NEWS
Fujifilm จัด โฟโต้แรลลี่ ที่ดรีมเวิลด์ ร่วมกับ FM99 อสมท.
30 Jun 2014 โดย นายตากล้อง
Fujifilm Photo Rally ครั้งแรกกับการร่วมมือกันระหว่าง ฟูจิฟิล์ม กับ อสมท. FM.99 Active Radio จัดกิจกรรม “ฟูจิฟิล์ม โฟโต้ แรลลี @ ดรีมเวิลด์” จุใจกับประสบการณ์การถ่ายภาพกับกูรูชั้นนำของเมืองไทยถึง 4 ท่าน

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมพิเศษ ร่วมกับ อสมท. FM.99 Active Radio เพื่อผู้ใช้กล้องฟูจิฟิล์ม X-Series และ S-Series โดยเฉพาะ ทุกท่านที่เข้าร่วมงานได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การการแข่งขันโฟโต้ แรลลี พร้อมเรียนรู้การถ่ายภาพจากกูรูระดับมืออาชีพทั้ง 4 ท่านได้แก่ อาจารย์สงคราม โพธิ์วิไล พี่มดโฟโต้ไฟล์ คุณใหญ่ AV Camera และ บก.เค จาก Techno for Life พร้อมทั้งมีการแจกรางวัล อาทิ เครื่องพิมพ์ภาพ Instax Share SP-1 เครื่องพิมพ์ภาพขนาดเล็กปริ้นภาพทันที โดยการแข่งขันโฟโต้ แรลลี ครั้งนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความรู้แบบจัดเต็มจากกูรูมืออาชีพ ใครพลาดโอกาสดีๆในครั้งนี้ ต้องคอยติดตามข่าวสารได้ทาง http://www.fujifilm.co.th/

Sony เปิดตัว กล้องอัลฟ่า A77 II กล้อง RX100 III
19 Jun 2014 โดย นายตากล้อง
Sony Alpha A77 II Sony RX100 III บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด พร้อมเปลี่ยนประสบการณ์ และ มาตรฐานการถ่ายภาพอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ 2 รุ่นที่น่าสนใจ ประกอบด้วย กล้องอัลฟ่า DSLT รุ่น A77 II (อัลฟ่า 77 มาร์ค 2) กล้องไซเบอร์ช็อต รุ่น RX100 III (อาร์เอ็กซ์ 100 มาร์ค 3) กล้องคอมแพ็คไฮเอนด์ ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ใหญ่ขนาด 1 นิ้ว ทั้งนี้กล้องทุกรุ่น มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งาน ของผู้ใช้ทุกระดับ

กล้อง A77 II (Alpha77 mark2) – มาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่พัฒนา ขึ้นเพื่อการถ่ายภาพ ให้ภาพสุดคมชัดเฉียบคม ด้วยเซ็นเซอร์ Exmor CMOS (APS-C) 24.3 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผลภาพ BIONZ X ความเร็วสูงสุดล้ำ ด้วยการปฏิวัติระบบออโตโฟกัส ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีจำนวนจุดโฟกัส แบบ phase detection มากที่สุดในโลก ถึง 79 จุด และเป็นแบบกากบาท (Cross Type) ถึง 15 จุด ซึ่งให้ความแม่นยำสูงในการติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แม้ขณะกำลังบันทึกภาพที่ความเร็ว 12 ภาพต่อวินาทีสามารถบันทึกภาพต่อเนื่องได้ถึง 60 ภาพ เพิ่มความสะดวกสบายมั่นใจในระหว่างถ่ายภาพยิ่งขึ้นด้วยช่องมองภาพแบบ XGD OLED Tru-Finder ที่แสดงผล จากการปรับตั้งกล้อง ได้อย่างเที่ยงตรง และหน้าจอ LCD ที่สามารถปรับได้ 3 ทิศทาง และด้วยเซ็นเซอร์ APS-C ยังทำให้สามารถบันทึกวิดีโอ ความคมชัดระดับ Full HD 60p และ 24p ในฟอร์แม็ท AVCHD 2.0 กล้อง A77 II ยังมีความแม่นยำในการโฟกัส อย่างน่าประทับใจ เมื่อใช้กับเลนส์รูรับแสงกว้าง จากการที่วางพื้นที่โฟกัส F2.8 แนวนอนกลางเซ็นเซอร์ นอกจากนี้ ระบบโฟกัสยังมีประสิทธิภาพสูง แม้ในสถาพแสงน้อยถึง EV-2 (ISO10) สามารถเชื่อมต่อใช้งาน กับสมาร์ทโฟน และแท็บเลท สามารถแชร์ภาพ และวิดีโอได้อย่างสะดวก ผ่าน Wi-Fi และ NFC กล้อง A77 II จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ ราคาเฉพาะบอดี้ 39,990 บาท และ ชุดบอดี้พร้อมเลนส์ DT16-50mm F2.8SSM ราคา 59,990 บาท

กล้อง Cyber-shot RX100 III – อีกหนึ่งสุดยอดของ กล้องดิจิตอลคอมแพ็คท์ คุณภาพระดับเรือธง ในตระกูล RX ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก จนถึงล่าสุดในรุ่น RX100 III ที่ยังคงความโดดเด่น ด้วยขนาดที่กะทัดรัด แต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี เพื่อการถ่ายภาพมากมาย โดยล่าสุดมาพร้อมกับ เลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24 – 70 ม.ม. F1.8-2.8 ความไวแสงสูง สามารถถ่ายภาพ ในที่แสงน้อย ได้อย่างคมชัด มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1.0 นิ้ว แบบ Exmor R? back-illuminated CMOS ให้ภาพสุดคมชัด และสัญญาณรบกวนต่ำอย่างยิ่ง พร้อมด้วยหน่วยประมวล ผล BIONZ X? ความเร็วสูง เพิ่มความสะดวกสบาย ในการใช้งานด้วยช่องมองภาพ OLED Tru-Finder ในตัว แสดงภาพได้อย่างแม่นยำ และยังมีจอ LCD Screen ขนาด 3 นิ้ว ที่สามารถพับขึ้นลงปรับได้ 180 องศา และมุมก้มได้ 45 องศา สามารถถ่ายภาพตนเอง และมุมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง ในฟอร์แม็ท XAVC S ได้ สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟน และแท็บเลทและแชร์ภาพ และวิดีโอได้อย่างสะดวกผ่าน Wi-Fi และ NFC และยังมีคุณสมบัติ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้งานอื่น ๆ อีกมากมาย กล้อง Cyber-shot? RX100 III พร้อมวางจำหน่าย ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ศกนี้ ราคา 27,990 บาท

