NEWS

Canon ยกทัพสินค้าคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการในงานบีโอไอแฟร์ 2011
แคนนอนเผยโฉมสุดยอดนวัตกรรมและสินค้าคุณภาพที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนไทย พร้อมอวดเทคโนโลยีออฟฟิศแห่งอนาคต ด้วยโซลูชั่นอัจฉริยะที่จัดแสดงอย่างตื่นตาตื่นใจกับการจำลองโลกแห่งอวตาร และไฮไลท์พิเศษจากแคนนอนด้วยเลนส์ซูมระยะไกลที่มีความยาวที่สุดในโลกให้ผู้เข้าชมได้ทดสอบประสิทธิภาพ ณ แคนนอน พาวิลเลี่ยน ภายในงานบีโอไอ แฟร์ 2011 ตั้งแต่วันที่ 5 20 มกราคม 255 บริเวณริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
นายวาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการ บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์)จำกัด กล่าวว่า “แคนนอน ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตอุปกรณ์มัลติมีเดียระดับโลก พร้อมเปิดโลกนวัตกรรมให้กับผู้สนใจทุกคนเข้าชมในงานบีโอไอแฟร์ 2011เพื่อสะท้อนให้เห็นถึง 17 ปีที่แคนนอน ประเทศไทย ได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนไทยทุกคน ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี และการยืนหยัดเคียงข้างอยู่คู่สังคมไทยในทุกช่วงเวลาสำคัญ”
ทั้งนี้ แคนนอนเข้าร่วมจัดแสดงในงานบีโอไอ แฟร์ ภายใต้แนวคิด “One for All Delight” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและสินค้าคุณภาพที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมด้วยบริการอันเป็นเลิศควบคู่กับการตอบแทนกลับคืนสู่สังคม บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจกับ 8 โซนของแคนนอน พาวิลเลี่ยน ประกอบด้วย
- โซนเฉลิมพระเกียรติ จัดแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ทางแคนนอนได้รับเกียรติในการเข้าร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 และภาพพระราชกรณียกิจในโครงการหลวงที่ได้รับประทานอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษจาก ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
- โซนแคนนอน ไฮเทค นำเสนอโรงงานฐานการผลิตหลักของแคนนอนในประเทศไทยที่ส่งออกเครื่องอิ้งค์เจ็ท พรินเตอร์ไปทั่วโลก พร้อมด้วยการเปิดโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดนครราชสีมา
- Delight of Wonder จำลองโลกของอวตาร เพื่อให้ผู้สนใจทดลองประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ผ่านการถ่ายภาพภายใต้บรรยากาศแบบแฟนตาซีเต็มรูปแบบ
- Delight of Leisure สัมผัสโลกของการจัดการภาพในบรรยากาศร้านค้าสบายๆ ให้ผู้สนใจได้สนุกสนานกับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นการจัดภาพต่างๆจากแคนนอน เช่น Mini-theatre, Wedding studio, Printing shop ที่ให้คุณพิมพ์ภาพได้ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่รวมถึงเครื่องพิมพ์หน้ากว้าง ที่ช่วยสร้างความแตกต่างและโอกาสทางธรุกิจได้หลากหลายรูปแบบ แม้เพียงหนึ่งก็ทำได้เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ (Print on Demand) ไม่ว่าจะเป็นPhoto Book, Diary, โปสการ์ด, โปสเตอร์, นามบัตร, บัตรเชิญ, ปฏิทิน, แผ่นพับ, ใบปลิว, คู่มือสินค้า หรือหนังสือของตัวเอง เป็นต้น
- Delight of Simplicity เทคโนโลยีออฟฟิศแห่งอนาคต คำตอบของการจัดการเอกสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกสำนักงาน ด้วยซอร์ฟแวร์อัจฉริยะ Canon Cloud Connect uniFLOW และ Therefore ผ่านเครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชันของแคนนอน
- Delight of Living พบกับ 4 ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบันที่ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและอิสระมากขึ้น โดยมีหลากหลายผลิตภัณฑ์จากแคนนอนเข้าไปเติมเต็มให้ไลฟ์สไตล์ของทุกคนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
- โซนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) นำเสนอการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคมกับโครงการพลังงานสีขาว เพื่อโลกสีเขียว โดยแคนนอน โครงการที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากกังหันลม พลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดด้วยเทคโนโลยีกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทย โดยติดตั้งและสาธิตการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกังหันลมตัวจริงไว้ด้วย
