ตากล้อง ดอทคอม สอนถ่ายภาพเบื้องต้น สำหรับมือใหม่

HOME > Beginner > # 527287 ---- [ LOG IN ]
จำนวนคน online อยู่ขณะนี้ 595 คน
Beginner

อยากได้คำแนะนำในการเป็นตากล้องอาชีพครับ

คือผมพอเป็นกับการถ่ายบ้างครับ รู้จัก รูรับแสง ISO speed shutter ฯลฯ แต่ประสบการณ์และฝีมือไม่ค่อยมีเท่าไหร่
เคยถ่ายรูปตอน ม. 6 อยู่ช่วงนึง(ใช้กล้อง Compact)แต่เลิกถ่ายจนตอนนี้ปี 4(จริงๆแล้วปี5 ครับ)
เคยถ่ายรูปงานรับปริญญา(ของเพื่อนเลยไปถ่ายฟรี เพื่อนเค้าไม่ได้จ้างตากล้อง) 4 ครั้ง กล้องที่ใช้ก็ยืมคนอื่นเค้ามา(DSLR Sony A300)ช่วงนี้ศึกษาอยู่ครับว่างานจะโอเคมั้ยแล้วชอบหรือเปล่าเลยลองกล้องคนอื่นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
คือผมอยากสอบถามว่า

sabermio M [ ดูกระทู้อื่นของ sabermio ] - 171.99.85.100 - 13 Dec 2012 02:57 - #527287

อ่าน 3001 : ตอบ 14

1. ไม่ทราบว่าจะรับงานและเลือกงานยังไงครับ (คือที่ผมคิดคือ สร้าง Fanpage ใน Facebook เอาผลงาน(ที่ดีๆหน่อย) ลง แล้วไปโปรโมตที่ตรงนู้นทีตรงนี้ที แล้วถ้าผมต้องการงานเฉพาะในกรุงเทพฯมันจะเป็นไปได้มั้ยครับ)
2. เวลาส่งงาน ส่งยังไงอะครับ
3. ในกรณีฝีมือเริ่มต้นถ้าเรียกค่าจ้างสัก 1 500 จะได้มั้ยครับ(พวกค่าจ้างนี่ใช้ เกณท์ไหนตัดสินใจบ้างครับ)
4. ถ้าผมจะหากล้องมือสองงบไม่เกิน 10 000 แค่ Body + Kit สภาพสัก 70-80% จะตัวไหนดีบ้างครับ (ผมดูเจ้าตัว Canon 500D ไว้อะครับ (เพื่อนผมเค้าแนะนำมาว่าเล่น Canon 40D เลยเพราะราคาตกเยอะ แต่ส่วนตัวคือเห็นเพื่อนมันใช้แล้วเลยไม่อยากเหมือนแล้วก็ 500D มัน DIGIC4 ด้วยอะครับ))

( 1 ) sabermio M - 171.99.85.100 - 13 Dec 2012 02:59 #3800851

1.ถ้าคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะรับงานก้ ลุยเลยครับ แต่ต้องมีกล้องเปผ้นของตัวเอง แล้วก้เลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน
2.งานส่งประมาร 2อาทิตย์หรือ3อาทิตย์นานสุด 1เดือนครับ
3.เริ่มจากติดตามตากล้องดีๆไปก่อน ครับ ผมเริ่มจาก 500 แล้วอัพขึ้นเรื่อยๆตามฝีมือครับ
4.แนะนำให้ซื้อพวก 60D +เลนสืฟิกสักตัวแล้วก้ช่วงวายถูกๆสักตัวครับ ถ้างบถึง