กล้อง Sony Alpha A6000 กับระบบออโต้โฟกัสที่เร็วที่สุดในโลก
07 May 2014 โดย นายตากล้อง
Sony Alpha A6000 VIP persons
Sony Alpha A6000 silver

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด นำโดย มร. คัตสุฮิโตะ ทาคาตะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ได้จัดงาน Alpha 6000 Press Preview เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัส และทดสอบประสิทธิภาพของกล้อง ในตระกูลอัลฟ่ามิเรอร์เลส รุ่นล่าสุด ILCE-6000 หรือ A6000 (อ่านว่า “อัลฟ่า 6000”) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี อันทรงประสิทธิภาพ ของระบบออโต้โฟกัส ที่มีความฉับไว เหนือกว่ากล้องดิจิอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ในตลาดขณะนี้ (เทียบกับกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ใช้ APS-C image sensor ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2557 ตามข้อมูลที่สำรวจโดยโซนี่) สามารถถ่ายภาพโฟกัสทันใจ โดยไม่พลาดในทุกรายละเอียด ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor APS HD CMOS ขนาด 24.3 ล้าน และชิปประมวลผลใหม่ BIONZ X processor พร้อมขุมพลังของระบบออโต้โฟกัสระบบ Fast Hybrid AF สามารถจับภาพได้อย่างคมชัด แม่นยำ และรวดเร็วเพียง 0.06 วินาที อีกทั้งยังยังมีระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ที่ครอบคลุมพื้นที่โฟกัสได้ถึง 179 จุด ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างทรงประสิทธิภาพของทั้ง 2 ระบบนี้ จึงส่งผลให้กล้องมีระบบออโต้โฟกัสที่เร็วที่สุด และยังสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 11 ภาพต่อวินาที จึงสามารถถ่ายภาพวัตถุที่เคลือนไหวอย่างรวดเร็วได้อย่างคมชัดแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ระบบ Fast Hybrid AF ในหมวดการถ่ายภาพวิดีโอได้ด้วย

กล้อง A6000 ยังโดดเด่นด้วยคุณสมบัติอันทรงประสิทธิภาพอื่น ๆ อีกมากมายที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ อาทิ ช่องมองภาพแบบอิเลคทรอนิคส์ OLED Tru-Finder™ ความละเอียดและคอนทราสต์สูง ให้รายละเอียดคมชัดด้วยส่วนประกอบของเลนส์แก้ความคลาดทรงกลม (Double Aspherical Lens) ถึง 4 ชิ้น สามารถดูภาพที่กำลังถ่ายได้ทันที เพื่อตรวจเช็คภาพที่มีการปรับแต่งค่า หรือเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งภาพที่เห็นจะตรงกับภาพที่ถูกถ่ายด้วยกล้อง การวางตำแหน่งปุ่มปรับควบคุมแบบหมุนด้านบนของตัวกล้อง ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วหมุนปรับค่าการทำงานของกล้องได้อย่างสะดวกสบายเหมือนใช้กล้อง DSLR อีกทั้งยังสามารถกำหนดค่าการทำงานใดก็ได้จากทั้งหมด 43 แบบให้แก่ 7 ปุ่มควบคุม รวมถึง 2 ปุ่มสำหรับการปรับแบบ custom โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังติดตั้งแฟลชในตัวเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

การส่งโอนภาพไปยังอุปกรณ์อื่น อาทิสมาร์ทโฟน แท็บเลต หรือไวโอ้ ยังสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วผ่านระบบ Wi-Fi หรือ NFC รวมถึงการเชื่อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้เป็นรีโมทคอนโทรลควบคุมการกดชัตเตอร์เพิ่อถ่ายภาพ รวมทั้งการใช้สมาร์ทโฟนเป็นหน้าจอในการดูภาพที่กำลังจะถ่ายได้อีกด้วย พร้อมทั้งรับประสบการณ์ที่สนุกสนานในการถ่ายภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิมเมื่อใช้ PlayMemories Camera Apps ซึ่งมีให้เลือกสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ทั้งแบบฟรี และซื้อเพิ่มเติม ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.sony.net/pmca/

กล้อง Alpha 6000 เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยมีให้เลือก 2 สี คือสีดำ และสีเงินไททาเนียม พร้อม 2 แพ็คเกจ รายละเอียดราคาจำหน่ายดังนี้ ILCE-6000L (Body + Lens 16-50mm) มีสีดำ และสีเงิน ราคา 27,990 บาท ILCE-6000Y (Body + Lens 16-50mm + 55-210mm) มีเฉพาะสีดำ ราคา 35,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

Olympus ชูกล้อง Mirrorless รุ่น OM-D E-M10 ตัวเล็กแต่ฤิทธิ์เยอะ เป็นหัวหอกทำตลาด ช่วงต้นปี 2014
10 Mar 2014 โดย นายตากล้อง
OM-D E-M10 silver
OM-D E-M10 ผู้บริหารเปิดตัว