- Delight of Exposure (จุดชมวิว) ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของพาวิลเลี่ยนซึ่งมีแค่ที่แคนนอน พาวิลเลียนที่เดียว โดยติดตั้งกล้องและเลนส์ซูมระยะไกล “Super Telephoto” ของแคนนอนที่มีความยาวที่สุดในโลก เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถชมและถ่ายภาพบรรยากาศงานบีโอไอแฟร์ 2011 ในมุมสูงได้
ผู้สนใจร่วมสัมผัสนวัตกรรมสินค้าและคุณภาพ พร้อมด้วยบริการที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนไทยทุกคนผ่าน 8 โซนในพาวิลเลี่ยนของแคนนอน ภายในงาน บีโอไอ แฟร์ 2011 ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 20 มกราคม 2555 ณ บริเวณริมทะเลสาบ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
Nikon เผยโฉม D4 กล้อง DSLR แบบฟูลเฟรมรุ่นใหม่
กรุงเทพฯ 6 มกราคม 2555 นิคอน ประกาศเปิดตัว Nikon D4 กล้อง DSLR เซ็นเซอร์แบบ ฟูลเฟรมรุ่นใหม่ล่าสุด ความละเอียด 16.2 ล้านพิกเซล ประมวลผลอย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วย EXPEED 3 เปี่ยมประสิทธิภาพในการงานด้วย ISO 204800 จับโฟกัสได้อย่างแม่นยำด้วยระบบออโต้โฟกัส 51 จุด และ Advanced Scene Recognition System ตอบโจทย์ความต้องการในการถ่ายภาพระดับมืออาชีพด้วยฟังก์ชั่นที่หลากหลาย
มร. เคนจิ คุมาคิ ประธาน บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา นิคอนได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR รุ่น D3 ซึ่งเป็นรุ่นเด่นในระดับกล้องมืออาชีพ มีการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์รับภาพ FX-format CMOS image sensor แบบใหม่ซึ่งพัฒนาโดยนิคอน ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็น รุ่น D3X และรุ่น D3S ในปีต่อมา ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของกล้อง Nikon D3 ทำให้คว้ารางวัลต่างๆ จากวงการกล้องถ่ายภาพ ในฐานะกล้องที่มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือระดับ ทั้งยังได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักถ่ายภาพระดับมืออาชีพและกลุ่มมือสมัครเล่นที่มีฝีมือขั้นสูง และในวันนี้ นิคอนได้พัฒนากล้องรุ่น D4 โดยอาศัยความสำเร็จของการทำงานขั้นพื้นฐานของกล้องรุ่น D3 โดยเพิ่มเติมในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานและฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพมืออาชีพและกลุ่มมือสมัครเล่นที่มีฝีมือขั้นสูง ส่งผลทำให้กล้องดิจิตอล SLR รุ่นใหม่นี้ได้ขยายขอบเขตฟังก์ชั่นการทำงานและประสิทธิภาพการทำงานที่มีความคล่องตัวที่เหนือกว่าอีกระดับ”
Nikon D4 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS แบบฟูลเฟรม ขนาด 36.0 × 23.9 มม. ระบบประมวลผลความเร็วสูง EXPEED 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อมไปด้วยสุดยอดความสามารถและฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ให้ภาพที่มีความละเอียดสูงสุด 16.2 ล้านพิกเซล อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดของทุกอณูภาพ ทำงานด้วยความเร็วสูง ให้คุณภาพของภาพที่เหนือกว่า ภายใต้ความหลากหลายของสภาพแสง ด้วยช่วงของความไวแสงมาตรฐานที่ ISO 100 ถึง ISO 12800 และสามารถขยายช่วงความไวแสงเพิ่มเติมขึ้นไปอีกจาก ISO 50 ถึง ISO 204800
เซ็นเซอร์วัดแสง RGB รุ่นใหม่ขนาด 91,000 พิกเซล สนับสนุนระบบ Advanced Scene Recognition System ซึ่งสามารถตรวจจับใบหน้าบุคคลผ่านช่องมองภาพออพติคอลครอบคลุมการมองเห็น 100% ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Advanced Scene Recognition System ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมแฟลช AF, AE, i-TTL ให้ทำงานแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงควบคุมการปรับสมดุลแสงสีขาวโดยอัตโนมัติ (AWB) ให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนระบบออโต้โฟกัส 51 จุดโฟกัส (51 Focus point AF system) ก็ได้รับการปรับปรุงให้ทำงานเร็วขึ้นด้วยเซ็นเซอร์โฟกัสรุ่นใหม่ Advanced Multi-CAM 3500FX และมีความสามารถในการจับภาพและโฟกัสวัตถุได้ในสภาวะที่มีแสงน้อยกว่าเดิมถึง -2EV นอกจากนี้ จุดออโต้โฟกัส 11 จุด ยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อมีการใช้เลนส์ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/8 ผลที่ออกมาจึงทำให้ระบบออโต้โฟกัสทำงานได้แม่นยำขึ้นเมื่อใช้เลนส์ Super-Telephoto NIKKOR คู่กับ AF-S Teleconverters TC-14E II, TC-17E II หรือ TC-20E III
