ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่

HOME > PictPost > # 475706 ---- [ LOG IN ]
จำนวนคน online อยู่ขณะนี้ 580 คน
PictPost

############# ผู้เอาเปรียบและผู้ถูกเอาเปรียบ ############

สวัสดีพี่น้องตากล้องทุกผู้ทุกคนและทีมงามเว็บตากล้องครับ เอาบทความมาฝากครับ

จากท่านพุทธทาสภิกขุ อินทปัญโญ

ssenathee M [ ดูกระทู้อื่นของ ssenathee ] - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 17:50 - #475706

อ่าน 1981 : ตอบ 20



ผู้เอาเปรียบผู้อื่นย่อมเป็นคนพาลอย่างชัดแจ้ง แต่ผู้ถูกเอาเปรียบก็หาเป็นบัณฑิตขึ้นมาได้ไม่ แม้จะเลี่ยงไปเรียกว่าผู้ได้เปรียบเสียเปรียบ ก็ยังเป็นของไม่น่าเสน่หาอยู่นั่นเอง

( 1 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 17:53 #3021738



ผู้ได้เปรียบย่อมหมายถึงผู้มีความไม่เป็นธรรมดาอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในตัว แม้จะชนะคนอื่นหรืออยู่เหนือคนอื่น ก็หาใช่ความชนะที่เป็นธรรมหรือเป็นเกียรติแต่ประการใดไม่ แต่กิเลสของคนทุกคนชอบการได้เปรียบและพากันกระหยิ่มต่อการได้เปรียบกันอยู่ทั่วไป แม้ในนักกีฬา แต่ที่แท้นั่นคือความอ่อนแอหรือความหย่อนสมรรถภาพของตน เพราะฉะนั้น.....ความเป็นผู้ได้เปรียบก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าเสน่หาเลย

( 2 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 17:58 #3021739

( 3 ) กำของเวร - 118.172.89.3 - 15 Mar 2011 17:59 #3021741



สำหรับความเสียเปรียบนั้น เป็นสิ่งที่ระอาอยู่แล้วตามปกติ ผู้ใดไม่ชอบความเสียเปรียบ แล้วละความอยากได้เปรียบเสียได้ด้วย ผู้นั้นคือผู้มีใจหลุดพ้นแล้วด้วยประการทั้งปวง

( 4 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:02 #3021743



เห็นได้ว่าเสียเปรียบก็ไม่น่าสนุก ได้เปรียบก็ไม่น่าชื่นใจที่ตรงไหนเลย นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาให้เห็นอย่างชัดแจ้งจริง ๆ

( 5 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:04 #3021744



ความเป็นผู้แพ้และเป็นผู้ชนะนั้น เข้าใจยากอยู่ว่าความเป็นผู้ชนะ ว่าจะเป็นของไม่น่าเป็นอย่างไรกัน เพราะใคร ๆ ก็ชอบความชนะ ความชนะที่มาคู่กันกับความแพ้นี้ หมายถึงความชนะตามวิสัยโลก เช่น รบชนะ เล่นการพนัน เล่นกีฬาชนะ หรือเป็นความในโรงในศาลแล้วชนะ เป็นต้น

( 6 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:08 #3021748



ความชนะเช่นนี้ ย่อมก่อศัตรูคู่เวร คู่จองล้างจองผลาญ ต้องนอนสะดุ้ง นอนไม่หลับสนิทยิ่งกว่าผู้แพ้ไปเสียอีก และสักโอกาสหนึ่งก็ย่อมจะกลับเป็นฝ่ายแพ้ได้ ดูแล้วเป็นของน่าสังเวชมากกว่าเป็นของชวนใจให้อยากเป็น

( 7 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:11 #3021753



จึงกล่าวได้ว่าการเป็นผู้ชนะนั้นไม่น่าสนุกเลย ส่วนผู้แพ้ต้องนอนเป็นทุกข์ระทมใจ เป็นของไม่น่าเป็นอยู่อย่างชัดแจ้ง แต่ตามความรู้สึกทั่วไปนั้น มักกระหยิ่มในความชนะกันเป็นที่สุด สรรเสริญความชนะ หารู้ไม่ว่าที่แท้ก็คือความทนทรมานชนิดหนึ่งอยู่ในตัว ผู้ใฝ่หาความสงบ จึงพยายามละเสีย ทั้งความแพ้ และความชนะ เป็นผู้ชนะก็ไม่สนุก เป็นผู้แพ้ก็ไม่สนุก อย่าใฝ่ฝันถึงเสียเลยทั้งสองอย่าง

