Cinemagraph : ภาพจลน์
เป็นมากกว่าภาพถ่าย แต่ไม่ใช่ภาพวิดีโอ !

(พร้อมตัวอย่างภาพ Cinemagraph) 

    ภาพจลน์ คืออะไร
  • ถ่ายด้วยภาพวิดีโอสั้นๆ ให้เห็นทั้งสิ่งที่นิ่ง และเคลื่อนไหวในภาพ
  • นำภาพวิดีโอนี้ มาแปลงเป็นภาพนิ่ง รายเฟรม ด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ
  • ทำ layer masking บังส่วนที่ต้องการเป็นภาพนิ่ง ปล่อยสิ่งที่เหลือให้เคลื่อนไหว
  • ปรับลดรายละเอียด และสีสันลง เพื่อลดปัญหาสีเหลื่อมๆของ animated GIF
  • บันทึกภาพเป็นรูปแบบ animated GIF
รายละเอียดเพิ่มเติมหาได้ จากเว็บต้นตำรับ cinemagraphs.com โดย Jamie Beck และ Kevin Burg ผู้ที่เป็นคนสร้างสรรค์การถ่ายภาพแนวนี้ คนแรกๆ

ตัวอย่างภาพ Cinemagraph โดย Jemie Beck
ภาพโดย Jamie Beck และ Kevin Burg


 

Cinemagraph คืออะไร

เป็นภาพถ่าย ที่เป็นภาพนิ่ง แต่มีบางส่วนในภาพ ที่เคลื่อนไหวไปมาได้อยู่ในภาพนิ่งนั้นๆ ไม่ใช่ภาพวิดีโอ ไม่ใช่ภาพนิ่ง แต่เป็นส่วนผสมของทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน โดยยังให้ความรู้สึกโดยรวมเป็นภาพนิ่ง มากกว่าภาพเคลื่อนไหว และเนื่องจากยังไม่มีภาษาไทยบัญญัติศัพท์ ของภาพถ่ายลักษณะนี้ไว้ ผมจึงอยากเรียกว่า "ภาพจลน์" เพื่อจะได้มีคำไทย เรียกแทนคำนี้ จะได้ไม่ต้องเรียกทับศัพท์กันจนกลายเป็นคำไทยไปแทน ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากรณรงค์ ให้เรียก Cinemagraph นี้ว่า "ภาพจลน์" กันนะครับ เพื่ออนุรักษ์ภาษาไทยกันไว้

Cinemagraph หรือขออนุญาตเรียกว่า "ภาพจลน์" นี้ เป็นการผสมรวมของภาพเคลื่อนไหว หรือ ภาพยนตร์ (Cinema) เข้ากับ ภาพถ่าย (Photograph) รวมความกลายเป็นสิ่งใหม่ ที่เรียกว่า Cinemagraph คือ การรวมกันของ ภาพยนตร์ และ ภาพถ่าย เข้าด้วยกัน เป็น "ภาพจลน์" โดยนึกถึงสมัยเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ที่มีเรียนเรื่อง พลังงานศักย์ (potential energy) กับ พลังงานจลน์ (kinetic energy) ที่สามารถถ่ายเปลี่ยนสลับไปมา ระหว่างพลังงานที่ซ่อนไว้ในวัตถุนิ่ง แล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานในสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ จึงอยากนำเอาสิ่งนี้ มาใส่ไว้ในคำ Cinemagraph ที่มีทั้งส่วนที่หยุดนิ่ง กับส่วนที่เคลื่อนไหว อยู่ในภาพเดียวกันรวมทั้งให้เป็นคำที่พ้องเสียงกับ คำว่า "ภาพยนตร์" ด้วย ฟังดูแล้วจะได้พ้องเสียงกันไปในที ผู้ฟังจะได้รู้สึกเชื่อมโยง กับสิ่งที่เคยรับรู้มาแล้ว อย่างภาพยนตร์ แต่ มันก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ เอ๊ะ แล้วมันคืออะไร จะได้รู้สึกได้ทั้งความเหมือน และความต่าง ระหว่าง "ภาพยนตร์" กับ "ภาพจลน์" เพราะมันมีทั้งสิ่งที่เหมือน กับสิ่งที่ต่าง




