะที่ขับมอไซค์ สภาพเก่าครำครา กระบังด้านหน้าแตกหายไปไหนนานแล้วไม่รู้ เวลาเข้าเกียร์ต่ำๆเพื่อไต่ขึ้นเนินสูงๆจะได้ยินเสียงเครื่องดัง จนไม่แน่ใจว่า อีแก่ ตัวนี้จะนำพาเราขึ้นสู่เบื้องบนได้ แต่ทุกครั้ง มันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ถนนบริเวณ บ้านท่าผาที่สามารถ วิ่งไปทาง ฮอด สองข้างทางในช่วงใกล้จะเย็นย่ำแบบนี้มีทิวทัศน์ สวยสะดุดตา

( 39 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 12:55 #3753071

เมื่อลงมาจากเขา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนแคบๆของหมู่บ้าน เราเริ่มเห็น หลังคาบ้านเรียงรายอยู่อยู่สองข้างทางมีผู้คน มีเด็กเล็กๆและคนแก่ ที่พักของเราต้องผ่านแนวชุมชนนี้ออกไปอีก พอรถวิ่งเลยผ่านวัดยางหลวงออกไปก็พบกับ ทุ่งนาอีกครั้ง เราจอดรถมองดูวิวทิวทัศน์ รอบๆ เวลานี้เริ่มจะเย็นแล้ว ตามหลังคาบ้านเรือนของผู้คนและชายป่าที่อยู่ไกลออกไปเริ่มมีกลุ่มควันลอยขึ้นมา ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้คนที่อยู่ในเรือนกำลังนั่งปรุงอาหารที่จะทานในมื้อเย็น เป็นเวลาของครอบครัว พ่อ แม่ ลูกนั้งล้อมวงกินข้าว

( 40 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 13:08 #3753081

เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้ง ในแดนดินที่ทุกอย่างดูไม่เร่งรีบ เหมือนกับสายหมอกที่ปกคลุมไปทั่ว เบาและล่องลอย เอื่อยๆ บางครั้งก็สลายหายไปทำให้มองเห็นทิวทัศน์ในพื้นที่ ที่เคยถูกหมอกหนาๆบดบังได้อย่างชัดเจนแต่พอไม่นาน ก็จับกลุ่มก่อตัวขึ้นใหม่ เป็นแบบนี้ไปตลอดจนกว่าจะ เก้าโมงสิบโมง

( 41 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 13:27 #3753105

ลำน้ำมีชีวิตของเมืองแจ่ม เริ่มปรากฎให้เห็นเด่นชัดอีกครั้งหลังจากหมอกสลายหายไป ความสงบผสมกับความไม่เร่งรีบ ทำให้นี้คือเสนห์ อีกอย่างของเมืองนี้ สายน้ำพัดทุกสิ่งมา และสุดท้ายสายน้ำก็พัดทุกสิ่งไป รวมทั้งคนที่มาเยือน

( 42 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 13:44 #3753136

เพราะทุกอย่างไม่ต้องรีบเราจึงตัดสิ้นใจปล่อยเวลาไปเรื่อยๆ ต้นข้าวที่ชาวนาปลูกเอนตัวลู่ไปตามสายลมที่โหมพัด บางครั้งเราก็นึกสนุกเอามือไประต้นข้าวเล่นเหมือนสายลมที่พัดผ่านมา เพียงแค่ต้องการสัมผัส กับสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของผู้คนบนแดนดินแห่งนี้

( 43 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 13:56 #3753159

รวงข้าวที่อยู่ในอุ้งมือ คือสิ่งที่ทำให้คนบนดินแดนนี้ อิ่มท้อง ถึงแม้ผลผลิตที่ได้จะไม่สามารถชี้ชะตาความร่ำรวยบนกองเงินกองทองเพราะผลผลิตมีน้อยเนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด แต่ทุกเมล็ดบนรวงข้าวนี้ก็คือความสุข รอยยิ้ม หยาดเหงื่อ น้ำใจ หรือแม้กระทั้ง ความทุกข์ยาก ของผู้คน คนเมืองแจ่ม นี้คือจิตวิญญาณ และนี้ คือสิ่งที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ที่ถูกครอบด้วยความศิวิไล

( 44 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 14:19 #3753203

สวย ชอบครับกับบรรยายกาศและความสงบ
ชีวิตคนในเมืองส่วนใหญ่มีการปรุงแต่งมากมักดูวุ่นวาย
เมื่ออยู่ใกล้ชิดธรรมชาติเสมือนว่าวันเวลามันเดินช้าได้
ชีวิตที่ไม่ปรุงแต่งมากมักหาความสุขที่แท้จริงได้เสมอ