ฟังก์ชั่น Multi-area Mode D-movie เป็นฟังก์ชั่นการบันทึกภาพยนตร์แบบ Full HD ที่ 30 fps และเลือกรูปแบบพื้นที่การบันทึกภาพยนตร์ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ FX Format (1x), DX Format (1.5x) และ 1920×1080 crop (2.7x) เปรียบเสมือนมีเลนส์เทเลให้เลือกหลายตัวเพื่อสร้างสรรค์การบันทึกภาพยนตร์ได้ตามต้องการ และบันทึกภาพยนตร์และภาพนิ่งได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อใช้เมมโมรี่การ์ดความเร็วสูง UDMA 7-compatible CompactFlash และเมมโมรี่การ์ดความเร็วสูงชนิดใหม่ High-speed XQD ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงสุด 125MB/วินาที นอกจากนี้ยังมีช่องต่อสาย LAN ในตัวกล้องที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลภาพถ่ายความเร็วสูงและรองรับการถ่ายโอนภาพแบบไร้สายด้วยอุปกรณ์เสริม Wireless Transmitter WT-5 รุ่นใหม่ ขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย รองรับการสั่งงานผ่าน PC, iPhone, iPad เมื่อต่อเชื่อมการทำงานเข้ากับเครือข่ายในโหมด HTTP
Sony จัดกิจกรรม Someone Needs You รวมพลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย


เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด นำโดย มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงานจำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Someone Needs You Sony Thai Volunteers for Flood Relief” หรือ “Someone Needs You โซนี่ไทยร่วมจิตอาสาฝ่าวิกฤตอุทกภัย” โดยร่วมกันบรรจุถุงยังชีพจำนวน 1,500 ถุง พร้อมน้ำดื่ม 20,000 ขวด และอีเอ็มบอลจำนวน 2000 ลูก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) มอบให้แก่ กรุมยุทธบริการทหาร เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน และครอบครัวทหารที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยมีพันเอกกิรชิต คุณาวงศ์ ผู้บังคับกองพันทหารสารวัตร ณ กรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้รับมอบ
พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสายังได้ร่วมใจกันลงพื้นที่ ล่องเรือนำถุงยังชีพ และน้ำดื่มไปมอบให้แก่ชาวบ้านบริเวณคลองบางใหญ่ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ที่ยังคงมีระดับน้ำท่วมสูง และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ได้รับความช่วยเหลือน้อย เนื่องจากพื้นที่อยู่ในคลองลึก และการคมนาคมเข้าถึงลำบาก
จากสถานการณ์วิกฤตอุทกภัยที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม และธุรกิจ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทโซนี่ทั่วโลก และในประเทศไทยรู้สึกห่วงใย จึงพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลูกค้าในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ บริจาคเงินจำนวน 30 ล้านเยนเพื่อส่งความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบภัยผ่านสภากาชาดไทย การมอบบริการตรวจเช็คเครื่องใช้ไฟฟ้าโซนี่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฟรี พร้อมส่วนลดอะไหล่ 50 เปอร์เซ็นต์ และกิจกรรมอาสาสมัคร Someone Needs You ในครั้งนี้ เป็นต้น
ร่วมประกวดภาพในงาน Motor Expo ชิงกล้อง Canon EOS 7D และ 600D


“ถ่ายทอดความรู้สึก บันทึกจินตนาการ สุดยอดสีสันยานยนต์” ชิงกล้อง CANON EOS 7D และ 600D พร้อมถ้วยเกียรติยศ และรางวัลอื่นๆ มากมาย รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท MOTOR
MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2011 เชิญส่งภาพที่สื่อถึง “สีสันยานยนต์” ที่คุณได้สัมผัสในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” พร้อมข้อความบรรยายภาพเข้าร่วมประกวด
ชิงกล้อง CANON EOS 7D และ 600D พร้อมถ้วยเกียรติยศ และรางวัลอื่นๆ มากมาย รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท
รางวัลประเภทกล้อง DSLR - รางวัลชนะเลิศ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 7D และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น PIXMA PRO9500 รวมมูลค่า 59,307 บาท
- รองชนะเลิศอันดับ 1 ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 600D และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น MP497 รวมมูลค่า 32,890 บาท