ตัวอย่างภาพ Cinemagraph โดย Jemie Beck
ภาพโดย Jamie Beck และ Kevin Burg

Episode 1 : animated GIF classic
ตัวอย่างภาพ animated GIF เพื่อทำภาพ Cinemagraph หรือ ภาพจลน์ ท้าวความเป็นมาของ "ภาพจลน์" หรือ Cinemagraph นี้ ถ้าดูตามรูปแบบไฟล์ของมันแล้ว จริงๆ มันก็คือไฟล์ภาพแบบ animated GIF นั่นเอง ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ผมหัดทำเว็บไซต์ใหม่ๆ ผมจำได้ว่า ผมตื่นเต้นมาก ที่เห็นภาพลูกโลกหมุนได้ ปรากฏบนเว็บไซต์แห่งหนึ่ง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้จักกับภาพเคลื่อนไหวบนเว็บชนิดนี้ที่เรียกว่า animated GIF ต้องอย่าลืมว่า ในสมัยนั้นภาพบนเว็บส่วนใหญ่จะเป็นภาพนิ่งๆ ยังไม่มี flash (สมัยนั้นยังคงเรียกว่า shockwave อยู่) ภาพเคลื่อนไหวบนเว็บ ทั้งหมด จะเป็นภาพแบบ GIF หรือภาพที่มีนามสกุลว่า .gif ไฟล์ภาพแบบ gif หรือเรียกเต็มๆว่า Graphics Interchange Format (GIF) มีขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 หรือ พ.ศ. 2530 โน่นเลยทีเดียว (หลายๆคนอาจจะยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป) พัฒนาโดยบริษัท CompuServe ข้อดีมากๆของไฟล์ชนิดนี้ ที่ไม่เหมือนกับไฟล์ภาพแบบ jpeg ก็คือ มันสามารถทำภาพเคลื่อนไหว หรือที่เรียกกันต่อๆมาว่า ภาพ animated GIF ทำให้เป็นที่นิยมแพร่หลาย ในหมู่คนทำเว็บไซต์ในยุคแรกๆ เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะทำภาพเคลื่อนไหวบนหน้าเว็บ
ตัวอย่างภาพ animated GIF เพื่อทำภาพ Cinemagraph หรือ ภาพจลน์ ตัวอย่างภาพ animated GIF เพื่อทำภาพ Cinemagraph หรือ ภาพจลน์ แม้แต่เว็บตากล้องเอง ในยุคแรกๆ ก็เคยมีอยู่พักหนึ่งที่จะเปลี่ยนโลโก้ไปตามเทศกาลต่างๆ และหลายๆครั้ง ก็ทำเป็น animated GIF ด้วย รวมทั้งภาพกราฟฟิกประกอบเว็บก็จะมีตัวการ์ตูน animated GIF ดุ๊กดิ๊กได้พวกนี้ประดับอยู่ ไม่รู้ว่าใครเคยทันได้เห็นหรือเปล่า คงต้องเป็นสมาชิกช่วงแรกๆจริงๆ จึงจะได้เห็น อย่างในตัวอย่างนี้ ทำไว้ตอนช่วง Christmas ปี 2003


แต่เมื่อกระแสของ "แฟลช" Flash ไม่ใช่อุปกรณ์ถ่ายภาพนะครับ แต่เป็นเครื่องมือ หรือส่วนประกอบ ในการทำเว็บไซต์ ได้กลายมาเป็นคำยอดฮิตของหมู่ๆ คนทำเว็บในปัจจุบัน ที่สามารถสร้างสรรค์สารพัดภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งการตอบโต้กับผู้ใช้งานได้อย่างหวือหวา สลับซ้ำซ้อนมากขึ้น จนทำให้ภาพ animated GIF แทบจะกลายเป็นคำที่คนลืมเลือนกันไปแล้ว หรือ ไม่กล้าจะเอามาใช้เพราะกลัวจะโดนหัวเราะเยาะว่า เอาของโบราณมาประดับเว็บ จนทำให้ animated GIF โดนลดความสำคัญลงไป เหลือพบเห็นกันมาก ก็อยู่แถวๆ ตัวการ์ตูน หรือภาพเคลื่อนไหวตลกๆ ประดับ AVATAR เวลา login ตามเว็บบอร์ดต่างๆเท่านั้นเอง

Episode 2 : Return of the animated GIF

แต่แล้ววันนึง ผมก็ไปสะดุดตาเข้ากับภาพ ที่เหมือนจะเป็นภาพถ่ายธรรมดาๆ ที่บรรดาตากล้องคุ้นเคยกันดี แต่แล้วจู่ๆ ในขณะที่ผมมองไปที่ภาพนั้น อ้าว ... เส้นผมของนางแบบในภาพที่ผมเห็น กลับสยายพริ้วไหวไปตามสายลมซะอย่างงั้น .. เฮ้ย .. มันเกิดอะไรกันขึ้น !! ผีหลอกตอนกลางวันหรือเปล่า !!