Olympus ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดเกมรุกตลาดกล้อง เปิดตัวกล้อง Mirrorlessรุ่นใหม่ “OM-D E-M10” พร้อมชูจุดเด่นกล้อง Mirrorless ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ อัดแน่นด้วยสุดยอดเทคโนโลยี ระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยม

มร.ชินโช อิเคดะ กรรมการและผู้จัดการ แผนกผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมกล้อง Mirrorless “OM-D E-M10” รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นกล้องที่สามารถ ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ในตระกูล OM-D ที่อัดแน่นไปด้วย สุดยอดเทคโนโลยีล้ำสมัย ในขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติเด่นๆ จากรุ่นระดับสูงครบถ้วน อย่าง รุ่นE-M5 และ E-M1อาทิ ระบบเซ็นเซอร์ Live MOS ที่มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล หน่วยประมวลผลภาพ TruePic VII ที่ทำให้ภาพออกมาคุณภาพดีเยี่ยม มีความละเอียดสูง พร้อมด้วยโหมด high-sensitivity นอกจากนี้รูปทรงภายนอก ยังโดดเด่นด้วยขนาดที่บางเป็นพิเศษ กระทัดรัด แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นเลิศ ตอบสนองความรวดเร็ว และช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกความละเอียดสูง ให้ภาพถ่ายเสมือนจริง

“OM-D E-M10 นับเป็นกล้อง Mirrorless ระดับ SUPER PREMIUM SMALL ที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่เหนือคู่แข่ง ด้วยความโดดเด่นเรื่องการออกแบบ สามารถจับภาพได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ทุกช่วงเวลาเหนือกว่ากล้องรุ่นอื่น ๆ ที่เป็นไฮ-เอนด์ เชื่อว่าจะสามารถครองใจ คนรักการถ่ายภาพได้ไม่ยาก”

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว “กล้องคอมแพ็ค OLYMPUS STYLUS SP-100 EE” คุณสมบัติเหนือกว่าด้วยเลนส์ super high-powered zoom (24 มม -1200 มม2) ออปติคัลซูม 50x และถือได้ว่าเป็นกล้องดิจิตอลรุ่นแรกในโลก ที่มาพร้อมกับ built-in dot sight เพื่อให้การถ่ายภาพวัตถุระยะไกล เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพการถ่ายภาพดีเยี่ยมและตอบสนองรวดเร็ว ช่องมองภาพอิเล็คทรอนิก (EVF) ความละเอียดสูง และฟังก์ชั่นการถ่ายภาพยนตร์ 60 เฟรม แบบ Full HD และ Art Filter เพื่อเพิ่มพลังในการสร้างสรรค์ภาพ และ “กล้องดิจิตอลคอมแพ็ค ในซีรี่ส์ OLYMPUS STYLUS Tough TG-850” ซึ่งจะวางจำหน่ายในสิ้นเดือน มีนาคม 2557 เป็นกล้องที่มีคุณสมบัติพื้นฐานสำคัญ ด้านความทนทาน 4 ประการ ได้แก่ กันน้ำ/กันฝุ่น ทนต่อการกระแทก ทนต่ออุณหภูมิติดลบ และทนต่อแรงบีบอัด มาพร้อมกับเลนส์ super wide-angle ขนาด 21 มม และคุณสมบัติหลากหลาย เช่น จอ LCD ปรับเอียงได้แบบใหม่ เพื่อให้สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง ได้อย่างเต็มที่ มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

 ด้าน นางสาวภาธิณี เลี้ยงหิรัญกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯได้เตรียมงบประมาณทางการตลาดไว้กว่า 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสื่อสารทางการตลาดและกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบบีโลว์ เดอะไลน์ (below the line) และอโบพ เดอะไลน์ (above the line) เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งเน้น รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานกล้อง DSLR ทั่วๆ ไป รวมถึงการจัดกิจกรรมโรดโชว์ไปยังสถานที่ต่างๆ ตลอดทั้งปี โดยเชื่อว่าจะยังรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น อันดับ 1 และคาดว่าปีนี้เป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดกล้องของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า “OM-D E-M10” จะเป็นตัวขับเคลื่อนที่สร้างยอดขายกล้องในกลุ่ม Mirrorless เพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมา ขณะที่ปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นการทำกิจกรรมทางการตลาดมากขึ้น และเตรียมที่จะทยอยออกผลิตภัณฑ์กล้องที่มีสุดยอดเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง

“สำหรับภาพรวมของตลาดกล้องในปีที่ผ่านมานับว่าอยู่ในสภาวะทรงตัว สืบเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทิศทางตลาดในปีนี้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะผู้บริโภคเริ่มเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ และกำลังซื้อเริ่มกลับมา ถึงแม้ตลาดกล้องคอมแพ็คและDSLR อาจจะมีสัดส่วนที่ลดลงบ้าง แต่ตลาดกล้อง Mirrorless จะมีการเติบโตที่สูงขึ้น นับว่ามาเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของ DSLR นั่นเอง”

Nikon ท้าชิงตลาด กล้องคลาสสิค ออก Nikon Df ชน ด้วยภาพ Full Frame ระดับ D4
07 Nov 2013 โดย นายตากล้อง
Nikon Df Classic DSLR

Nikon ประกาศเปิดตัว Nikon Df กล้อง DSLR แบบฟูลเฟรมรุ่นล่าสุด ซึ่งผสานการทำงานระบบกลไกในการควบคุม แบบแป้นหมุน ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันใจเข้ากับความสามารถ ในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายคุณภาพสูง ภายใต้ระดับความไวแสง ที่หลากหลายในกล้อง Nikonแบบฟูลเฟรมที่เล็กและเบาที่สุด เพื่อความสะดวกสบายในการพกพา แป้นกลไกควบคุม ทำด้วยโลหะขนาดใหญ่ ด้านบนของตัวกล้องช่วยให้การปรับตั้งค่าต่างๆ สะดวกรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ภาพได้อย่างใจนึก ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการปรับตั้งค่าด้วยกลไกแบบปรับหมุนของ Nikon Df ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นการปรับตั้งค่าต่างๆ อย่างชัดเจน ได้แก่ ค่าความไวแสง ความไวชัตเตอร์ และค่าการชดเชยแสง จึงถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจ รวมไปถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนค่าการทำงานต่างๆ ได้ตลอดเวลา แม้กล้องจะปิดอยู่ก็ตาม