( 8 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:16 #3021758



จากหนังสือ

\_ชาตกาล ๑๐๐ ปี พุทธทาสภิกขุ\_

และ

\_แนวการปฏิบัติธรรมในสวนโมกขพลาราม\_

เล่มแรกนั้นหลังจากผมซื้อมาอ่านจบแล้ว เห็นว่าเป็นประโยชน์มาก ไปซื้อมาอีก 2 เล่ม ไปบริจาคห้องสมุดประชาชน วัดป่ารวก

เล่มที่สองนั้นซื้อมา 3 เล่มไปบริจาคที่เดิม เพราะหาซื้อเล่มแรกไม่ได้แล้วเพราะเป็นหนังสือที่ออกมาเฉพาะครบรอบชาตกาลของท่าน จึงไปได้เล่มที่สองซึ่งเนื้อหาถูกแยกออกมาจากเล่มแรก

ท่านใดพบเล่มแรกแนะนำให้ซื้อไว้เลยครับ คุ่มค่ามาก เพราะรวมทุกเรื่องราวชีวิตและธรรมขั้นสูงของท่านอทาจารย์ไว้ น่าจะหาได้ยากที่จะมีการรวบรวมไว้เป๋็นเล่มเดียวเช่นนี้อีก

( 9 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:30 #3021766



ความเห็นส่วนตัวครับ ว่าธรรมะแท้จริงก็เหมือนยาที่ขมมาก ๆ แต่สามารถรักษาโรคที่ร้ายแรงของมนุษยชาติได้ คือกิเลสตัญหา ที่เป็นต้นเหตุของการแย่งชิงแข่งขัน โดยส่วนตัวผมก็เป็นผู้หนึ่งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกิเลสตัณหา ธรรมะคือยาชนิดเดียวที่จะทำให้เราเป็นอิสระได้ เย็นลงได้ ความเห็นส่วนตัวนะครับ

( 10 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:34 #3021769



ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ท่านได้ให้คำสอนสุดท้ายไว้ดังนี้

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายฯ

(อ่านว่า สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ)

แปลได้ความว่า

สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรเข้าไปยึดมั่นถือมั่น

( 11 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:38 #3021773



สุดท้ายนี้ขอให้พี่น้องทุกท่านโปรดใคร่ครวญสักนาที เมื่อใจของท่านว่าง เป็นอิสระ สงบ ว่างจากการคิดเอาเปรียบ ว่างจากคิดเบียดเบียน มีความเมตตา กรุณา อย่างเป็นกลาง พี่น้องก็เหมือนได้บวชใจ สามารถยกมือไหว้ตนเองได้ และผมก็ขอยกมือสิบนิ้วหยาบกร้านนี้ไหว้ท่านด้วยครับ

( 12 ) ssenathee M - 223.204.70.23 - 15 Mar 2011 18:43 #3021775

ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน ท่านได้ให้คำสอนสุดท้ายไว้ดังนี้
สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสายฯ

เท่าที่ได้เคยเรียนรู้มา ปัจฉิมโอวาท คือ
\_อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ\_
\_ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด ”

( 13 ) เฉิ่ม - 58.8.235.28 - 15 Mar 2011 19:00 #3021808

อมิตพุทธ ธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม
พุทธทำนาย โลกใกล้ถึงกาลเสื่อมสลาย ภัยจากธรรมชาติจะทำลายชะล้างสิ่งสกปรก พวกทุศิล จะล้มหายตายจาก ผู้มีศิลธรรมจะยังคงอยู่ ประเทศไทยจะเป็นผู้นำทางศาสนา
ดังนั้น การเร่งสร้างความดีเพื่อหนีทุกข์เข็ญ หรือจะประกอบกรรมเวรไม่เกรงกลัวบาป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านเองแล้วละ โยม

( 14 ) bool M - 61.90.105.81 - 15 Mar 2011 19:43 #3021847

ผมไม่ได้พิจารณาภาพสักเท่าไหร่ (ยกเว้นภาพสุดท้าย มีความหมายดี)
แต่อ่านคำทุกตัวอักษรครับ