แว็บนึง ผมนึกไปถึงภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง "แฮร์รี่ พอตเตอร์" (Harry Potter) ที่ผมเคยเห็นภาพลักษณะนี้เป็นครั้งแรกในภาพยนตร์ ที่ภาพนิ่งบนฝาผนัง หรือ ภาพประกอบบทความในหนังสือพิมพ์เวทย์มนต์ สามารถกระดุกกระดิกได้ซะงั้น เหมือนกับภาพหญิงสาวที่ผมเห็นตรงหน้านี้ไม่ผิดเพี้ยน .. เฮ้ย .. นี่มันไสยศาสตร์หรือมนต์ดำอะไรเล่นงานผมแล้วหรือเปล่า

ทันใดนั้น รอยหยักในสมองน้อยๆของผม ก็เริ่มไปขุดคุ้ยประสบการณ์กับภาพ animated GIF แล้วสะกิดผมเบาๆว่า Hey You !! คัมมอน !! ยูเคยใช้งานภาพเคลื่อนไหวมาก่อนไง ในนาม animated GIF นึกดูดีๆ !! .. อ๋อ .. ใช่เลย มันต้องเป็น animated GIF แน่ๆ .. แล้วก็เลย อ่านคำอธิบายในเว็บที่ผมเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก อ๊ะ ใช่จริงๆด้วย มันคือ animated GIF แต่มาใน version ใหม่ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ซึ่งฝรั่งคนนี้ เขาเรียกภาพในลักษณะนี้ของเขาว่า "Cinemagraph" เป็นการเล่นคำ ผสมคำระหว่างคำว่า "Cinema" กับ "Photograph" กลายเป็นคำใหม่ว่า Cinemagraph อะเท่ห์ไม่หยอก แต่ได้ใจผมไปเต็มๆแล้วตอนนี้


ตัวอย่างภาพ Cinemagraph โดย Jemie Beck
ภาพโดย Jamie Beck และ Kevin Burg
.. ภาพหญิงสาว ที่ผมเห็นครั้งแรกสำหรับภาพที่เรียกว่า Cinemagraph นี้ อันเป็นที่มาของบทความนี้ในที่สุด ซึ่งมาทราบชื่อภายหลังว่า เธอคือ Coco Rocha เจ้าของวลี "it's more than a photo but not quite a video" อันเป็นนิยมที่ดีมากของ Cinemagraph



Episode 3 : Cinemagraph หรือ "ภาพจลน์" เป็นมากกว่าภาพถ่าย แต่ก็ไม่ใช่ภาพวิดีโอ

ผมก็เลยเริ่มศึกษาเพิ่มเติมดูว่า เจ้า Cinemagraph นี้ มันมีเทคนิคการทำอย่างไร ก็เลยทราบว่า มันเป็นการอาศัยสิ่งที่มีอยู่แล้วในหลายๆอย่าง มาผสม และสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งใหม่ ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว นั่นคือ การถ่ายภาพด้วยภาพวิดีโอ (เป็น Full HD ได้ยิ่งดีเพื่อคุณภาพของภาพที่ได้) เป็นช็อตสั้นๆ แล้วนำมาแปลงเป็นภาพนิ่ง แบบเฟรมต่อเฟรม ด้วย Photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่สามารถดึงเฟรมภาพออกมาจัดการได้ในระดับเฟรมต่อเฟรม อย่างเช่นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Aftereffect ก็ทำได้ แล้วอาศัยหลักการ masking บังบางส่วนให้แสดงภาพนิ่ง ในขณะที่บางส่วน ให้แสดงเป็นภาพเคลื่อนไหว แล้วสุดท้าย ก็ save เป็นภาพ animated GIF เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรม

ขั้นตอนโดยรวมๆ ก็ประมาณนี้ แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร ซึ่งถ้ามีโอกาส จะได้นำเสนอโดยละเอียดอีกที แต่ในเบื้องต้นนี้ ขออธิบายโดยสรุปว่า การทำภาพ Cinemagraph นี้มี 3 ขั้นตอนที่สำคัญ

1. ถ่ายภาพด้วย Video สั้นๆ (ไม่ต้องยาว)
2. แปลงภาพวิดีโอเป็นภาพนิ่งรายเฟรม แล้วทำ masking
3. save เป็นไฟล์แบบ animated GIF

ซึ่งแต่ละอย่างก็เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ปรากฏอยู่แล้ว ของธรรมดาๆนี่เอง แต่พอเอามารวมกันเข้าแล้ว กลายเป็นสิ่งใหม่ ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว กับสิ่งที่เรียกว่า Cinemagraph ซึ่งขอยืมคำสรุปใจความของ นางแบบฝรั่งระดับ Supermodel คนหนึ่งชื่อ Coco Rocha ที่เธออธิบายไว้ชัดเจนดีว่า Cinemagraph คืออะไร เธอบอกว่า "it's more than a photo but not quite a video" หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "มันเป็นมากกว่าภาพถ่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นภาพวิดีโอ"


^ ^

Webmaster
taKLONG.com



© Copyright : 2013. taKLONG.com