Nikon Df มาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพ FX-format CMOS (ความละเอียด 16.2 ล้านพิกเซล) และระบบประมวลผลภาพ EXPEED 3 เช่นเดียวกับที่ใช้ในกล้องNikon D4 ทำให้กล้องNikon Df สามารถสร้างสรรค์ภาพที่มีคุณภาพสูงภายใต้สภาวะแสงที่หลากหลาย รองรับระดับความไวแสงตั้งแต่ได้ ISO100 ไปจนถึง ISO12800 และยังสามารถรองรับ ช่วงขยายเพิ่มเติมตั้งแต่ ISO 50 ไปจนถึง ISO 204800 หากผู้ใช้ต้องการ กล้อง Nikon Df ช่วยให้ผู้ใช้หลุดพ้นจากข้อจำกัดเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลา สถานที่ หรือสภาวะแสงแบบใด ก็ตอบสนองจินตนาการ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างสรรค์ภาพถ่ายได้อย่างอิสระ

ยิ่งไปกว่านั้น Nikon Df ยังมาพร้อมกับเลนส์คิท AF-S NIKKOR 50 มม. f/1.8G (รุ่นพิเศษ) ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานกับกล้อง Nikon Df ซึ่งเป็นเลนส์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกับเลนส์ AF-S NIKKOR 50 มม. f/1.8G ซึ่งเป็นเลนส์ที่ยอมรับกันว่า มีประสิทธิภาพด้านชิ้นเลนส์สูงในขนาดกระทัดรัดน้ำหนักเบา โดยออกแบบภายนอกให้เข้ากันกับกล้องNikon Df โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวลายหนังคุณภาพสูง วงแหวนโลหะอลูมิเนียมสีเงิน และวงแหวนปรับโฟกัสที่หมุนได้เช่นเดียวกับเลนส์แมนนวล นอกจากนี้โครงสร้างชิ้นเลนส์ยังประกอบด้วยชิ้นเลนส์แอสเพอริคัล ที่ช่วยให้ภาพคมชัดและฉากหลังเบลออย่างสวยงาม เลนส์ความไวแสงสูงที่มาในขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบาตัวนี้ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพหลากสไตล์ ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับกล้องNikon Df ได้อย่างชาญฉลาด

ไม่เพียงเท่านี้ กล้อง Nikon Df ยังสามารถพับก้านวัดแสง (metering coupling lever) เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ non-AI ได้อีกด้วย ในขณะที่กล้อง Nikon Df ใช้เม้าท์Nikon F ซึ่งเป็นเมาท์มาตรฐานเดียวกันตั้งแต่เริ่มผลิตกล้องNikon SLR ตัวแรก จึงสามารถใช้เลนส์ NIKKOR รุ่นก่อนๆ ร่วมกับกล้องรุ่นนี้ ช่วยตอบสนองจินตนาการในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้อย่างหลากหลาย

>>> อ่านข่าวต่อ คลิ๊กตรงนี้ •

Canon เผยโฉม PowerShot G16 “สปีดเร็ว สเปคแรง”
09 Oct 2013 โดย นายตากล้อง
Canon PowerShot G16

Canon เปิดตัวกล้อง PowerShot G16 กล้องดิจิตอลคอมแพ็คโปรระดับพรีเมี่ยม รุ่นท็อปคลาสล่าสุดในตระกูล G series ที่ทุกคนรอคอย กับที่สุดแห่งเทคโนโลยี “สปีดเร็ว สเปคแรง” จากแคนนอนพัฒนาใหม่ทั้งระบบ เสริมแกร่งด้วยชิ ปประมวลผล DIGIC 6 จับโฟกัสเร็วแม่นยำใน 0.1 วินาที ถ่ายภาพความละเอียดสูงต่อเนื่องเร็วสุด 12 เฟรมต่อวินาที มี Wi-Fi ในตัวสะดวกแชร์ไฟล์ เพิ่มลูกเล่นโหมดถ่ายภาพออโต้แบบใหม่ ทั้งโหมด Star โหมด HDR โหมด Background Defocus และคุณสมบัติอีกมากมายที่ตอบโจทย์การถ่ายภาพได้ทุกสไตล์ ช่วยให้ได้ภาพสวยแบบมืออาชีพได้อย่างง่าย ดาย ราคาเพียง 16,900 บาท โปรโมชั่นช่วงเปิดตัว! รับฟรีเคสหนังพร้อมสายคล้องกล้องครบชุด (นำเข้ารุ่นพิเศษ) และ SD Card 4GB

ใหม่ .. ระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง 0.1 วินาที /ถ่ายภาพต่อเนื่อง 12.2 เฟรมต่อวินาที
ด้วยขุมพลังของชิปประมวลอัจฉริยะ DIGIC 6 ใหม่ล่าสุด ทำให้กล้อง PowerShot G16 มีสมรรถนะสูงขึ้นทุกด้าน จนขึ้น แท่นเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพ็คที่ทรงพลังด้านความเร็วมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของแคนนอนในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งระบบ Auto Focus ความเร็วสูงใช้เวลาเพียง 0.1 วินาที ขณะเดียวกันยังช่วยให้ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงในโหมด P ได้มากขึ้นเป็น 12.2 เฟรมต่อวินาที และ 5.7 เฟรมต่อวินาทีแบบเปิดระบบออโต้โฟกัส โดยทุกช็อตเป็นไฟล์คุณภาพสูง ไม่มีสะดุด ช่วยให้ไม่พลาดทุกเสี้ยววินาทีสำคัญ