- รองชนะเลิศอันดับ 2 ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น POWER SHOT G12 และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น MX416 รวมมูลค่า 22,400 บาท
- รางวัลชมเชย ประกาศนียบัตร พร้อมได้รับสิทธิ์สมาชิกนิตยสาร “ฟอร์มูลา” เป็นเวลา 3 เดือน จำ?นวน 7 รางวัล
รางวัลประเภทกล้อง COMPACT - รางวัลชนะเลิศ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 600D และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น MG6170 รวมมูลค่า 37,790 บาท
- รองชนะเลิศอันดับ 1 ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น POWER SHOT G12 และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น MP497 รวมมูลค่า 22,890 บาท
- รองชนะเลิศอันดับ 2 ถ้วยรางวัลเกียรติยศ พร้อมกล้องถ่ายรูป CANON รุ่น POWER SHOT S95 และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท รุ่น MX416 รวมมูลค่า 18,890 บาท
- รางวัลชมเชย ประกาศนียบัตร พร้อมได้รับสิทธิ์สมาชิกนิตยสาร “ฟอร์มูลา” เป็นเวลา 3 เดือน จำ?นวน 7 รางวัล
ผู้ร่วมส่งภาพประกวดทุกท่านมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลผู้โชคดีดังต่อไปนี้ (จับสลาก)
- รางวัลที่ 1 เก้าอี้นวดไฟฟ้า AMAXS รุ่น AMX-787 มูลค่า 49,000 บาท จำ?นวน 1 รางวัล
- รางวัลที่ 2 รถจักรยานไฟฟ้า มูลค่า 39,000 บาท จำ?นวน 1 รางวัล
- รางวัลที่ 3 กล้องถ่ายรูป CANON รุ่น EOS 600D มูลค่า 29,900 บาท จำ?นวน 1 รางวัล
- รางวัลที่ 4 กล้องถ่ายรูป CANON รุ่น POWER SHOT S95 มูลค่า 15,900 บาท จำ?นวน 1 รางวัล
- รางวัลที่ 5 กล้องถ่ายรูป CANON รุ่น IXUS 220HS มูลค่า 13,900 บาท จำ?นวน 1 รางวัล
- รางวัลที่ 6 เครื่องพิมพ์ COMPACT PHOTO PRINTER รุ่น SELPHY CP8000 มูลค่า 4,990 บาท จำ?นวน 2 รางวัล
พลาดไม่ได้ ! กำ?หนดส่งผลงานเข้าประกวด 1 -12 ธันวาคม 2554 ระหว่างการจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28” ณ IMPACT CHALLENGER 1-3 เมืองทองธานี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.motorexpo.co.th/2011/photo_contest.php พิเศษ ปีนี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมงาน และมีรถรับส่งให้ด้วย
Canon เปิดตัว EOS-1DX กล้องดิจิตอลฟูลเฟรมที่เร็วที่สุดในโลก

แคนนอนเปิดตัว EOS-1DX กล้องดิจิตอล SLR ที่พัฒนาจากผลการสำรวจความต้องการของช่างภาพมืออาชีพทั่วโลก พร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ช่วยให้คุณภาพของไฟล์ภาพคมชัด ความละเอียดสูง และความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วที่สุด รวมทั้งพัฒนาฟังก์ชั่นการบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อตอบสนองทุกนิยามในการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ
ที่สุดแห่งกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพของแคนนอน ในตระกูล EOS-1D แคนนอนสร้างปรากฏการณ์ใหม่แห่งการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลแคนนอน EOS-1DX ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดฟูลเฟรม ความละเอียด 18.1 ล้านพิกเซล ซึ่งทำงานควบคู่กับชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด Dual DIGIC 5+ ลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอน ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงถึง 12 ภาพต่อวินาที ( หรือ 14 ภาพต่อวินาที ในโหมด Super High Speed Mode) คมชัดทุกสถานการณ์ด้วยช่วง ISO กว้างถึง ISO 100 - 51200 (และสามารถเพิ่มได้ถึง ISO 204800 ในโหมด H2 ) แม้ถ่ายภาพในที่มืด ก็ยังมีสัญญาณรบกวนต่ำ (low-noise) และด้วยระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบใหม่ เพื่อความแม่นยำ และความคมชัดในการโฟกัสภาพด้วยการผสานพลังของ 61-Point High-Density Reticular AF และเซ็นเซอร์วัดแสงแบบ RGB ความละเอียด 100,000 พิกเซล เสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ EOS-1D X พัฒนาสู่ความเป็นเลิศในด้านความเร็วและความแม่นยำในการโฟกัสภาพ สามารถติดตามวัตถุที่เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ แม้ในสภาวะที่ยากแก่การโฟกัสภาพ นอกจากนี้ EOS-1D X ยังได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการบันทึกภาพเคลื่อนไหว บันทึกภาพที่ความละเอียดแบบ Full HD สามารถเลือกรูปแบบการบีบอัดไฟล์ภาพได้ 2 ระดับ (All-I Frame และ IPB) เฟรมเรทสูงสุดที่ 60p ที่ระดับ HD และใหม่ล่าสุดในกล้อง EOS ฟังก์ชั่น Timecode embedding ช่วยอำนวยความสะดวกในการตัดต่อเมื่อใช้กล้องมากกว่า 1 ตัว หลายหลายความสามารถในการใช้งานด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ และยังคงความแข็งแรงของตัวกล้องด้วยอายุการใช้งานชัตเตอร์สูงถึง 400,000 ครั้ง ... และนี่คือที่สุดของ EOS ในปัจจุบัน