( 2 ) netyo007 M - 183.89.56.65 - 13 Dec 2012 04:51 #3800857

คำตอบก็ตามคุณ netyo007 ว่าเลยคับ ลุยโลด
แต่สมัยนี้การใช้คำว่าตากล้องมืออาชีพ ไม่มีอะไรมารองรับเลยคับ มีเงินก็สามารถซื้อกล้องเทพ เลนส์เทพได้หมดแล้ว จะค่ายไหนก็ซื้อได้หมด ต้องเอางานมาวัดกันไปเลยคับ แต่สิ่งที่ควรคำนึงในการออกไปถ่ายงาน ก็คง เรื่องควบคุมกล้องให้คล้องคับ เวลาที่เร่งรีบจะช่วยได้ จะ รูรับแสง ISO speed shutter ที่คุณพูดมานั่นแหละคับ แล้วจะทำให้ยืดหยุ่นขึ้นมาก เรื่ององค์ประกอบภาพ องค์ประกอบศิลป์ ทิศทางแสง แฟร ริมไลท์ อะไรพวกนี้ก็ลองศึกษานะคับ จะทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้น ต่อไปก็เรื่องมุมมอง พวกท่าทาง แอคชั่น อะไรงี้ฝึกได้ หัดได้คับ ถ่ายบ่อยๆเดี๋ยวก็เก่งคับ

( 3 ) psnk1124 M - 115.31.168.50x - 13 Dec 2012 09:50 #3800965

ผมแนะนำได้เฉพาะเรื่องคิดราคาอ่ะครับ (เพราะว่าจะรับเหมือนกัน)
สรุปง่ายๆเลย (ค่าอุปกรณ์/ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์)+ค่าแรงขั้นต่ำ(แล้วแต่คนอย่างผมมีงานประจำ คิดไม่ตำกว่า 700)+ค่าเดินทาง+ค่าวิชาชีพถ่ายรูป+ค่าความสามารถในการแต่งรูป+กำไรที่เราอยากจะได้=ค่าจ้างสำหรับรับงาน

(ค่าอุปกรณ์นี่ผมคิดหมดนะครับ กล้อง เลนส์ ฟิตเตอร์ กระเป๋า แฟลช ขาตั้ง momery คอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้น ถ่านชาร์จ แบตกล้อง ค่าไฟฟ้า)

ผมเห็นบางคนรับงาน โห ใช้ 60D 7D 5DMII D7000 D700 เลนส์ L เลนส์ Nano อุปกรณ์เต็มกระเป๋า คิดค่ารับงาน 2000 2500 เห็นแล้ว เป็นผมนอนอยู่บ้านเฉยๆดีกว่า รับงานราคานี่อุปกรณ์เจ๊งมาไม่มีเงินซ่อม ไม่มีเงินซื้อใหม่นี่ คิดหนัก (อย่าลืมนะครับ อุปกรณ์ยิ่งแพง ค่าซ่อมก็แพงด้วย มันก็เหมือนไปติดฟิล์มรถยนต์อ่ะ toyota ราคาหนึ่ง Benz ราคาหนึ่ง)

( 4 ) puisecret M - 122.154.163.114 - 13 Dec 2012 09:51 #3800967

การจะสร้างผลงานที่ดี เก็บไว้ ก็ต้องทำงานเยอะๆ ฝึกดูงานที่ดีๆ แล้วคิดตามไม่ใช่ทำตามนะ หาคำตอบด้วยตัวเองให้ได้ (ถ้าไม่ได้ก็ถามคนที่รู้)ส่วนเรื่องการตั้งราคาอยู่ที่ความพอใจของผู้จ้างและผู้ว่าจ้าง เป็นกรณีไป ที่ว่าเอาอุปกรณ์แพงๆมารับงานถูกๆ แล้วแต่จะคิด บางทีก็ทำให้ราคาเสีย แต่คนถ่ายเค้าพอใจ ก็ดีกับคนที่ว่าจ้างได้ของดีราคาไม่แพง ส่วนใครจะเป็นอย่างไรนั้น ผมว่าไม่ได้มีผลกระทบกับเรามากเท่าไร ให้น้องคิดเป็นลำดับขั้นตอน

( 5 ) rongstan M - 27.55.4.78 - 13 Dec 2012 10:09 #3800987

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท = งบน้อยใช้ตัวเล็กไปก่อน
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ = อย่างน้อยควรมีเล้นพรอทเทรด 1 ตัว ไวด์ 1 ตัวครับ

มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง = ค่อยๆ สะสม และขยับขยายไปครับ ฝึกไปเรื่อยๆ มีงบมากขึ้นก็ค่อยเปลี่ยนไปสูงขึ้น

อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน = ลงทุนซื้อกล้องราคาสูง จนไม่มีเงินซื้อเลนส์ก็จบครับ