ใหม่ .. High-Speed Burst HQ จับภาพวัตถุเคลื่อนไหวความเร็วสูงแบบต่อเนื่อง
เหมาะสำหรับการถ่ายภาพกีฬา ภาพแอ็คชั่น ที่ต้องการความแม่นยำ โดยถ่ายภาพในโหมดนี้ได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 12.2 เฟรมต่อวินาที

ใหม่ .. ชิปประมวลผล DIGIC 6 เซ็นเซอร์, CMOS 12.1 ล้านพิกเซล, ISO 80 - 12800
ระบบ HS System ที่ผสมผสานการทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์รับภาพความไวแสงสูง CMOS ขนาด 1/1.7 นิ้ว ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล และชิปประมวลผล DIGIC 6 ในกล้อง PowerShot G16 ช่วยให้ได้ภาพได้สวยงามคุณภาพดีทั้งการ ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ลดสัญญาณรบกวนภาพได้ดีขึ้นแม้อยู่ในที่มืด โดยตั้งค่า ISO ได้สูงสุดถึง 12800

ใหม่ .. โหมด STAR ปรากฏการณ์ใหม่ของกล้องคอมแพ็ค
ที่ช่วยให้ผู้ใช้เก็บภาพความทรงจำของหมู่ ดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ด้วยกล้องคอมแพ็คเพียงตัวเดียวกับขาตั้งกล้อง โดยไม่ต้องพึ่งเลนส์เสริมหรือตั้งค่ากล้องอื่นๆ ให้ยุ่งยาก ทำได้ทั้งถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ โดยมีรูปแบบบันทึกให้เลือก 3 โหมด ได้แก่
Star Nightscape สำหรับถ่ายท้องฟ้ายามค่ำคืนให้เห็นหมู่ดาวชัดเจน โดยกล้องจะแบ่งพื้นที่ภาพเป็นหลาย ส่วนเพื่อปรับแสงให้พอดีที่สุด
Star Trails สำหรับบันทึกเส้นทางการเคลื่อนไหวของหมู่ดาว ที่กล้องจะบันทึกต่อเนื่องด้วยความเร็ว ชัตเตอร์ต่ำเพื่อสร้างภาพเส้นแสงแสดงการเคลื่อนที่ของดวงดาว โดยที่ส่วนสว่างที่จะถูกผสมกลนกลืนเข้าด้วยกันและ สร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพสมบูรณ์เพียงภาพเดียว สามารถตั้งเวลาบันทึกภาพแบบออโต้ได้ตั้งแต่ 10 นาที ถึง 2 ชั่วโมง
Star Time-Lapse Movie สำหรับสร้างวิดีโอแสดงการเคลื่อนที่ของดวงดาว โดยกล้องจะถ่ายภาพนิ่ง ของดวงดาวที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องนาทีละ 1 ครั้งในรูปแบบ Full HD ที่ความเร็ว 15 เฟรมต่อวินาที ก่อนนำมา รวมเข้าด้วยกันเป็นไฟล์วิดีโอเดียว ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกบันทึกภาพนิ่งได้ตามต้องการอีกด้วย

ใหม่ .. แชร์ภาพสะดวกทันใจด้วย Built-in Wi-Fi เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ กล้อง PowerShot G16 ติดตั้งเทคโนโลยี Wi-Fi ในตัวกล้อง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ท โฟนทั้งระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android ช่วยให้สาวกตัวจริงของเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์คสนุกกับกับอัพโหลดแชร์ ภาพสวยหรือไฟล์วิดีโอคมชัดบนเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ยูทูป อวดเพื่อนๆ แบบทันใจ ผ่านแอพพลิเคชั่นฟรี ‘CameraWindow’ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ไฟล์ภาพจากกล้องไปยังแท็ปเลต คอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้นเตอร์ หรือแม้แต่กล้องดิจิตอลWi-Fi แคนนอนอื่นๆ ได้แบบไร้สายอีกด้วย

สัมผัสประสิทธิภาพความเร็วและแรงของกล้อง PowerShot G16 ด้วยตัวคุณเองได้ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ที่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ ในราคาเครื่องละ 16,900 บาท ฟรีเฉพาะโปรโมชั่นช่วงเปิดตัว!! เคสห นังพร้อมสายคล้องกล้องครบชุดนำเข้ารุ่นพิเศษ และ SD Card 4 GB ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม หรือจนกว่าของจะหมด

Canon เปิดแคมเปญใหม่ ‘Be You Be PIXMA’ รองรับ Social Life เต็มรูปแบบ พร้อม ‘โดม ปกรณ์ ลัม’
17 Sep 2013 โดย นายตากล้อง
Canon PIXMA be Beyond in Printing โดม ปกรณ์ ลัม

Canon ตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่ง ของวงการในฐานะผู้นำตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็ทในประเทศไทย 13 ปีซ้อน เผยแผนรุกตลาด ครึ่งปีหลัง เปิดตัวทัพสินค้าเครื่องพิมพ์ตระกูล PIXMA ใหม่คึกคัก ในงาน Canon PIXMA be Beyond in Printing ชูจุดเด่นเรื่องของ Social Printing การสั่งงาน Application สุดล้ำ มอบอิสรภาพไร้ขอบเขตทุกงานพิมพ์ให้สะดวกทุกที่ทุกเวลาและ ง่ายกว่าที่เคย ผ่านระบบ Wi-Fi และ Cloud Printing ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ ยุคออนไลน์สุดล้ำทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Impossible Style” ดึงหนุ่มสุดเทรนดี้หล่อขั้นเทพ “โดม ปกรณ์ ลัม” มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ จับกระแสคนรุ่นใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มั่นใจดันยอดขายครองแชมป์อันดับหนึ่ง ต่อเนื่อง