EOS-1DX นับเป็นกล้องรุ่นที่ 10 (X หมายถึงเลข 10 ในอักษรโรมัน) ของกล้องถ่ายภาพสำหรับมืออาชีพนับตั้งแต่รุ่น F-1 เป็นต้นมา (F-1, NewF-1,EOS-1, EOS-1N, EOS-1V, EOS-1D, EOS-1D Mark II, EOS-1D Mark III, EOS-1D Mark IV, EOS-1DX) ซึ่งมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่ากล้อง DSLR สำหรับมืออาชีพในรุ่นก่อนหน้า โดย X ย่อมาจากคำว่า EXTREME และยังหมายถึง Crossover ที่ได้ผสานเทคโนโลยีระดับมืออาชีพและพัฒนาจุดเด่น รวมถึงฟีทเจอร์ของกล้องในตระกูล 1D และ 1DS ให้โดดเด่นมากขึ้น เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้กับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ
Nikon กวาด 5 รางวัลระดับโลกจาก iF Design Award 2012

นิคอน คอร์ปอเรชั่น บริษัทผู้ผลิตกล้องและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพระดับแนวหน้าของโลกประกาศความสำเร็จอีกครั้ง กับ 5 ผลิตภัณฑ์ที่กวาดรางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ “iF Design Awards 2012” โดย International Forum Design GmbH องค์กรด้านการออกแบบระดับโลก ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี
รางวัล iF Design Awards 2012 ในครั้งนี้ ประกอบด้วย “รางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม” (iF Product Design Award) ที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์นิคอนถึง 4 รุ่น ได้แก่ กล้องดิจิตอล SLR รุ่น D5100 กล้องคอมแพ็คดิจิตอล COOLPIX 2 รุ่น ได้แก่ AW 100 และ P300 รวมถึงกล้องจุลทรรศน์ดิจิตอล ShuttlePix นอกจากนี้ กล้องคอมแพ็คดิจิตอล COOLPIX รุ่น S100 ยังได้รับ “รางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการสื่อสารยอดเยี่ยม” (Communication Design Award) อีกด้วย โดยรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจะพิจารณาจากคุณภาพในการออกแบบ คุณสมบัติในการใช้งานที่โดดเด่น ความเป็นนวัตกรรม ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรางวัลการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการสื่อสารยอดเยี่ยมจะพิจารณาจากการใช้งาน รูปลักษณ์ และคุณสมบัติเฉพาะตัวที่มีความเป็นเอกลักษณ์
รางวัล “iF Design Award” เป็นการประกวดด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เริ่มจัดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1953 ภายใต้การสนับสนุนจาก International Forum Design GmbH เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี และแต่ละปีจะมีการนำผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากอุตสาหกรรมทั่วโลกที่ได้รับการรางวัลมาจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ประกอบด้วย รางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ รางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการสื่อสาร และรางวัลด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งปีนี้มีผลิตภัณฑ์เข้าร่วมประกวดมากกว่า 4,322 ชิ้น จาก 48 ประเทศ และมีผลิตภัณฑ์เพียง 1,218 ชิ้น ที่ได้รับการคัดเลือก
Nikon ประกาศความสำเร็จผลิตเลนส์ NIKKOR ครบ 65 ล้านชิ้น

Nikon บริษัทผู้ผลิตกล้องและอุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพระดับแนวหน้าของโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการกล้อง ในการผลิตเลนส์คุณภาพในตระกูล NIKKOR ครบ 65 ล้านชิ้น ในเดือนตุลาคม 2554 เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่เลนส์ NIKKOR ได้กลายเป็นเลนส์ยอดนิยมในหมู่ผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้รักการถ่ายภาพและช่างภาพมืออาชีพเป็นจำนวนมาก