สรูป อยากให้คิดเป็นเรื่องของงานที่ใจรักนะครับ เพราะบางงานมันก็ไม่ได้ราคาหรอกครับ ผมแบบอุปกรณ์ไป เกือบ 4 แสน ค่าจ้าง 5000 ถามว่าคุ้มไหม สำหรับผมมันคุ้มตรงที่ ได้กด Shutter และมีความสุขกัยมันนั่นแหล่ะครับ สู้ๆ ครับ

( 6 ) khachi M - 58.11.230.121 - 13 Dec 2012 10:14 #3800993

สำหรับคนที่จะมาเพื่อแสวงหากำไรอย่างเดียวเจอค่าอุปกรณ์ก็จะบ่นๆ เหมือน คห.4 แหละครับ แต่สำหรับคนที่มีความสุขกับการถ่ายภาพและมันกลายเป็นอาชีพและอยากให้ลูกค้าได้มีรอยยิ้มเมื่อเห็นภาพเพราะอย่างไรอุปกรณ์แพงๆ แบบนี้ถึงไม่รับงานก็อยากซื้อใช้อยู่แล้วเหมือน คห.6 ก็ทำงานมีความสุขถ้าคิดว่าไม่คุ้มก็เก็บทุนไปทำอาชีพอื่นซิครับ

( 7 ) photographer - 58.11.144.170 - 13 Dec 2012 10:36 #3801025

ซื้อกล้อง - ฝึกฝนการถ่ายภาพ - พัฒนาฝีมือตัวเองเรื่อยๆ - สิ่งเหล่านี้ไม่ยาก แค่ใช้เงินกันความสารถ แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือ หากอยากเป็นมืออาชีพที่มีคนจ่างไปถ่าย หาคนจ่ายไปถ่ายแบบต่อเนื่องยากกว่า บางคนลงทุนเป็นแสนถ่ายได้ครั้ง 2 ครั้งก็เงียบ แบบนี้มีเยอะ คนที่หันมาเล่นกล้องก็เยอะขึ้นทุกวัน คู่แข่งที่พัฒนาตัวเองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำว่า ให้คิดเสียว่า เราถ่ายภาพเป็นงานอดิเรค วันใหนโชคดีก็มีคนจ่ายไปถ่าย ไม่ต้องคาดหวังมาก ฝากให้คิดครับ

( 8 ) - 223.207.199.80 - 13 Dec 2012 10:37 #3801027

ถึงคุณ photographer
เมื่อคุณใช้สิทธิพาดพิงผม ผมก็ขอชี้แจ้งครับ (ฮา )
ขอโทษนะครับ ผมก็ไม่ได้แสวงหาผลกำไรกับการถ่ายหรอกครับ ที่ผมรับงานโดยคิดค่านู่นค่านี้ เพราะผมคิดว่า ไหนๆ เราก็รักงานถ่ายภาพอยู่แล้ว (ผมก็ไปถ่ายรูปเล่นเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ซื้อกล้องเพื่อมารับงานอย่างเดียว) เราก็ควรจะมีเงินค่าซ่อมอุปกรณ์บ้าง

เผอิญผมไม่ได้แบมือขอเงินจากพ่อแม่นะครับ (บ้านผมก็มีฐานะอยู่) ผมถือว่าเมื่อเป็นงานอดิเรกผม ผมก็ควรรับผิดชอบมันเอง ไม่เดือดร้อนเงินใครนอกจากเงินตัวเอง
แต่เผอิญ (อีกแล้ว) เงินเดือนจากงานประจำผม พอสำหรับแค่ค่าใช้จ่ายในบ้าน(ผมซื้อบ้านเองครับ ซื้อรถเองครับ ไม่ได้พึ่งพ่อแม่ ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่) และมันก็พอสำหรับแค่ค่าซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เท่าน้ัน ถ้าอุปกรณ์พวกนี้เกิดเสียขึ้นมา ผมไม่มีเงินซ่อมครับ
ถามว่าผมมีความสุขกับการถ่ายภาพไหม ตอบเลยครับ มีความสุขมาก (ด้วย) แต่ความสุขผม ต้องไม่ทำให้คนที่บ้านผมต้องเป็นทุกข์ครับ (ไม่ต้องไปกู้เงินหรือแบมือขอค่าซ่อมอุปกรณ์หรือค่าซื้ออุปกรณ์ใหม่)
เพราะผมเห็นมาหลายคนแล้วครับ ที่ประเภทกล้องพัง ขอเงินพ่อแม่ เมีย มาซ่อมกล้อง บ้างคนถึงกับลดค่าขนมลูกตัวเอง เพื่อเอาเงินมาซ่อมกล้องด้วยซ้ำ