มร. วาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปีผ่านมาถือเป็นปีที่ประสบ ความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับ Canon หลังจากสร้างสถิติใหม่มียอดขายรวม 10,248 ล้าน บาท ในจำนวนนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ ซิสเต็ม โปรดักส์ ที่ประกอบด้วย พรินเตอร์และอุปกรณ์ พรีเซ็นเตชั่น เติบโตขึ้นถึง 12% ด้วยยอดขายตลอดปีรวม 3,201 ล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์พรินเตอร์อิงค์เจ็ทตระกูล PIXMA เป็นตัวนำ ส่งผล ให้ Canon ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งในตลาดเซ็กเม้นต์นี้ต่อเนื่องจนก้าวมาถึงปี ที่ 13 ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 60.8% (สรุปจากครึ่งปีแรกของปี 2556)”

“ความสำเร็จของ Canon เกิดจากความมุ่งมั่นไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าว ล้ำ สามารถตอบสนองรูปแบบวิถีชีวิตส่วนตัวและการทำงานของผู้บริโภคที่มีการ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันที่การใช้งาน อุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์โซเชียล เน็ตเวิร์คได้ กลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ของคนยุคนี้ อันเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ทำให้ Canon วาง แนวทางการพัฒนาโดยนำเทคโนโลยี Wi-Fi เข้ามาเพื่อสอดรับกับแนวโน้มตลาด ไม่ว่าจะ เป็นการเปิดตัวเทคโนโลยี PIXMA Wi-Fi ทำให้พรินเตอร์สั่งพิมพ์งานแบบไร้สายได้ใน ปี 2553 และระบบ PIXMA Cloud Printing ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้ใช้งาน สั่งพิมพ์งานจากที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ในโลกผ่านระบบ Cloud Printing ในปี 2555”

“ล่าสุด Canon พร้อมแล้วที่จะก้าวไปอีกขั้นกับครั้งแรกเทคโนโลยี PIXMA Cloud Link พัฒนาใหม่ล่าสุดและระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ทำให้พรินเตอร์ PIXMA ตอบสนองการ สั่งพิมพ์คอนเทนต์ออนไลน์ทั้งเอกสารและรูปภาพที่ถูกเก็บไว้บนบริการคลาวด์ต่างๆ และโซเชียล เน็ตเวิร์คได้อย่างเต็มรูปแบบ จึงมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ความต้องการผู้ ใช้ยุคใหม่ทุกไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและต้องการความสะดวกในการใช้งานทุก ที่ทุกเวลาได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Canon คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถครองอันดับหนึ่งของตลาดอิงค์เจ็ทได้อย่างต่อเนื่อง” มร.วาตารุ กล่าว

โดยเมื่อช่วงกลางปี 2556 Canon ได้ออกแคมเปญ “Be You, Be PIXMA เป็นคุณทุกสไตล์พริ้นต์” เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกพรินเตอร์ไปใช้งานได้ อย่างตรงใจ และเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด โดยทาง Canon มีพรินเตอร์ให้เลือกถึง 3 แบบ

PIXMA Life ตอบรับไลฟ์สไตล์สุดเทรนดี้ เจาะกลุ่มผู้ใช้ยุคใหม่ที่ชื่น ชอบเทคโนโลยีทันสมัย สนุกกับการพริ้นต์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ความสนุกและถ่าย ทอดตัวตนบนโลกออนไลน์
>>> อ่านข่าวต่อ คลิ๊กตรงนี้ •

Nikon จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ประจำปี Nikon Day 2013
22 Aug 2013 โดย นายตากล้อง
Nikon Day 2013 สยามพารากอน บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด งานนิคอน เดย์ 2013 (Nikon Day 2013) งานรวมพลคนรักนิคอนและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ สุดยิ่งใหญ่ประจำปี อัดแน่นด้วยกิจกรรมเพื่อคนรักการถ่ายภาพ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษสุดในรอบปี ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ากว่าแสนบาท สำหรับสาวกนิคอนที่นำกล้องนิคอนรุ่นใดก็ได้มาลงทะเบียน ขณะที่ลูกค้าที่ซื้อกล้องภายในงาน นอกจากจะได้รับของสมนาคุณมากมายแล้ว ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์มูลค่ากว่า 8,000 บาทขึ้นไป ยังมีสิทธิ์ลุ้นร่วมทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพประเทศญี่ปุ่น พร้อมของรางวัลพิเศษจาก Nikon มูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาท

“ทุกๆ ปี นิคอน จัดงาน Nikon Day ขึ้น เพื่อให้เป็นกิจกรรมสำหรับผู้ที่รักในการถ่ายภาพ โดยภายในงาน เราเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงาน ได้สัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเราได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังจัดโปรโมชั่นพิเศษมากมายสำหรับผู้ซื้อสินค้า Nikon ภายในงาน นอกจากนี้ Nikon ยังได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงเทคนิคการถ่ายภาพในแขนงต่างๆ กับกูรูชื่อดังของเมืองไทย ” มร. เคนจิ คุมากิ ประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

นอกจากนี้ ทาง Nikon ยังจัดให้มีมุมทดสอบเลนส์ NIKKOR ที่ผู้เข้าชมงานสามารถทดลองผลิตภัณฑ์เลนส์ NIKKOR ได้อย่างจุใจอีกด้วยและเพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ใช้กล้อง Nikon บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมพิเศษ มอบโชคให้กับผู้ใช้ Nikon ที่นำกล้อง Nikon รุ่นใดก็ได้มาลงทะเบียน ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ากว่าแสนบาท

สำหรับลูกค้าที่ซื้อกล้องภายในงาน นอกจากจะได้รับของสมนาคุณพิเศษมากมายจาก Nikon ยังสามารถลุ้นรับโชคต่อที่สองกับรายการโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับลูกค้าทั่วประเทศ เมื่อซื้อกล้อง เลนส์ หรือกล้องส่องทางไกล มูลค่าต่อชิ้นตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์ลุ้นร่วมทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพประเทศญี่ปุ่น พร้อมของรางวัลพิเศษจาก Nikon มูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านบาท