ในเดือนมีนาคม 2554 เลนส์ NIKKOR ได้ถูกผลิตขึ้นครบ 60 ล้านชิ้น และนับจากนั้นเป็นต้นมา นิคอนได้ทำการผลิตเลนส์ภายใต้แบรนด์ NIKKOR เพิ่มขึ้นอีก 2 รุ่น เพื่อใช้งานกับกล้องในฟอร์แมท FX และ DX สำหรับกล้อง SLR ได้แก่ เลนส์ NIKKOR รุ่น AF-S NIKKOR 50mm f/1.8G และเลนส์ NIKKOR รุ่น AF - S DX NIKKOR 40mm Micro f/2.8G ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากช่างภาพมืออาชีพ ส่งผลให้มีการผลิตเลนส์เพิ่มขึ้นอีกถึง 5 ล้านชิ้นภายในไม่ถึงหนึ่งปี ทำให้มียอดการผลิตครบ 65 ล้านชิ้นในที่สุด
และเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา นิคอนได้ประกาศเปิดตัว “นิคอน วัน” (NIKON 1) พร้อมกันทั่วโลก ได้แก่ ‘Nikon 1 J1’ และ ‘Nikon 1 V1’ กล้องดิจิตอลอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่มาพร้อมเลนส์ 1 NIKKOR และด้วยระบบ NIKKOR F-Mount ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกับ F เมาท์อะแดปเตอร์ ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเลนส์ NIKKOR ที่มีให้เลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย เพื่อการถ่ายทอดจินตการในการถ่ายภาพด้วยการเลือกใช้เลนส์ได้อย่างเหมาะสม นิคอนจะมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลายาวนานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้กล้องอย่างต่อเนื่อง
ความเป็นมา NIKKOR เป็นชื่อแบรนด์สำหรับเลนส์ของนิคอน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน และกลายเป็นชื่อที่รู้จักกันดีของเลนส์ที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและคุณภาพสำหรับกล้อง SLR ชื่อแบรนด์ NIKKOR มาจากการนำตัวอักษร “R” ไปประกอบกับคำว่า “NIKKO” ซึ่งเป็นคำย่อที่ใช้เรียก Nippon Kogaku KK อันเป็นชื่อเดิมของบริษัท นิคอน
NIKKOR คือผลิตภัณฑ์เลนส์ที่มีความล้ำหน้ามาโดยตลอด ในปี พ.ศ. 2476 เลนส์ขนาดใหญ่สำหรับการถ่ายภาพทางอากาศได้ทำการเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Aero-Nikkor’ และในปี พ.ศ. 2511 ได้มีการนำ Aspherical Lens มาใช้ใน OP Fisheye - NIKKOR 10mm เพื่อช่วยลดความผิดเพี้ยนของภาพสำหรับเลนส์มุมกว้าง เป็นครั้งแรกของโลก รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่นำสมัยในการผลิตเลนส์ NIKKOR อย่างต่อเนื่องรวมถึง Nano Crystal Coat เทคโนโลยีที่ช่วยตัดแสงสะท้อนภายในเลนส์ได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันเลนส์ NIKKOR มีให้เลือกเกือบ 70 ชนิดสำหรับกล้อง Nikon SLR และ Nikon 1 เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายรวมไปถึงเลนส์ Fisheye เลนส์ Super wide-angle เลนส์ Super telephoto เลนส์ Micro และเลนส์ PC-E (Perspective Control)
Sony เปิดตัว Alpha 77 รวมทั้ง NEX-5N และ NEX-7 อย่างเป็นทางการ
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด วันนี้ เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งในประเทศไทย ด้วยกองทัพผลิตภัณฑ์ล่าสุดในกลุ่มกล้องดีเอสแอลอาร์ Alpha, กล้องมิเรอร์เลส NEX, กล้องดิจิตอล Cyber-shot, กล้องวิดีโอ Handycam และกรอบรูปอิเลคทรอนิคส์ S-Frame ที่มาพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สุดของโลก คิดค้นขึ้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยโซนี่ อาทิ กล้อง Alpha ที่มาพร้อมระบบออโต้โฟกัสเร็วที่สุดในโลก และเทคโนโลยีกระจกสะท้อนภาพแบบ Translucent Mirror, กล้อง NEX ดีไซน์บางเบา พร้อมระบบตอบสนองชัตเตอร์ที่รวดเร็วที่สุดในโลก, กล้อง Handycam ระบบไฮเดฟินิชั่นที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ และกล้อง แฮนดีแคมพร้อมโปรเจคเตอร์ในตัว, กล้อง Cyber-shot ขนาดเพรียวบางที่สุดในโลก ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 3 มิติ และวิดีโอไฮเดฟฟินิชั่น รวมถึง S-Frame ที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ WiFi และการใช้งานระบบสัมผัสหน้าจอ เป็นต้น และเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำทั้งด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล้ำสมัยอย่างเหนือชั้น โซนี่ยังเสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยกิจกรรมการตลาดสุดสร้างสรรค์อีกมากมาย เพื่อรังสรรค์นิยามใหม่แห่งการถ่ายภาพ และที่สุดแห่งประสบการณ์ในโลกดิจิตอล อิมเมจจิ้งอย่างแท้จริง
มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ โซนี่ ยังคงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ด้วยการสร้างสรรค์นิยามใหม่แห่งโลกดิจิตอล อิมเมจจิ้ง ภายใต้กลยุทธ์ ‘Sony Redefines Digital Imaging World’ ผ่านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกรูปแบบ ตลอดจนกิจกรรมด้านสื่อสารการตลาดอย่างครอบคลุม ในขณะที่โซนี่ได้รับความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวกล้องมิเรอร์เลสในตระกูล NEX เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ โซนี่ที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 20% สามารถครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 2 ในตลาด ในขณะที่ในประเทศไทย โซนี่ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นเดียวกัน ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ทำให้โซนี่ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดกล้อง มิเรอร์เลส ซึ่งแนวโน้มตลาดในปีนี้จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนของกล้องมิเรอร์เลสในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2554 นี้ (อ้างอิงข้อมูลจาก GFK เมื่อเทียบกับสัดส่วนของกล้องดีเอสแอลอาร์) ในขณะที่ตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์ก็จะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ความสำเร็จของกล้องไซเบอร์ช็อต และแฮนดีแคมที่ได้รับรางวัลยอดจำหน่ายสูงสุดจาก GFK ต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปี ยังเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และความพร้อมของโซนี่ในวันนี้ ที่ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งกล้อง Alpha A77 กล้อง NEX-7 กล้องแฮนดีแคมเปลี่ยนเลนส์ได้ NEX-VG20 รวมทั้งชุดเลนส์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างครบครัน โซนี่จะเดินหน้าเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ในฐานะผู้นำตลาดดิจิตอล อิมเมจจิ้ง และขับเคลื่อนธุรกิจโซนี่ให้เดิบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งภายใต้กลยุทธ์ Sony Redefines Digital Imaging World ต่อไป”
Nikon เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลก “Nikon 1” กล้องอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้
บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวกล้องดิจิตอลอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ “นิคอน วัน” (NIKON 1) พร้อมกันทั่วโลก พร้อมเผยโฉม 2 รุ่นแรก ได้แก่ Nikon 1 J1 ที่ไม่มี Viewfinder และ Nikon 1 V1 ที่มี Viewfinder ติดตั้งมาด้วยในตัว พร้อมตั้งเป้าอีก 3 ปี ขึ้นแท่นผู้นำตลาดกล้องในเมืองไทย
กล้อง Nikon 1 เป็นระบบกล้องดิจิตอลรูปแบบใหม่ คือกล้องอัจฉริยะแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือ Advanced Camera with Interchangeable Lens (ACIL) กล้อง Nikon 1 J1 และ Nikon 1 V1 ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด “เรียบง่าย เพรียวบาง ทันสมัย และเปี่ยมด้วยคุณภาพ” มีเพียงสัญลักษณ์ แบรนด์ของ Nikon 1 ติดอยู่บนตัวกล้องที่เรียบ และมีเพียงชื่อรุ่น J1 และ V1 ที่ด้านหน้าของตัวกล้อง พร้อมเมาท์เลนส์ระบบใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมสีของเลนส์ Kit ที่กลมกลืนกับตัวกล้อง
กล้องรุ่นใหม่นี้ติดตั้งตัวประมวลผลภาพใหม่ล่าสุด EXPEED 3 ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยี EXPEED ภายใต้คอนเซ็ปต์การประมวลผลภาพแบบครบวงจรโดยเฉพาะ ทำให้ Nikon 1 มีประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นกว่า ในการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นผลมาจากการผสานการทำงานของเซ็นเซอร์รับภาพแบบ CMOS เข้ากับอุปกรณ์ประมวลผลภาพซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนิคอน มีให้เลือกถึง 4 โหมดการถ่ายภาพ ได้แก่ Motion Snapshot, Smart Photo Selector, Still image, Movie โดยเป็นกล้องดิจิตอลชนิดเปลี่ยนเลนส์รุ่นแรกของโลกได้ที่มีโหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวในแบบ FULL HD ความละเอียด 1920 × 1080/60i เพื่อคุณภาพของภาพที่เหนือกว่า ระบบโฟกัสอัตโนมัติความเร็วสูง Super high-speed AF CMOS image sensor แบบ CX- format ซึ่งเพิ่มจาก FX-format และ DX-format