( 45 ) sam_po M - 110.168.207.10 - 7 Nov 2012 14:42 #3753233

ข้าวของทุกอย่างถูกเหวี่ยงขึ้นรถเตรียมตัวกลับบ้าน กลับสู่เมืองใหญ่ สิ่งที่เป็นนิวาศสถานบ้านเรือน ภาพนาขั้นบันไดที่บ้านแม่กองกาง ภาพสุดท้ายก่อนลาจากแผ่นดินอันสงบและดูสดใสเพราะความเขียวขจีจากท้องนาถูกบันทึกเอาไว้ เพื่อเป็นความทรงจำ และหวังว่าสักวันจะกลับมาที่นี้อีกครั้ง ในวันข้างหน้า อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนที่แอบซ้อนอยู่ในซอกลืบของหุบเขาแต่ยังคงรักษา วิถีทาง ของตนเองและการดำเนินชีวิตของผู้คนในดินแดนย่านนี้ เมืองนี้ไว้ได้อย่างสวยงาม

( 46 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 15:20 #3753261

บน น่านฟ้าแห่งแผ่นดินเชียงใหม่ มุ่งหน้าลงสู่มหานครอันยิ่งใหญ่ของประเทศ กรุงเทพมหานคร ในขณะที่ ดวงตะวันกำลังลาลับจากขอบฟ้า นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อที่ว่าจะได้เห็นยอดแห่งขุนเขาที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ดอยอินทนนท์ แต่นั้นไม่ใช่เป้าหมาย เพราะสิ่งสำคัญ กลับเป็นอำเภอเล็กๆที่ตั้งอยู่ด้านหลังดอย อำเภอที่เวลาใครต่อใครจะผ่านไปจังหวัดแม่ฮองสอนอาจจะต้องขับรถผ่านไป ซึ่งนั้นอาจจะเป็นผลดีของ อำเภอเล็กๆแห่งนี้ที่เป็นแค่ เมืองผ่าน ทำให้ วิถีชีวิต และประเพณีวัฒนธรรม ที่ผู้คนในอำเภอนี้สะสมมา ไม่ได้เสื่อมถอยหาย เป็นความจริงอย่างที่ผมได้ยินคนคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ เมื่อมนุษย์อยู่ใกล้ความศิวิไลมากเท่าไร มนุษย์ก็อยู่ห่างจากธรรมชาติมากเท่านั้น แต่ในมุมมองที่กลับกัน อำเภอแม่แจ่ม แผ่นดินนาขั้นบันได ของจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะที่นี้ไม่มีความเจริญ แต่ เป็นความลงตัวที่ผู้คนในอำเภอแม่แจ่มแห่งนี้ยังคงรักษาเอาไว้ได้ ด้วยหัวใจของพวกเขา
เวนิช ภูมี 5 พฤศจิกายน 2555

( 47 ) dora304 M - 161.200.127.70 - 7 Nov 2012 15:41 #3753282

ผมอ่านแทบทุกคำบรรยาย น้ำตาแทบไหล ซึ่งมันเป็นจริงตามที่พี่พูดไว้ทุกอย่างครับ

มนต์เมืองแจ่ม

( 48 ) มนต์ M - 202.12.118.61 - 8 Nov 2012 11:46 #3754234

ขอบคุณที่ทำให้แม่แจ่มเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ดีๆนะคะ

( 49 ) อ้อม - 113.53.244.114x - 8 Nov 2012 13:51 #3754423

บรรยายและนิยามเมืองแจ่มใด้ถูกใจคนเมืองแจ่มอย่างผมมาก ใว้แวะมาเที่ยวแม่แจ่มอีกนะครับเผื่อจะใด้ทำความรู้จักคนต่างบ้านที่ทีฝีมือในการถ่ายรูปและร้อยแก้วใด้หน้าอ่านอีกคนหนึ่ง

( 50 ) เสือใต้ผา - 122.155.42.125 - 8 Nov 2012 15:05 #3754528

( 51 ) Nui0117 M - 223.206.218.216 - 8 Nov 2012 22:47 #3755205

( 52 ) tuekj M - 110.171.26.203 - 9 Nov 2012 11:16 #3755942

เล่าเรื่องราวได้ดี ครับ

( 53 ) sunauto01 M - 125.25.106.177 - 11 Nov 2012 12:51 #3758091

คิดถึงความหลังที่เรายังเป็นเด็กอยู่มันคงจะหวนกลับมาไม่ได้คงจะเป็นแต่อดีด

( 54 ) แดงข้าวซอย - 171.5.198.250 - 11 Feb 2013 13:32 #3873304
Reply Box

คุณยังไม่ได้ LOG IN


ชื่อ

Password


[ คำแนะนำการโพสต์ ]
upload รูปขนาด < 5 MB

ถ้ารูปอยู่ใน web แล้ว :
( ใส่ URL ของรูปได้เลย )