มร. คุมากิ ยังกล่าวอีกว่า Nikon จะยังคงมุ่งมั่นในการทำการตลาดในประเทศไทย โดยจะจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านทางกิจกรรมทางการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะด้านการถ่ายภาพแก่นักเรียน นักศึกษา อาทิ การจัดอบรมการถ่ายภาพ และการจัดประกวดภาพถ่ายรายการต่าง ๆ

“นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จะยังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างไม่หยุดยั้งในการเสริมความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์และการบริการสู่ผู้บริโภค เพื่อตอกย้ำสถานะของ “ Nikon ” ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ด้วยการเป็นตัวแทนในการนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับโลก ที่ผู้ใช้ภาคภูมิใจ” มร. คุมากิ กล่าว งาน Nikon Day 2013 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 สิงหาคม 2556 ณ บริเวณลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน

Samsung เปิดตัว Galaxy S4 Zoom กล้องมือถือรุ่นใหม่
03 Aug 2013 โดย นายตากล้อง
Samsung เปิดตัว Galaxy S4 Zoom

ซัมซุงชวนสัมผัสประสบการณ์อีกระดับแห่งสมาร์ทโฟน กับ “ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Talk & Zoom ครั้งแรกของสมาร์ทโฟนที่ซูมได้ถึง 10 เท่า ผสานความลงตัวของสมาร์ทโฟน และกล้องถ่ายรูปไว้ในเครื่องเดียว โดยงานนี้ซัมซุง ได้จัดทริปให้ผู้เข้าร่วมทริป เพลิดเพลินไปกับกลิ่นอายเมืองปารีส ณ มิโมซ่า พัทยา พร้อมเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพระดับโปรด้วยสมาร์ทโฟน และฝึกปรือฝีมือการถ่ายภาพ กับนางเอกหน้าหวานและนางร้ายหน้าสวย จากซีรีส์ยอดฮิตสุภาพบุรุษจุฑาเทพ มิ้นต์ ชาลิดา และเอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มาโพสต์ท่าสวย เป็นแบบให้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม (Samsung Galaxy S4 Zoom) นั้นถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของซัมซุง ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันเรามักจะเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยม นำสมาร์ทโฟนมาใช้ในการถ่ายภาพ แทนการพกพากล้องคอมแพค เวลาไปท่องเที่ยวในที่สถานต่างๆ เนื่องจากสมาร์ทโฟนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องพกติดตัวไว้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ยังสามารถแต่งภาพด้วยแอพพลิเคชัน และแชร์ภาพความประทับใจผ่านสื่อต่างๆ ได้โดยทันที ซึ่งคุณภาพของภาพถ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ด้วยความเข้าใจผู้บริโภคตรงจุดนี้ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูมจึงได้รับการพัฒนาขึ้น จากการผสมผสานรูปลักษณ์อันน่าหลงใหล รวมถึงความสามารถ และคุณสมบัติด้านการเชื่อมต่อชั้นยอดจากกาแล็คซี่ เอส 4 อันเป็นที่กล่าวขาน กับคุณสมบัติของการถ่ายภาพชั้นสูง ของกล้องถ่ายรูปคอมแพคเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ”

ในทริปนี้ ผู้ร่วมทริปจะได้ร่วมเปิดประสบการณ์ “Talk & Zoom” และเรียนรู้วิธีการใช้งานซัมซุง กาแล็คซี่เอส 4 ซูม ผ่านฐานกิจกรรมที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศจำลองเมืองปารีส ณ มิโมซ่า พัทยา ที่ได้เนรมิตกลิ่นอาย ของสุดยอดเมืองท่องเที่ยวของโลก ให้ผู้เข้าร่วมทริปนี้ได้สัมผัส บอกต่อเพื่อนและเก็บภาพความประทับใจผ่านซัมซุงกาแล็คซี่ เอส 4 ซูม โดยงานนี้ เริ่มด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมทริปได้ฝึกปรือฝืมือการถ่ายภาพก่อนลงสนามจริง กับช่างภาพมืออาชีพที่มาเผยเทคนิคการถ่ายภาพด้วยซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ซึ่งนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนแล้ว ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกล้องอันโดดเด่นที่ช่วยให้เหล่าสาวกสมาร์ทโฟน กลายเป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ด้วยเลนส์ซูมแบบออพติคอล 10 เท่า พร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็ใกล้กันได้มากขึ้น และคมชัดทุกรายละเอียด แถมด้วยเซนเซอร์รับภาพแบบบีเอสไอ ซีมอส (BSI CMOS) ช่วยให้กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม สามารถบันทึกภาพได้ดีในทุกสภาพแสง ยิ่งไปกว่านั้น กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ยังมีระบบกันภาพสั่นไหวแบบโอไอเอส (OIS- Optical Image Stabilizer) เพื่อลดการสั่นไหวของภาพ ช่วยให้บันทึกภาพได้อย่างคมชัด และช่วยให้การถ่ายภาพ หรือบันทึกวีดิโอขณะทำการซูมเข้ามีความคมชัดมากขึ้น

ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูมมีคุณสมบัติแบ่งปันภาพถ่ายขณะสนทนา (In-Call Photo Share) ซึ่งจะช่วยบันทึกภาพและส่งภาพไปหาผู้อื่นทางข้อความมัลติมีเดีย (MMS) ได้ทันที พร้อมฟังก์ชัน Smart Mode ที่ตั้งค่าอัตโนมัติให้ถ่ายภาพได้เสมือนมือโปร ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ โหมดถ่ายภาพใกล้ (Macro) โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Action Freeze) อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เช่น Beauty Face ปรับรูปหน้าให้สวยใสในเวลาเพียง 3 วินาที หรือฟิลเตอร์ Fish Eye ที่มีให้ในกล้อง โดยไม่ต้องพึ่งแอพพลิเคชันเสริม หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ

หลังจากผู้ร่วมทริปได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพ และทำความรู้จักกับซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม กันมากขึ้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่เหล่าผู้ร่วมทริปต้องลงสนามจริง ซึ่งฐานแรกเป็นกิจกรรมที่ผู้ร่วมทริปต้องถ่ายภาพจากระยะไกล โดยปล่อยให้เหล่าผู้ร่วมทริป ได้มองผ่านกล้อง เพื่อส่องหาสองนักแสดงสาวสวย จากซีรีส์ยอดฮิตสุภาพบุรุษจุฑาเทพ มิ้นต์ ชาลิดา และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่มาเป็นนางแบบให้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีฐานกิจกรรมฝึกฝืมือ การถ่ายภาพให้ผู้เข้าร่วมทริปร่วมสนุก อีกมากมายเพื่อแชร์ภาพต่างๆ ส่งต่อถึงความประทับใจกับทริปครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพไอศกรีมส่งต่อให้เพื่อนๆ น้ำลายไหล หรือถ่ายภาพดอกไม้บอกต่อความในใจสำหรับคนพิเศษอีกด้วย

Nikon ฉลองครบรอบ 80 ปีเลนส์ NIKKOR
28 Jun 2013 โดย นายตากล้อง
Nikon ฉลอง 80 ปี เลนส์ Nikkor

80 ปีแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมสมบูรณ์แบบ

นำเสนอสุดยอดเลนส์เด่น AF-S NIKKOR 24-70mm. f/2.8G ED ฟอร์แมต FX เลนส์ซูมมาตรฐาน ที่มืออาชีพเลือกใช้

นอกจากจะเป็นที่รู้จักในฐานะ ผู้นำด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว เลนส์ NIKKOR ยังได้รับการยอมรับในฐานะเลนส์ถ่ายภาพชั้นนำระดับโลกมา ตั้งแต่สมัยที่ยังจดทะเบียนการค้า ภายใต้ชื่อ Aero-Nikkor ในปี 2475 ตลอดระยะเวลา 80 ปี แห่งการสร้างสรรค์ สิ่งที่สมบูรณ์แบบ NIKKOR ยึดมั่นในประเพณีการผลิต ที่ผสมผสานประณีต เข้ากันกับการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง จนกระทั่งมียอดการผลิตเลนส์ NIKKOR รวม 80 ล้านชิ้นในเดือนมิถุนายน 2556 ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี ของเลนส์ NIKKOR นิคอนขอนำเสนอสุดยอดเลนส์เด่น ตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา โดยเลนส์ตัวแรกที่เราจะพูดถึง ได้แก่ เลนส์ AF-S NIKKOR 24-70mm. f/2.8G ED ฟอร์แมต FX, เลนส์ซูมมาตรฐานที่มืออาชีพเลือกใช้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความมุ่งมั่นในการผลิตอันพิถีพิถันของ NIKKOR

80 ปี เลนส์ NIKKOR 80 ปีแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ

ตลอดระยะว่า 80 ปีที่ผ่านมา NIKKOR มุ่งมั่นผลิตเลนส์ สำหรับการถ่ายภาพ ด้วยความพิถีพิถันเสมอมา โดยเลนส์ NIKKOR ทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพ อย่างเคร่งครัดโดยช่างผู้ชำนาญการเท่านั้น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และในช่วงยุค 80 นิคอนได้กลายเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมจากการพัฒนา Stepper สำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งต้องการความแม่นยำสูง โดยสิ่งนี้ ได้นำนิคอนไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆด้วยคือ การโค้ทผิว Nano Crystal Coat เนื่องจากในการประกอบเลนส์ แต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งต้องการความแม่นยำอย่างมากโดย Stepper เพื่อให้มีความคมชัดสูง แต่จากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่มากของเลนส์ ทำให้แสงที่เข้าสู่บริเวณขอบเลนส์ทำมุมมากตามไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่ยากในการลดแสงสะท้อนทั้งหมด ด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้ Nano Crystal Coat เกิดขึ้น และทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการออกแบบเลนส์ถ่ายภาพในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยการทำให้ชิ้นเลนส์ที่เกือบเป็นทรงกลมมีแสงเข้า ที่ส่วนขอบเลนส์ ในมุมที่เกือบเท่ากับกลางเลนส์ ซึ่งด้วยการโค้ทเลนส์แบบเดิม จะไม่สามารถช่วยลดแสงสะท้อนได้ทั้งหมด

มร. อิสเซอิ ทานากะ (Issei Tanaka) ได้นำเสนอแนวความคิดในการนำเทคโนโลยีการเคลือบผิวเลนส์ด้วยนาโนคริสตัลมาใช้สำหรับเลนส์ NIKKOR แม้ว่าในขณะนั้น วิศวกรส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเทคโนโลยีการเคลือบผิวเลนส์ด้วยนาโนคริสตัลที่ใช้ในแสงอุลตร้าไวโอเลต ไม่สามารถนำมาใช้กับเลนส์ถ่ายภาพ และเทคโนโลยีการเคลือบผิวเลนส์ด้วยนาโนคริสตัล ก็ใช้ได้ผลกับเลนส์ถ่ายภาพจริงๆ และหลายปีหลังจากนั้น นิคอน ก็สามารถนำเทคโนโลยีการเคลือบผิวเลนส์ด้วยนาโนคริสตัลมาใช้กับเลนส์ NIKKOR ได้สำเร็จในปี 2547

>>> อ่านข่าวต่อ คลิ๊กตรงนี้ •

<< Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 Next >>

Content Management Powered by CuteNews
แจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ ได้ที่