ดีครับ บางทีลืม ๆ เลือน ๆ เพลิน ๆ อยู่กับเรื่องมากมาย ได้กลับมามองมุมคิดของชีวิตบ้างสักนิด ก็ดีจริง ๆ ครับ

( 15 ) baora M - 118.173.185.113 - 15 Mar 2011 19:53 #3021869



ขอบพระคุณคุณเฉิ่มที่มาช่วยทำความกระจ่างเรื่องปัจฉิมโอวาทครับ ซึ่งถูกต้องทุกประการครับ

สัพเพ ธัมมา นาลัง เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสรุปไว้ ความหมายของผมจึงหมายถึงคำสอนที่เมื่อได้รู้ คือรู้ทุกสิ่งที่เป็นหลักของศาสนานี้ เมื่อทำได้ คือได้ผลทุกสิ่งจากศาสนานี้ ในปริบทนี้ผมจึงอยากเสนอว่าคือสิ่งที่ท่านทิ้งไว้ก่อนปรินิพพาน ดังนั้น \_ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด\_ นี้คือปัจฉิมโอวาท คือโอวาทสุดท้ายจริง ๆ ส่วนสิ่งทั้งหมายทั้งปวงไม่ควรเข้าไปยึดมั่น เป็นหลักหรือสิ่งเดียวที่ท่านเน้นย้ำให้ทุกคนได้เรียนรู้ เข้าใจ เป็นคำสอนที่สรุปใจความหรือเป้าหมายของศาสนานี้ ต้องขอบคุณท่านที่มาให้ความกระจ่างในที่นี้ร่วมกันครับ

ที่มา ---- \_ความว่าง\_ โดยพุทธทาสภิกขุ

เรื่องนี้ก็ได้กล่าวไว้ละเอียดแล้วในการบรรยายในบางที่บางแห่ง หาอ่านดูได้ มันยืดยาวเหมือนกัน ว่าอะไรคือหัวใจของพระพุทธศาสนา ด้วยการพิสูจน์กันอย่างไร ในที่นี้จะชี้ให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าท่านทรงยืนยันด้วยพระองค์เองว่า นี่แหละคือบทสรุปของคำสอนทั้งหมดทั้งสิ้นของตถาคต

.... ถ้าได้ยินคำเช่นนี้ คือคำว่า ”สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ” นี้แล้ว ก็เป็นอันว่าได้ยินได้ฟังทั้งหมด ถ้าได้ปฏิบัติข้อนี้ ก็เป็นอันได้ปฏิบัติทั้งหมด ถ้าได้ผลมาจากข้อนี้ ก็คือได้ผลทั้งหมด เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องกลัวว่า มันจะมากเกินไปจนเราเข้าใจไม่ได้ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบว่า สิ่งที่ตรัสรู้นั้นเท่ากับใบไม้ทั้งป่าทั้งดง แต่สิ่งที่นำมาสอนให้พวกเธอปฏิบัตินั้นกำมือเดียว ก็หมายถึง หลักที่ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดโดยความเป็นตัวตน หรือของตน นั่นเอง

( 16 ) ssenathee M - 49.49.63.67 - 15 Mar 2011 20:10 #3021894

ป้าดดดดดดดด

เจริญตา เจริญใจ

สาธุ

( 17 ) สาธุ - 61.7.177.252 - 15 Mar 2011 22:23 #3022085

=,ชมรม ตากล้อง ส่องธรรม สาธุ

( 18 ) ใหญ่ - 119.31.126.69 - 16 Mar 2011 14:24 #3022760

ขอบคุณครับ ชอบๆๆ

( 19 ) sorn2006 M - 118.173.129.195 - 16 Mar 2011 19:21 #3023146

ภาพสวยเลยดูภาพเพลิน แต่ไม่ใช่ไม่มีธรรมะในใจนะ (มีเหมือนกันแต่มีน้อย)

( 20 ) เลื่อมใส - 124.121.222.63 - 17 Mar 2011 17:01 #3024164
Reply Box

คุณยังไม่ได้ LOG IN


ชื่อ

Password


[ คำแนะนำการโพสต์ ]
upload รูปขนาด < 5 MB

ถ้ารูปอยู่ใน web แล้ว :
( ใส่ URL ของรูปได้เลย )