อันนี้เป็นความคิดส่วนผมครับ (แต่ใครไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากันครับ นานาจิตตัง) ผมแค่มาชี้แจงว่าทำไมผมคิดแบบนั้น

ปล.ฝากเจ้าของกระทู้สักนิดนะครับ ถ้าซื้อของมือ 2 แนะนำเลือกสภาพดีๆ นะครับ ผมเจอมาแล้วประเภทกล้องตายกลางงาน คิดดูละกันว่าคนจ้างเขาจะเสียความรู้สึกแค่ไหนที่วันสำคัญของเขาย้อนกลับคืนมาไม่ได้

( 9 ) puisecret M - 122.154.163.114 - 13 Dec 2012 11:07 #3801066

คิดง่ายๆ นะครับ กล้องเคลมชัตเตอร์ ไว้ที่ 150000 คุณถ่ายซักงานละ 1000 รูป คุณถ่ายจนครบ 150000 แล้วพังคุณถ่ายไปกี่งานครับ ไม่คิดที่จะสำรองเงินเอาไว้ซ่อมอุปกรณ์เลยเหรอครับ แล้วถ้าถ่ายเล่นกล้องพังมันก็ซ่อมเหมือนกันแล้วต้องเอาที่ไหนซ่อมละครับ เหมือนบางคนออกรถกระบะป้ายแดงมาเพื่อความโก้เอาไว้โชว์ต้องหาเงินมาผ่อนมันแต่ละเดือนเวลาซ่อมก็แพงควักเงินซ่อมทีก็ร้องโอดโอย กับอีกคนที่เอารถป้ายแดงมาเหมือนกันแต่เอาไว้ใช้งานให้มันหาเงินส่งตัวมันเองและหาค่าซ่อมบำรุงด้วยตัวมันเอง มันอยู่ที่วิธีคิดครับว่าจะจัดการกับมันยังไง

( 10 ) photographer - 58.11.144.170 - 13 Dec 2012 12:46 #3801200

ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ (ภาพที่เคยถ่าย)

( 11 ) sabermio1 M - 171.99.84.126 - 13 Dec 2012 13:38 #3801235

การถ่ายภาพเป็นอาชีพหลัก บอกตรงๆว่าหากไม่เก่งจริงเลี้ยงตัวเองไม่ได้ครับผม คำแนะนำที่ดีที่สุดๆคือศึกษาให้เยอะกว่านี้ (ดูจากภาพที่แปะไว้แล้วยังไม่ผ่านคำว่า มืออาชีพ) สร้าง portfolio ดีๆไว้ซักเล่มเอาไว้โชว์คนอื่น หาโอกาศถ่ายภาพหลายๆแนวเพื่อค้นหาตัวเอง ศึกษารายละเอียดอื่นๆอีกหลายอย่างเช่นองค์ประกอบ การจัดไฟ การสื่อความหมาย โทน การตลาด การโฆษณา ฯลฯ เรื่องอุปกรณ์เอาไว้เป็นรองก่อน

( 12 ) crazypipo M - 143.236.174.85 - 13 Dec 2012 22:32 #3801751

เค้าพูดมากันหมดและผมขอเสริมนิดนึงนะครับ จะมืออาชีพหรือไม่มืออาชีพผมว่าสิ่งนึงที่สำคัญอีกอย่างคือความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับครับ
ปล.ผมมือสมัครเล่น
ปล.2 แอบมาดู 2 ท่านโต้วาทีกันอิอิ
ปล.3 อย่าลืมพกใจไปเต็มร้อยกับงานนะครับ

( 13 ) bellza_ttm M - 115.87.194.123 - 14 Dec 2012 16:13 #3802445

เทียบจากค่าเช่าอุปกรณ์ไปถ่าย รวมราคา 1500 บาท / 1 วัน ได้ของดังนี้
กล้องแคนอน 500 ดี
เลนส์ 18-55 หรือ 17-50 แทมรอน
เลนส์ 50เอฟ 1.8
เลนส์ 55-250
แฟลช 430
เมมโมรี่ ถ่านแฟลช ถ่านสำรอง