ใหม่ด้วยระบบไฮบริดออโต้โฟกัสที่ทันสมัย รวดเร็วในการค้นหาโฟกัสภาพ และประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการติดตามวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว ระบบโฟกัส 2 ระบบ ได้แก่ Phase-detection AF ที่โฟกัสวัตถุเคลื่อนที่ได้อย่างฉับไว และ Contrast - detect AF ซึ่งทำงานได้ดีในสภาพแสงน้อย เพื่อให้แน่ใจได้ว่าสามารถจับโฟกัสภาพได้ที่ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ของการถ่ายภาพ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจับภาพช่วงเวลาที่ไม่คาดฝัน สิ่งเคลื่อนไหว เด็กและสัตว์เลี้ยง ซึ่งมักไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ อีกทั้งยังเป็นกล้องที่มีอัตราความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องสูงที่สุดในโลกมากถึง 60 fps
Sony เปิด Sony Center สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว

มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้แสดงความยินดีกับคุณสมชาย มีเปรมวัฒนา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท มัลติ กรุ๊ป เนื่องในโอกาสได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดร้าน “โซนี่ เซ็นเตอร์ โดยมัลติ เอวี” ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มบริษัท มัลติกรุ๊ป ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ล่าสุดได้ปิดตกแต่งปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ หลังจากเปิดดำเนินกิจการมานานกว่า 12 ปี เพื่อพร้อมสร้างประสบการณ์พิเศษ พร้อมการบริการครบครัน และสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิมตามมาตรฐานของโซนี่เซ็นเตอร์
มร. โทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า “การเปิดร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ โดยมัลติเอวี อย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันนี้ เป็นการตอกย้ำในความสำเร็จทางธุรกิจของผู้แทนจำหน่ายโซนี่ ที่ได้มุ่งมั่น และร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างหนัก มาเป็นเวลายาวนาน ส่งผลให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า และเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันนี้ นับว่ามัลติเอวี เป็นผู้บุกเบิกพัฒนารูปแบบร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าให้มีความแปลกใหม่ และทันสมัย ผมมั่นใจว่าร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ โดยมัลติเอวี สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ได้เปิดขึ้นใหม่ในวันนี้ มีความเพียบพร้อมที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ และการบริการอันเป็นเลิศในทุกด้าน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า และยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของโซนี่ พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานใหม่ของร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคทรอนิกส์ในปัจจุบัน และอนาคต”
ในปัจจุบัน โซนี่มีจำนวนร้าน โซนี่ เซ็นเตอร์ ทั้งหมด 35 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 22 แห่ง และในต่างจังหวัดอีก 13 แห่ง คือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร อยุธยา ราชบุรี นครปฐม ชลบุรี ระยอง และเชียงราย สำหรับจุดเด่นของร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ จะมีทำเลอยู่ในย่านธุรกิจ และการค้าสำคัญ อาทิ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ หรือย่านธุรกิจการค้าหลักของแต่ละจังหวัด โดยจะมีรูปแบบการตกแต่งร้านค้าที่ทันสมัย จัดแสดงสินค้าโซนี่ที่ครบครัน ให้บริการและนำเสนอรูปแบบไลฟสไตล์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า โดยในปีนี้โซนี่มีแผนที่จะเปิดโซนี่เซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพื่อมอบประสบการณ์ประทับใจ และความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น
โซนี่ เซ็นเตอร์ โดยมัลติเอวี สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ตั้งอยู่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โทร. 0-2937-0583 หรือ 0-2937-1992 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11.00น. ถึง 20.30น. หรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านโซนี่เซ็นเตอร์สาขาใกล้บ้าน ได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 และ www.sony.co.th
<< Previous 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 Next >>
แจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ ได้ที่