แล้วเอาค่าเช่า 1500 + ค่าแรงไปถ่าย 1500 = 3000 บาท / 1 วัน ขั้นต่ำที่ควรตั้งไว้ก่อน
ค่าแรงในที่นี้หมายถึง คุณต้องพอมีวิชาบ้าง เช่น
-จุดตัดเก้าช่อง สามเหลี่ยม เส้นนำสายตา การเลือกฉาก หน้าหลัง เลือกท่าทางโพส ตัดแขน ขา ศรีษะ ครึ่งตัว การใช้แฟลช การเบ้าสะท้อน ถ่ายกลางแดด ย้อนแสง ยังไงไม่ให้หน้าดำ
-ปรับแสงให้พอดีจากไฟล์ลอว์

เมื่อมีค่าจ้างเริ่มต้นที่ 3000 แล้ว
ก็เพิ่มความสามารถในการแต่งด้วยโปรแกรม ปรับสี เปลี่ยนสี ดูดสี ทำหน้าเนีย แก้มแดง ปากแดง ลบตำหนิผิว รีทัชด้วยเทคนิคพวกนี้คิดราคารูปละ 100 บาท
เลือกรูปที่ถ่ายกับครอบครัว หรือถ่ายเดี่ยวที่มีองค์ประกอบลงตัว
ให้ลูกค้าหรือเราเลือกเอง ได้ 5 -10 รูปก็ยังดี
3000+ค่ารีทัชพิเศษ 500 บาท= 3500 บาท/ 1 วัน/1งาน ผมก็ว่าโอเคแล้ว
---------------------------------------------------------
ต่อไปก็เพิ่มออพชั่น กล้อง 2 ตัว (เลนส์ 3 ตัวเหมือนเดิม) หาจ้างผู้ช่วยวันละ 500 มาช่วยถือรีเฟลก ถือของ
กางร่ม พัดให้บัณฑิต(เหงื่อไม่ออก เครื่องสำอางไม่เยิ้ม หน้าไม่มัน) งานเราจะดีขึ้น จะช่วยได้เยอะขึ้น
ก็คิดไป 4000 บาท
---------------------------------------------------------
ถ่ายรูปไม่ต้องเยอะ เดินไป 3 ก้าว หันมาทีถ่ายที มันค่อนข้างเปลือง

ค่อยๆจัด เตรียม หลบ รอ ถ่าย เช็คภาพ ถ้าผ่านก็เดินหน้าต่อไป

-----------------------------------------------------------
แยกแฟลชเป็น ควบคุมแฟลชได้เร็ว ตั้งค่า บอกผู้ช่วยวางเสาแฟลช
ถ่าย 2-3 ครั้ง เป๊ะเข้าเป้า แสดงว่า ฝีมือดีขึ้นมากแล้ว

-----------------------------------------------
มือใหม่ ถ่ายฟรีให้คนรู้จัก ตอบแทนด้วยการเลี้ยงข้าว
ส่วนตัวผมรู้สึกว่า กดดันตัวเองมาก
ควรเรียกค่าแรงแบบช่วยกัน ถูกๆ ราคา 1000 ยังรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าอีก
ฝุ่นเข้ากล้อง เข้าเลนส์ มันเข้าแล้วออกยาก เสร็จงานแล้ว เค้าได้ภาพสวย
แต่ฝุ่นยังคาเลนส์เราอีกนาน
ฝาปิดเลนส์ ฮู๊ด หาย
ฟิลเตอร์มีรอย มีตำหนิ
ยังพอมี 1000 กลับบ้านมาปลอบใจ

(เพราะบอกเค้าว่าฟรี เลยเกรงใจ ไม่กล้าบอกเค้าหรอก ว่าของเราหล่นหาย)

( 14 ) korat88 - 171.4.16.112 - 14 Dec 2012 18:29 #3802723
Reply Box

คุณยังไม่ได้ LOG IN


ชื่อ

Password


[ คำแนะนำการโพสต์ ]
upload รูปขนาด < 1 MB

ถ้ารูปอยู่ใน web แล้ว :
( ใส่ URL ของรูปได้เลย )